นอนหลับอย่างเพียงพอ

มีตีพิมพ์การวิจัยเดือน พฤศจิกายน 2011 ในหัวข้อที่ว่า Circulation: Journal of the American Heart Association (การไหลเวียนของเลือด:วารสารเรื่อง ความสัมพันธ์ของหัวใจชาวอเมริกา) การนอนเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อโรคหัวใจ อีกทั้งสายเหตุของอาการนอนไม่หลับนั้นซับซ้อนและมีหลายแง่มุม

โรคนอนหลับยากคืออาการที่นอนหลับได้ยากหรือต้องปรับตัวในการนอนหลับอย่าง น้อย 3 คืนต่อสัปดาห์ พบในผู้ใหญ่ 20% และผู้สูงวัย 50% ผู้หญิงจะมีอัตราเป็น 2 เท่าของผู้ชายที่ได้รับผลกระทบจากโรคนอนหลับยาก เป็นที่น่าสนใจว่ามีอาการที่แตกต่างกัน 4 ประเภทของโรคนอนไม่หลับ คือ นอนหลับยาก นอนยาก ตื่นเร็วเกินไปและนอนหลับได้น้อย
ดูแล้วมันคล้ายเคียงกันไหม? อย่าพึ่งสิ้นหวัง อาการซึมเศร้าก็ก่อให้เกิดอาการนอนหลับยากได้ และมีหลาย ๆ วิธีที่ช่วยปรับสุขภาพการนอน รวมถึงพัฒนานิสัยช่วยให้คุณมีความสุขในโลกความฝันสำหรับผู้เริ่มต้น การวินิจฉัยอาการที่ถูกต้องของโรคนอนหลับยากจะช่วยได้หาสาเหตุและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (หายใจได้ยากขณะนอนหลับ) สามารถแก้ไขได้โดยการลดน้ำหนัก, โรคขากระตุก ภาวะทางระบบประสาทที่รบกวนการนอนหลับของหลาย ๆ คน ส่วนใหญ่มาจากการขาดธาตุเหล็ก และถ้าคุณรู้ว่าตัวคุณเองนั้นเป็นนกฮูกกลางคืนและมีปัญหาในเรื่องการนอนหลับ จนกระทั่งผ่านไป 2-3 ชั่วโมงถึงจะนอนหลับได้ อาจมาจากวงจรชีวิตของคุณที่ยุ่งเหยิงและจำเป็นที่จะต้องจัดการให้มันสมดุล กันHassell แนะนำว่า ก่อนที่คุณจะทานยาหรืออาหารเสริม ควรมีการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตใหม่บางอย่าง อาจจะเป็นการออกกำลังกายประจำวัน อาบน้ำอุ่นก่อนนอน ทานของว่างก่อนนอนที่มี tryptophan สูง (โยเกิร์ตหรือในรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นประจำและสัตว์ปีกจะได้ผลดี) หรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมก็ช่วยให้คุณหลับได้ง่ายขึ้น “ ฉันคิดว่าแอลกอฮฮล์เป็นที่ชื่นชอบของสังคมทั่ว ๆ ไป” Hassell กล่าวว่า “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณเล็กน้อยถูกนำมาใช้ช่วยในการนอนหลับมานานมาก แล้ว” และการใช้ประโยชน์จากห้องนอนของคุณในเรื่องความมืด ความเงียบ ที่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีน้อย การใช้งานพื้นฐานทั่วไปก็จะเป็นนอนหลับและมีเพศสัมพันธ์

