เทคนิคการโกนหนวด

นายแลร์รี่ส์กล่าวว่า “ข่าวดี” คือการที่ยังคงมีหลักฐานว่ามนุษย์ได้ผ่านไวรัสที่มนุษย์คนอื่น ๆ ไม่มี

“เท่า ที่เรารู้ว่าทุกกรณีที่มีการติดเชื้อเป็นรายบุคคลในทางเป็นระยะ ๆ และไม่ได้เชื่อมต่อ” เขากล่าวเพิ่มว่าแหล่งที่มาของการติดเชื้อยังถูกสอบสวน

หญิง สาวจากกรุงปักกิ่งซึ่งมีพ่อแม่อยู่ในการค้าชีวิตสัตว์ปีกเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลประจำวันพฤหัสบดีที่มีอาการไข้เจ็บคอไอและปวดหัว, ปักกิ่งสำนักอนามัยกล่าวว่า

นายแลร์รี่ส์กล่าวว่าก่อนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่แสดงให้เห็นถึงหญิงสาวที่อยู่ในสภาพที่มั่นคง

ใน รายงานกรณีเดียวที่ด้านนอกของภาคตะวันออกของจีน, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในมณฑลเหอหนานกล่าวว่าการทดสอบเมื่อผู้ชายสองคน พฤหัสบดีได้เปิดเผยว่าหลังจากที่พวกเขาได้ไวรัส

พวก เขากล่าวว่าพ่อครัวร้านอาหาร 34 ปีที่เคยแสดงอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ประมาณสัปดาห์ก็อยู่ในสภาพที่สำคัญในโรง พยาบาลในขณะที่เกษตรกร 65 ปีที่อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อเป็นประจำกับสัตว์ปีกที่อยู่ในสภาพที่มั่นคง หลังจากได้รับการรักษา

พวกเขากล่าวว่า 19 คนที่ได้รับการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับทั้งสองคนไม่ได้แสดงอาการไข้หวัดใด ๆ

สอง กรณีรายงานอาทิตย์ในภาคกลางของมณฑลเหอหนานซึ่งอยู่ถัดไปยังกรุงปักกิ่งตาม ประกาศเสาร์ที่สาว 7 ปีได้กลายเป็นคนแรกในเมืองหลวงที่จะติดเชื้อไวรัส ทุกกรณีรายงานก่อนหน้านี้ในเซี่ยงไฮ้และพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศจีนอื่น ๆ

อนามัยโลกอย่างเป็นทางการกล่าวว่าองค์การอาทิตย์ว่ามันไม่น่าแปลกใจว่าเชื้อไวรัสได้แพร่กระจายไปยังกรุงปักกิ่ง

ไมเคิลแลร์ รี่ส์ศีรษะของผู้ที่สำนักงานในประเทศจีนกล่าวว่ากรณีไม่ได้ที่ทุกคนได้รับ การยืนยันว่าติดเชื้อ H7N9 ถูก “คลัสเตอร์ในพื้นที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีแหล่งที่มาเดียวกันของการสัมผัส.”

“ดังนั้นเราจึงได้รับการคาดหวังผู้ป่วยรายใหม่ที่จะเกิดขึ้น … นอกจากนี้เรายังคงคาดหวังว่าจะมีกรณีอื่น ๆ “เขากล่าวว่า

สี่ผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับรายงานในวันอาทิตย์ในภาคตะวันออกของจังหวัดเจ้อเจียงและอีกสองในมณฑลเจียงซู

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อไวรัสซึ่งถูกพบครั้งแรกในเดือนที่ผ่านมามนุษย์มีการแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ

 

