อาหารชีวจิต

ก่อนโรคเบาหวานอาจจะหรือไม่อาจจะมีอาการที่มาพร้อมกับสูงกว่าน้ำตาลในเลือด ปกติ อย่าคิดว่าไม่มีอาการหมายความว่าทุกอย่างดี ผมได้สัมภาษณ์หลายร้อยคนกับการวินิจฉัยและเรียนรู้ว่าหลาย ๆ คนได้อย่างความคิดที่ว่าพวกเขามีโรคเบาหวานก่อนไม่มี พวกเขาอาจจะรู้สึกเพียงแค่ปรับหรือบางทีอาจจะเห็นว่าพวกเขามีน้อยเหนื่อยมาก ขึ้นกว่าปกติ มักจะคนที่มีการตรวจสอบทางการแพทย์ประจำรู้มากโดยอุบัติเหตุที่น้ำตาลใน เลือดของพวกเขาอยู่ในช่วงก่อนเบาหวาน คนที่รู้สึกเหนื่อยมากขึ้นเล็กน้อยกว่าปกติไม่อาจทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง ความเมื่อยล้าและโรคเบาหวานก่อน

เพื่อที่จะทราบว่าคุณมีโรคเบาหวานก่อนหรือไม่ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะเข้าใจว่าอะไรก่อนโรคเบาหวานหมายถึง ระยะก่อนเป็นโรคเบาหวานที่ใช้อธิบายรัฐระหว่างน้ำตาลในเลือดปกติและโรคเบาหวานประเภท 2 ที่ครั้งหนึ่งแพทย์ใช้เพื่ออ้างถึงก่อนเบาหวานขณะที่ “มีสัมผัสของน้ำตาล” หรือ “เส้นเบาหวาน” โชคดีที่คำเหล่านี้จะไม่ใช้อีกต่อไป! อย่างใดมีการสัมผัสของน้ำตาลไม่สามารถถ่ายทอดความจำเป็นเร่งด่วนหรือความสำคัญของการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่รุนแรงอาจ

คนที่มีโรคเบาหวาน pre-อาจจะไปกับการพัฒนาเบาหวานชนิดที่ 2 ในขณะที่โรคเบาหวานประเภท 2 เป็นภาวะถาวร pre-เบาหวานไม่ได้เป็น ในความเป็นจริงถ้าขั้นตอนถูกต้องจะถูกนำไปรักษาโรคเบาหวาน pre-ต้นคุณอาจจะไม่สามารถที่จะย้อนกลับสภาพและไม่เคยพัฒนาโรคเบาหวานที่

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะหาถ้าคุณมีโรคเบาหวานก่อนที่จะได้รับน้ำตาลในเลือดของคุณตรวจสอบ สำหรับการทดสอบนี้คุณจะต้องค้างคืนที่รวดเร็วและมีเลือดของคุณวาดในห้องแล็บ น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารระหว่าง 100 และ 125 mg / dl เป็นตัวบ่งชี้ของ pre-เบาหวาน สำหรับ บันทึกที่น้ำตาลในเลือดปกติระหว่าง 70 และ 99 mg / dl และน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารมากกว่า 125 mg / dl เป็นตัวบ่งชี้ของโรคเบาหวาน

หาก คุณมีอากาศอ่านน้ำตาลในเลือดในช่วงก่อนเบาหวาน (100-125 mg / dl), คุณควรจะมีการทดสอบเลือดน้ำตาลซ้ำเป็นครั้งที่สองเพื่อดูว่าผลที่ได้คือยัง คงเดิม ถ้ามันเป็นที่คล้ายกันเป็นครั้งที่สองที่เป็นการยืนยันของ pre-เบาหวาน

ที่นี่มีธงสีแดงที่อาจหรือไม่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวานก่อนมี แต่คุณควรไปพบแพทย์หากคุณมีอาการใด ๆ เหล่านี้:

* กระหายที่เพิ่มขึ้น
* เพิ่มปัสสาวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน
ความเมื่อยล้า * ที่ไม่ดีขึ้นแม้จะมีการนอนหลับมากขึ้น
* ตาพร่ามัวที่จะไม่ถาวร

สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานก่อนที่คุณไม่สามารถละเลยได้ ถ้าการวินิจฉัยไม่เชื่อว่ามันจะดีขึ้นด้วยตัวเองหรือไป ระดับน้ำตาลในเลือดที่ยังคงอยู่ในช่วงก่อนเบาหวานสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มักจะเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ทำตามขั้นตอนในเชิงบวกต่อโรคเบาหวานกลับ pre-เร็วแทนที่จะในภายหลัง เรียนรู้วิธีการเริ่มต้นกับแผนชีวิตสุขภาพที่มีอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย

เสริมจมูกด้วยซิลิโคน

การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร?

ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะเข้ารวมกับเนื้อเยื่อของจมูกและเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะไหลไปด้านข้างของจมูกทำให้จมูกดูโตขึ้นอย่างมาก ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาก็ไม่สามารถนำออกได้หมด โดยเฉพาะคนที่ทำมาเป้นเวลานานเนื้อเยื่อจมูกกับสารซิลิโคนจะยิ่งรวมตัวเกาะกันการแก้จมูกเมื่อมีปัญหาในอนาคตจึงยากมาก

การเสริมจมูกด้วยการฉีดคอลลาเจนหรือสารเติมแต่งดีหรือไม่อย่างไร?

ต้องเข้าใจก่อนว่าการเสริมจมูกด้วยการฉีดสารใดๆก็ตามเข้าไปในจมูกจะมีผลให้สารนั้นเข้ารวมตัวกับเนื้อเยื่อโดยตรง ซึ่งไม่มีวันที่จะนำสารนั้นออกจากร่างกายได้จนหมด นอกจากว่าสารนั้นๆจะสลายตัวไปเอง ดังนั้นการฉีดเสริมด้วยสารเติมแต่งที่อยู่ถาวรจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบเนื่องจากถ้าผิดรูปหรือมีปัญหาแล้วการแก้ไขจะทำได้ยากมากไม่สามารถใช้เครื่องมือใดๆไปดูดสารที่ฉีดเข้าไปออกมาได้เลย

 เสริมจมูก ศัลยกรรมจมูก ทำจมูก เราสามารถใช้เนื้อเยื่อของเราเองเพื่อการเสริมจมูกได้หรือไม่

ได้แน่นอน และจะมีความปลอดภัยสูงมากด้วย เช่น กระดูกอ่อน,แผ่นหนังและไขมันเป็นต้น แต่มีข้อจำกักอยู่ตรงที่ว่า จะมีการผ่าตัดสองแห่งและถ้าต้องการให้โด่งมากๆก็มักจะทำไม่ได้ เป็นต้นเราจึงมักเก็บไว้ใช้กับรายที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น
การเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมัน มีวิธีการอย่างไร ผลเป็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร
ศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก

คือการตกแต่งจมูกให้ปรับเปลี่ยนรูปจมูกให้ดูสวยและรับกับใบหน้ามากขึ้นไม่ว่าจะเป็นความโด่ง ความคมหรือแม้แต่ความกว้างของปีกจมูกที่มีปัญหาโดยส่วนมากจะแบ่งเป็น 2 แบบที่นิยมในปัจจุบัน คือ ผ่าตัดและไม่ผ่าตัดแต่วิธีที่ได้รับการยอมรับและทำกันมานานได้แก่การผ่าตัดเสริมด้วยเนื้อเยื่อหรือวัสดุใส่เข้าไป เช่น กระดูกอ่อน , ไขมัน , แท่งซิลิโคน และซิลิโคนเหลว
การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนมีความปลอดภัยหรือไม่?

เนื่อง จากแท่งซิลิโคนเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ร่างกายมีการต่อต้านน้อยที่สุดดังนั้นจึงสามารถนำมาใส่เข้าไปในเนื้อเยื่อของเราได้ และแท่งซิลิโคนเองก็เป็นวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมานานกว่า 20 ปีแล้วจึงจัดได้ว่าเป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยสูงมาก

แต่ถึงอย่างไร การเลือกใช้แท่งซิลิโคนเสริมจะออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับประเภทซิลิโคนที่เลือกใช้ และความชำนาญของศัลยแพทย์ด้วยบางรายมักเกิดจากการเสริมให้โด่งมากเกินไปหรือบางรายผิวหนังที่จมูกบางก็อาจทำให้ดูเป็นแท่งได้ วางแผนก่อนผ่าตัดจึงมีความสำคัญมาก

การเสริมด้วยไขมัน สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

1. ใช้วิธีการดูดไขมันด้วย ใช้เข็มดูดขนาดเล็ก ดูดไขมันจากหน้าท้องหรือต้นขา
แล้วแยกเอาไขมันที่กลายเป็นน้ำออก
เอาเฉพาะส่วนไขมันที่ยังคงสภาพเป็นเซลล์อยู่
นำไปฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณที่จะเสริมจมูก

2. ตัดไขมันจากบริเวณหน้า, ต้นขา, ก้นกบ มาเป็นชิ้น แล้วนำไปสอดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณจมูกที่ต้องการเสริม