Melotonin
ฮอร์โมนนี้ผลิตมาจากต่อมไพเนียลและพัฒนาต่อไปเป็น serotonin โดยที่ melatonin มีอิทธิพลอย่างมากกับวงจรชีวิต จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในฉบับเดือนตุลาคม ปี 2007 ของ Current Medical Research and Opinion แนะนำว่า melatonin ช่วยปรับคุณภาพการนอนและการตื่นตัวในตอนเช้าและช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการ นอนหลับของคนไข้อายุ 55 ปีที่เป็นโรคนอนหลับยาก “melatonin ทำงานได้ดีกับคนสูงวัย (60 ปีขึ้นไป) ซึ่งต้องทรมานจากโรคนอนหลับยากหรือกับคนหนุ่มสาวที่เกิดจากช่วงเวลาที่ เปลี่ยนแปลงไปมา เช่น การเดินทางหรือการทำงาน” Hassell กล่าวเช่นนั้น เขาแนะนำให้ทานในปริมาณ 1-5 mg ในตอนเย็น สำหรับเหล่านกฮูกกลางคืน เขาแนะนำให้ทานในช่วง 4 – 5 ชั่วโมงก่อนช่วงเวลานอนหลับ อย่าคาดหวังกับผลลัพธ์ในทันที คุณยังต้องทานมันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนที่จะดูประสิทธิภาพของมันถ้าคุณได้สำรวจสุขลักษณะของคุณเองและยังหลับได้ยาก ตรวจสอบให้ดี ๆ ในเรื่องการควบคุมอาหารหรืออาหารเสริมสมุนไพร นี่จะเป็น 3 ตัวเลือกดี ๆ ที่ช่วยสามารถทำให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
L-theanine
กรดอะมิโนนี้พบทั่วไปได้ในชาเขียว L-theanine ช่วยในเรื่องอารมณ์และช่วยในการผ่อนคลาย จากการศึกษาในเดือนมกราคมปี 2011 ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Clinical Psychiary พบว่า L-theanine ช่วยทำให้อาการกระวนวายดีขึ้นในพวกที่มีอาการทางจิต มันยังมีบทบาทที่สำคัญการพัฒนาของ gamma-aminovutyric acid (GABA) ตัวยับยั้งสารส่งผ่านระบบประสาทที่สำคัญในการนอนหลับ ปริมาณที่แนะนำคือ 200 mg 1-3 ครั้งต่อวัน
Hassell กล่าวว่า “การนอนหลับคือโซ่ทองคำที่ผูกมัดสุขภาพและร่างกายของเราเข้าด้วยกัน” อ้างอิงจาก Thomas Dekker นักเขียนบทละครชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 16 เป้าหมายคือนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน ก่อนที่คุณจะทานยานอนหลับซึ่งมันจะทำให้เพิ่มอัตราการตายและมะเร็งสูงขึ้น ตรวจสอบทุก ๆ ทางเลือกของชีวิตประจำวันและกลวิธีการนอนหลับ คุณสมารถหามันได้และมันจะช่วยคุณนอนหลับโดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับTryptophan and 5-hydroxytryptophan (5-HTP)
กรดอะมิโนตัวนี้ออกมาจากการนอนหลับโดยการเพิ่มระดับของ serotonin คุณยังได้รับสาร tryptophan จากอาหารทั่วไปและจำพวกสัตว์ปีก “ของว่างก่อนนอนยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยปรับการนอนให้ดีขึ้น” Hassell กล่าวเช่นนั้น จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในเดือนตุลาคมปี 2005 ของ Nutritional Neuroscience แสดงให้เห็นว่า tryptophan แบบโปรตีน นั้นมีคุณภาพเทียบเคียงกับ tryptophan แบบสกัด ซึ่งช่วยลดจำนวนครั้งที่ตื่นในตอนกลางคืน เขาแนะนำให้ทานในปริมาณ 500 และ 1000 mg ก่อนนอน

วิตามินเพื่อสุขภาพ

การศึกษาในปี 2011 ของ Journal Of Strength and Conditioning Research พบว่านักกรีฑาหญิงที่ทานอาหารเสริมวิตามินรวมในระหว่างช่วงฝึกฝน 6 อาทิตย์มีระดับปฏิกิริยาการเกิดอนุมูลอิสระที่ต่ำลงกว่าการทานยาหลอกเนื่องจากปฏิกิริยาการเกิดอนุมูลอิสระสามารถทำความเสียหายให้เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อมากขึ้นและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นี่จะนำไปสู่การฟื้นฟูและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ความจริงแล้ว ในปี 2010 การศึกษาจากฝรั่งเศสรายงานว่านักแข่งขันปั่นจักรยานชายที่ได้รับวิตามินรวมเป็นเวลา 3 อาทิตย์ได้แสดงประสิทธิภาพการปั่นจักรยานที่ดีขึ้นกว่าคนที่ทานยาหลอก การทานอาหารเสริมวิตามินรวมยังแสดงให้เห็นประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของนักกีฬากระโดดข้ามรั้วด้วยมีความเป็นไปได้ว่าอัตราการเผาผลาญอาหารที่สูงขึ้นและการเผาผลาญไขมันนั้นมา จากอาหารเสริมวิตามินรวม ลดความอยากอาหารลงก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญอีกตัวหนึ่ง จากการศึกษาในปี 2008 ชาวแคนาดารายงานว่าอัตราระหว่างการลดความอยากอาหารลงกับการทานอาหารเสริม วิตามินรวม กลุ่มที่ทานอาหารเสริมนั้นน้ำหนักและ LDL ลดลง และ HDL ก็เพิ่มขึ้น การศึกษาในปี 2008 ของ British Journal Of Nutrition ยังรายงานว่าผู้ชายที่บริโภควิตามินรวมมีระดับไขมันในร่างกายต่ำกว่าคนที่ ไม่ได้บริโภค
ส่วนสำคัญที่สุดคือคุณควรทานอาหารเสริมจำพวกวิตามินรวมซึ่งเป็นการเสริมสุขภาพโดยรวม การทำงานของสมอง ประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย และแม้กระทั่งการลดไขมันและการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและการเจริญเติบโตของร่างกาย วิธีการที่ดีที่สุดคือทานวิตามินรวมไปพร้อมกับอาหารมื้อแรกของวัน มันจะช่วยเสริมการดูดซึมสารอาหารที่สำคัญและเก็บไว้สำหรับคุณทั้งวัน แล้วคุณจะหาอาหารเสริมวิตามินรวมที่เหมาะสมกับคุณได้อย่างไร ตัวช่วยชี้นำเหล่านี้จะช่วยคุณเลือกอันที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

>มองหาวิตามินรวมที่ให้สารอาหารต่อวันใกล้เคียงตามนี้
- วิตามิน A (โดยเฉพาะที่เป็น beta-carotene อย่างอื่นให้ต่ำกว่า 4000 IU)
- วิตามิน B1 (thiamin) , B2 (riboflavin) , B3 (niacin) , B6 , B12 และกรดโฟลิค (B9)
- วิตามิน C (อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาถ้าคุณปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลาก)
- โครเมี่ยม
- ไอโอดีน (โดยเฉพาะถ้าคุณทานอาหารแบบโซเดียมต่ำ)
- เหล็ก
- แมงกานีส
- เซเลเนียม

การลด คลอเรสเตอรอล

อาหารเสริม

ภาวะคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง จะมิได้เป็นปัจจัยหลักในการเกิดโรคหัวใจเพียงปัจจัยเดียว แต่ปริมาณคลอเรสเตอรอลในเลือดที่สูงนี้ก็มีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับ ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำว่าระดับคลอเรสเตอรอลนั้นควรน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และเมื่อระดับคลอเรสเตอรอลลดต่ำกว่า 200 ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจก็พบว่าลดลงเช่นกัน แพทย์หลายรายพิจารณาว่าระดับคลอเรสเตอรอลที่ไม่เกิน 180 จะถือว่าเป็นระดกับเหมาะสม

ลดความเสี่ยงด้วยอาหารที่มีเส้นใย
เพิ่มโฮลเกรน (Whole Grains) หรือธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี ถั่ว ผลไม้และผักเข้าไปในมื้ออาหารของท่านเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

เพิ่มโปรตีนจากถั่วเหลือเข้าไปในมื้ออาหารของท่าน
การเพิ่มผงโปรตีนจากถั่วเข้าไปในอาหารหรือเครื่องดื่มในปริมาณ 30 กรัม (ประมาณ 1 ออนซ์) ต่อวัน จะสามารถช่วยลดปริมาณคลอเรสเตอรอลได้