ข้อดีของการใช้ไขมัน

1. เป็นเนื้อของเราเอง โอกาสการไม่ยอมรับของร่างกายจะไม่มี

2. ความรู้สึกที่แตะต้องอาจจะรู้สึกธรรมชาติ

ข้อเสียของการใช้ไขมัน

1. ไขมันที่นำไปฉีดหรือปลูกมีการย่อยสลายได้ประมาณ 40-60 % ดังนั้นรูปร่างของจมูกจะไม่คงอยู่ตามต้องการ

2. รูปร่างของจมูกอาจจะไม่ได้ตามต้องการเหมือนการเสริมด้วยซิลิโคนหรือวัสดุที่คงรูปกว่า

การทำศัลยกรรมจมูกจะอยู่ได้ตลอดชีวิต และหากเป็นซิลิโคนแท่งหรือกระจูกจะคงรูปอยู่ได้นานกว่าไขมันและซิลิโคนเหลว

การใช้ไหมในการเย็บ
จะใช้เป็นไหมละลาย และ ไหมธรรมดาแต่ปัจจุบันควรจะใช้เป็นไหมละลาย เพราะคนไข้จะไม่ต้องกังวลในการตัดไหมออก ส่วนใหญ่ปมจะหลวม หรือหลุดออกประมาณสองสัปดาห์ครับ

เมื่อปลายจมูกบางใสและแดงหลังเสริมจมูกมา
เป็นอาการแสดงของซิลิโคนที่กำลังจะทะลุออกมานอกผิวหนังบางรายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิวอักเสบจึงบีบให้แตกกลับปรากฎเป็นแท่งซิลิโคนดันออกมาหรือที่เรียกกันว่าจมูกทะลุซึ่งต้องกลับไปให้แพทย์ืท่านเดิมแก้ไขอย่างรีบด่วนโดยทันที

  ค่าผ่าตัดเสริมจมูก
เนื่องจากแท่งซิลิโคนมีหลายเกรด จึงทำให้ราคาการรักษาต่างกันแต่ไม่ใช่ตัววัดว่าทำแพงแล้วจะออกมาดีที่สุดหรือสวยที่สุดเสมอไป แต่ถ้าราคาถูกมากๆก็คงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดจมูกทะลุ จมูกเบียว หรือในกรณีใดๆที่ต้องกลับมาแก้ไข ค่าใช้จ่ายจะสูงและยุ่งยากในการแก้ไขมากกว่าตอนเสริมครั้งแรก ดังนั้นจึงแนะนำให้ปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดโดยตรงจะดีที่สุดจะได้ทราบและถามข้อสงสัยและได้คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญเอง

เสริมจมูกที่โรงพยาบาลดีกว่าคลินิกจริงหรือไม่
คำถามนี้ไม่สามารถระบุเจาะจงได้ว่าที่ไหนดีกว่ากัน เนื่องจากคลินิกศัลยกรรมตกแต่งที่ให้บริการเฉพาะทางบางแห่ง ได้ออกแบบทั้งสถานที่และความปลอดภัยได้อย่างมาตรฐานสากลซึ่งอาจจะดีกว่าโรงพยาบาลบางแห่งเสียอีก แต่บางคลีนิคก็ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาดเสี่ยงติดเชื้อหลังการรักษา ดังนั้นจึงแนะนำให้หาข้อมูลและศึกษาแพทย์ที่ทำการรักษา เพราะแพทย์เก่งๆสมัยนี้อาจจะประจำอยู่หลายโรงพยาบาล และอาจจะเปิดคลีนิคเอง ซึ่งขึ้นอยุ่กับการพิจารณาของผู้เข้ารับการรักษาเอง

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัดเสริมจมูก
เนื่องจากหลังผ่าตัดจะมีอาการบวมเกิดขึ้น มากน้อยต่างกัน แต่โดยทั่วไปมักจะบวมมากใน 3-5 วันแรก ดังนั้นควรมีเวลาในการดูแลอย่างน้อย 3-5 วันหลังผ่าตัด ความเปลี่ยนแปลงจะการสังเกตุได้เองว่าจมูกเริ่มเป็นรูปทรงจะอยู่ที่ประมาณ2-3 เดือน จึงเห็นเด่นชัด แต่ระยะเวลาที่เนื้อเยื่อจะรวมกับซิลิโคนแท่งกระดูก นั้นควรทิ้งระยะไว้ประมาณ 1 ปีเป็นอย่างน้อย ดังนั้นการเสริมจมูกจึงต้องใจเย็นในการดูแลหมั่นรักษา