ลองรับประทานน้ำมันพืชธรรมชาติ (Plant Sterols/Stanols)
รับประทานน้ำมันพืชธรรมชาติปริมาณ 1.6 กรัมต่อวัน เป็นอาหารเสริมหรือน้ำมันพืชธรรมชาติที่อยู่ในเนยเทียมชนิดแข็งพิเศษจะช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้

เพิ่มปริมาณ “คลอเรสเตอรอลชนิดดี” ด้วยการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มปริมาณคลอเรสเตอรอล HDL (คลอเรสเตอรอลชนิดดี)

เลี่ยงการรับประทานไขมันที่ไม่ดี
อาหาร ที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัวที่ถูกทำให้อิ่มตัว (Hydrogenated Fat) และคลอเรสเตอรอล (เช่น ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาหารทอด และขนมขบเคี้ยวที่ผ่านการอบ) จะทำให้ปริมาณคลอเรสเตอรอลเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ระดับคลอเรสเตอรอลที่ต่ำก็มิได้เป็นการรับประกันว่าบุคคลนั้นจะมีสุขภาพ หัวใจที่ดีเสมอไปเนื่องจากผู้ป่วยโรคหัวใจบางส่วนก็มีระดับคลอเรสเตอรอลที่ ต่ำ การตรวจทางห้องปฏิบัติการปัจจุบัน จะตรวจวัดคลอเรสเตอรอลรวม คลอเรสเตอรอลชนิด LDL (คลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี) ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคหัวใจ และคลอเรสเตอรอล HDL (คลอเรสเตอรอลชนิดดี) ซึ่งเป็นปัจจัยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งปริมาณความแตกต่างของระดับ LDL และHDL มีความสำคัญมากกว่าปริมาณคลอเรสเตอรอลรวมเสียอีก ยกตัวอย่างเช่น ในผู้ที่มีระดับคลอเรสเตอรอล HDL สูงมากนั้นซึ่งจะมีความเสี่ยงที่ต่ำมากในการเกิดโรคหัวใจแม้ว่าระดับคลอเรส เตอรอลรวมของบุคคลดังกล่าวจะมากกว่า 200 ก็ตาม

การประเมินการเปลี่ยนแปลงของปริมาณคลอเรสเตอรอลนั้นจำเป็นต้องทำโดยผู้ เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและควรมีการวัดระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดรวม รวมทั้งระดับคลอเรสเตอรอล HDL และ LDL ด้วย ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงข้อมูลเกี่ยวกับการลดระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดหรือ การเพิ่มคลอเรสเตอรอล HDL โดยใช้วิธีการทางธรรมชาติเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากระดับคลอเรสเตอรอลที่สูงจะมีความเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือด แข็งตัวและโรคหัวใจ ดังนั้น ผู้ที่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคหัวใจก็ควรที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับโรคหลอด เลือดแข็งตัวนี้ด้วยเช่นกัน

======
อาการ
======

ภาวะนี้มิได้ทำให้เกิดอาการใดๆ ดังนั้น ท่านควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อทำการตรวจวัดระดับคลอเรสเตอรอล

============
สิ่งที่จำเป็นต้องทราบ
============

ฟิตหุ่นด้วยกีฬาบาสเก็ตบอล

ลดความอ้วน

ในกีฬาบาสเกตบอลผู้เล่นต้องการมีสุขภาพที่ดีได้รับปริมาณแคลอรี่ที่มากขึ้นกว่าปกติ แต่เป็นการยากที่จะกินอาหารปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มแคลอรี่โดยเฉพาะเมื่อ อยู่ในช่วงการแข่ง อาหารเสริมที่เป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในรูปพร้อมรับประทานถือเป็นทางเลือก หนึ่งที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค โดยเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนแล้วสะสมในรูปของ glycogenซึ่งจำเป็นในการนำมาใช้เป็นพลังงานแก่กล้ามเนื้อและสมาธิ
อาหารเสริมที่ใช้ในวงการกีฬาเพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพของร่างกายในการฝึก ซ้อมและเพิ่มความเร็วในการฟื้นตัวของร่างกาย และช่วยให้ร่างกายพร้อมก้าวไปสู่ขั้นการฝึกระดับสูงต่อไป

กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ค่อนข้างจัดเต็มต้อง อาศัยทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และพละกำลัง อาหารเสริมจึงอาจมีประโยชน์ในหมู่นักกีฬาบาสเกตบอลที่ต้องการเพิ่มขีดความ สามารถในการฝึกและเพิ่มความทนทานเพื่อให้ระดับพลังงานในร่างกายอยู่ในระดับ สูงตลอดช่วงการแข่งหรือการฝึกรวมถึงการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วภายหลังการ แข่งหรือการฝึกด้วย กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ที่มีทั้งการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic) และแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic) เนื่องมาจากกีฬานี้จทำเป็น มีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้เล่นตำแหน่งการ์ดจ่าย (Point Guard) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่เลี้ยงคุมลูก แต่ไม่ว่าคุณจะเล่นอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม การอออกกำลังแบบไม่ใช้ออกซิเจนจำเป็นสำหรับการยิงลูก (shooting) การส่งลูก (passing) และการเลี้ยงลูก (dribbling) การจะเล่นกีฬานี้ให้ได้ดีต้องมีสมาธิและการเคลื่อนที่ตอบสนองได้อย่างรวด เร็ว โดยเฉพาะผู้เล่นที่ดีที่เลี้ยงลูกต่ำ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถที่จะแย่งลูกได้หรือทักษะในการกระโดดชูตจาก ตำแหน่ง mid-air position

ภาวะโภชนาการที่ดีมีความจำเป็นต่อนักกีฬา การวางแผนจัดการอาหารและโภชนาการที่ดีไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มทักษะในตัวกีฬา แล้วยังช่วยยืดระยะความแข็งแรงของคุณในช่วงที่เล่นอีกทั้งลดความเสี่ยงในการ เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งการบาดเจ็บมักจะเกิดขึ้นจากในช่วงท้ายของการแข่งระดับพลังงานในร่างกาย ลดต่ำลงวิตามินรวม (Multivitamins)>>>>สำคัญที่สุด
ถึงแม้ว่า Multivitamins หรือ วิตามินรวมจะไม่ใช่อาหารเสริมที่เป็นที่สนใจมากที่สุดแต่อย่างไรก็ดีมันก็ เป็นไปได้ยากที่แต่ละคนจะได้รับวิตามินครบถ้วนจากมื้ออาหารในแต่ละวันนัก กีฬาบาสเกตบอลส่วนใหญ่จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามินรวมถูกแนะนำให้ใช้มากกว่าการใช้วิตามินหรือเกลือแร่เนื่องจากภายใน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มวิตามินรวมยังมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น กรดอะมิโน, เอนไซม์ช่วยระบบย่อยอาหาร, สารเสริมบำรุงข้อ เสริมพลังงานและสมาธิและอื่นๆอีกด้วยโปรตีนชนิดผง (Protein Powder)
ภายหลังการแข่งหรือการฝึกบาส กล้ามเนื้อคุณถูกใช้งานย่างหนัก จึงทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อได้ คุณจำเป็นที่จะต้องได้รับโปรตีนให้เพียงพอ โดยควรได้รับวันละ 5-6 ครั้งเพื่อช่วยฟื้นสมรรถภาพของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเวย์โปรตีนก็ถือเป็นโปรตีนทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเนื่องจากสามารถถูกดูด ซึมได้อย่างรวดเร็ว ส่วนโปรตีนจากไข่เป็นซึ่งเป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนต่างๆครบสมบูรณ์แต่ถูกดูด ซึมได้ไม่ดีเท่ากับเวย์ แนะนำให้รับประทานเสริมก่อนและหลังเกมหรือการฝึก

อาหารเสริม Creatine

อาหารเสริม

Creatine เป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด ในที่นี้กระผมอาจจะบอกได้ว่าในการเล่นกล้ามนั้นเริ่มต้นสิ่งที่ทุกคนทานแล้วได้ผลก็คงหนีไม่พ้น Whey protein และ Creatine, ปัจจุปันก็มีบทความแจงถึงความแตกต่างระหว่าง Whey protein และ Creatine มากมายแล้วแต่วันนี้กระผมกลับมาเพื่อที่จะพูดถึงในเรื่องของ Creatine ในเชิงลึกและความคุ้มค่าของตัว Creatine เองด้วยนะครับ

ในร่างกายมนุษย์นั้นมีพลังงานหลายระบบทั้งนี้เพื่อเลือกให้เหมาะต่อการนำไปใช้ เนื่องจากร่างกายนั้นชาญฉลาดกว่าเครื่องจั

กรมากถึงเป็นไหนๆ และสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นยังคงเหนือกว่าสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น, เครื่องจักรแม้นมีความทนทานแต่กลไกความเหมาะสมในการเลือกใช้พลังงาน หรือการเอาตัวรอด อารมณ์ ความรู้สึก นั้นยังห่างไกลกับร่างกายมนุษย์อีกหลายเท่า เพราะตราบใดที่อยู่ในเงื่อนไขเครื่องจักรจะทำงานได้อย่างดี (รวมแม้กระทั่ง Computer) แต่เมื่อไปนอกเงื่อนไขแล้วเครื่องจักรนั้นมิสามารถที่จะคิดแก้ปัญหาด้วยตนเองได้=========================================ร่างกายมนุษย์เรามีระบบพลังงานหลักๆอยู่ทั้งหมดได้แก่:

ATP —– ระบบนี้เป็นระบบพลังงานที่มีพละกำลังสูงที่สุด แต่มีข้อเสียคืออยู่ได้ไม่เกิน 10วินาทีแล้วจะหมดไป, ยกตัวอย่างเช่น การยกน้ำหนักที่หนักที่สุดที่เรายกได้ภายในหนึ่งครั้ง การเหวี่ยงหมัดแบบสุดแรงเกิด หรือการกระโดดสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

Anaerobic —— ระบบนี้จะเป็นระบบพลังงานอีกอย่างหนึ่งที่เราใช้ในการยกเวทแต่มีจำนวนครั้งที่สูงขึ้นมาหน่อย (8-15ครั้ง) และเป็นในปริมาณที่นักเพาะกายมักจะฝึกกัน เพื่อให้ได้เรื่องของความ PUMP และกระตุ้น HYPERTROPHY ได้

Aerobic——- ระบบนี่เราจะใช้ Oxygen เป็นหลัก ในลักษณะการวิ่งของ Marathon ระยะไกล หรือการ Cardio บนลู่วิ่งเป็นเวลานานๆ
==========================================

ATP หรือย่อมาจาก Adenosine Triphosphate จะเป็นระบบที่เราให้ความสนใจในที่นี้โดย ATP นั้นเป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่ร่างกายนั้นมีเก็บเอาไว้ แต่เนื่องด้วยน้ำหนัก MASS ของตัว ATP นั้นมีมาก ร่างกายมนุษย์จึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ในปริมาณน้อย เพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวเราหนักเกินไป (น้ำหนักตัวมากสำหรับมนุษย์ในธรรมชาติจะถือว่าเอาตัวรอดยาก เพราะทำให้เชื่องช้าลงกว่าเดิมและอย่างที่กระผมเคยอธิบายไปว่า มนุษย์เมื่อเทียบกับสัตว์อื่นปอนด์ต่อปอนด์แล้วเรานับว่าเป็นสัตว์ที่อ่อนแอที่สุดก็ว่าได้)

ATP นั้นจะหมดไปอย่างรวดเร็วโดยการใช้พลังงานในลักษณะ ATP นั้นร่างกายจะใช้กับ Task (หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย) ที่ค่อนข้างโหดเท่านั้น เช่น การยกน้ำหนักให้ได้ภายในหนึ่งครั้ง, การต่อย 1ทีแบบสุดแรงเกิดทั้งนี้ ATP จะถูกนำมาใช้และ Breakdown (แตกออกได้เป็น) ADP + พลังงาน, โดยพลังงานตัวนี้นั้นจะนำไปช่วยในการยกน้ำหนัก, อย่างไรก็ตามอย่างที่กระผมกล่าวด้านบนว่าร่างกายมนุษย์นั้นจะเป็น ATP ได้น้อย และชอบที่จะเก็บพลังงานในรูปแบบอื่นๆเป็นตัวเลือกมากกว่าซึ่งในที่นี้จึงมาถึง CP (Creatine phosphate) โดย CP นั้นมีหน้าที่ในการช่วยทำให้ระยะการทำงานของระบบ ATP ในร่างกายนั้นนานขึ้น โดย CP นั้นถูกการแยกออกจากกันด้วย Enzyme ที่ชื่อว่า CK (Creatine Kinase) ทำให้ได้ออกมาเป็น Phosphate อีกตัวทำให้ได้ ADP+P (เราเรียกกระบวนการนี้ว่า rephosphorylation หรือการมอบตัว Phosphate กลับให้ ADP) เพื่อให้เป็น ATP และใช้เป็นพลังงานต่อไป

ทั้งหมดด้านบนนี้หมายถึงอะไร?

กระผมเพียงพยายามจะชี้ว่าหากเราสามารถเพิ่มปริมาณการสะสมของ CP ได้นั้นเราก็จะสามารถที่จะสร้าง ATP กลับขึ้นมาใหม่ได้อีกหลายๆรอบและ “ยืดระยะเวลา” การหดเกร็งของกล้ามเนื้อออกไป ทำให้เราเล่นได้หนักขึ้น นานขึ้น หรือมากครั้งขึ้น (เสริมนิดนึงนะครับว่าระบบนี้ใช้ Fast twitch fiber ซึ่งเป็นใยกล้ามเนื้อที่เติบโตง่ายที่สุด และมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดและทำให้เราเห็น “รอยตัด” ที่เราว่ากันในกล้ามเนื้อนั่นเอง)======================================Creatine พบได้ในอาหารประเภทไหนบ้าง?

เราสามารถทำได้ด้วยการทาน Creatine โดยการเสริม Creatine เข้าไปในร่างกายนั้นสามารถหาได้ตามอาหารธรรมชาติอย่างเนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อปลา ซึ่งเราต่างก็เข้าใจว่าเนื้อวัวมี Creatine สูงที่สุดแต่เมื่อหาข้อมูลดูแล้วพบว่า

เนื้อวัวดิบมีปริมาณ Creatine ประมาณ 4.5กรัมต่อกิโล(ในนี้ไม่ได้ระบุว่าปริมาณไขมันกี่% แต่เอาเป็นว่าเราได้ภาพคร่าวๆ)

เนื้อหมูดิบมีปริมาณ Creatine ประมาณ 5กร้มต่อกิโล (ในที่นี้ไม่ได้ระบุเหมือนกันครับว่าปริมาณไขมันกี่%)

เนื้อปลาดิบมีปริมาณมากสุดอยู่ที่ 6.5กรัมต่อกิโล (เช่นกันครับในที่นี้ไม่ได้ระบุว่าปริมาณไขมันกี่ %)

เมื่อเราทราบปริมาณสารอาหารในแต่ละชนิดแล้วเราก็จะสามารถเพิ่ม Creatine เข้าไปในอาหารหลักของเราได้หรือเลือกทานได้ แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าเนื้อพวกนี้นั้นเมื่อถูกนำไปทำเป็นอาหารและโดนความร้อนอาจทำให้คุณค่าของ Creatine นั้นสูญเสียไปได้

***หมายเหตุที่กระผมบอกว่าไม่ทราบ % ไขมันเพราะว่าไม่รู้ว่าในบทความที่เจอมานั้นระบุจากเนื้อสดๆแบบไม่มันเลยหรือว่าระบุเพียงโดยทั่วๆไป เพราะว่าในส่วนของที่เป็นไขมันจะไม่มี Creatine อยู่นะครั