การเลือกผู้ช่วยในการยกเวต

ประธาน คณะกรรมการดาร์เรลอิสซาอี, แคลิฟอร์เนียพรรครีพับลิไล่นางสาว Lerner จากตารางพยาน แต่ตัวแทนแต้ม Gowdy, เซาท์แคโรไลนารีพับลิกันคัดค้านบอกว่าตั้งแต่เธอทำงบสั้นในการป้องกันของเธอ ที่ได้รับการยกเว้นอย่างมีประสิทธิภาพขวาของเธอจะก่อให้เกิด ห้าคำแปรญัตติ

“เธอ เพียงเบิกความ เธอได้รับการยกเว้นเพียงขวาห้าคำแปรญัตติเพื่อสิทธิ์ของเธอ “นาย Gowdy, อัยการอดีตกล่าวว่า “คุณไม่ได้รับที่จะบอกด้านของเรื่องราวและแล้วไม่ถูกยัดเยียดให้ข้ามการตรวจ สอบ นั่นไม่ใช่วิธีการทำงาน … เธอควรจะยืนอยู่ที่นี่และตอบคำถามของเรา. ”

ชั่วโมง ต่อมาในตอนท้ายของการได้ยินนาย Issa นาย Gowdy อาจไม่ถูกต้องและที่คณะกรรมการอาจบังคับให้นางสาว Lerner ที่จะกลับมา เขาบอกว่าเขาจะทบทวนสถานการณ์ตามกฎหมายและเขาก็แว่วได้ยินแทนที่จะเลื่อนมัน เป็นวิธีการของการรักษาทางเลือกของการกลับมาของเธอ

เขา เป็นคนที่แข็งแกร่งในความคิดเห็นที่นักการเมืองกระดาษที่ครอบคลุม Capitol Hill เขาบอกว่าเขาเชื่อว่านางสาว Lerner ไม่สละสิทธิของเธอ

“เมื่อ ฉันถามคำถามที่เธอออกมาจากจุดเริ่มต้นมากที่ผมทำเช่นนั้นเพื่อที่เธอจะยืน ยันสิทธิของเธอก่อนที่จะมีคำสั่งใด ๆ ” นายอิสซากล่าวว่า “เธอเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น – ดังนั้นเธอจึงได้รับการยกเว้น.”

นาง สาว Lerner ปฏิเสธที่จะเป็นพยานให้ความสนใจที่จะขยับเจ้านายเพียงครั้งเดียวของเธออดีต ข้าราชการดักลาสเอชชูลที่ขอโทษกำกับดูแลบ้านและคณะกรรมการปฏิรูปรัฐบาล แต่ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบออกคำเตือนฝ่ายนิติบัญญัติโกรธที่กรมสรรพากรสามารถ ท้ายหันหน้าไปทาง อัยการพิเศษ

ดูที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการที่กระทรวงการคลังล้างมือจากการกำหนดเป้าหมายทางการเมืองกรมสรรพากร ‘

ใน ขณะที่ด้านบนอย่างเป็นทางการของกรมธนารักษ์ที่ดูแลกรมสรรพากรกล่าวว่า พฤติกรรมของหน่วยงานคือ “ยอมรับไม่ได้” แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบใด ๆ

เริ่มแรก, ประชาธิปัตย์บนแผงเตือนว่าจะมีการ “นรกจะจ่าย” ถ้าพยานปิดบังข้อมูลหรือเต้นไปรอบ ๆ คำถามฝ่ายนิติบัญญัติ ‘

“เรารู้ว่าที่ที่จะนำ มันจะนำไปสู่อัยการพิเศษ “ตัวแทนสตีเฟ่นเอลลินช์กล่าวว่าแมสซาชูเซต

นาง สาว Lerner ผู้อำนวยการขององค์กรที่ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับกรมสรรพากรเริ่มเบิกความ ของพยานโดยปฏิเสธว่าเธอทำไม่ถูกต้องแล้วอุทธรณ์คำแปรญัตติขวาของเธอที่ห้า กับตนเองกล่าวโทษ

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย “เธอกล่าว “ฉันไม่ได้ละเมิดกฎระเบียบหรือข้อบังคับกรมสรรพากรและผมก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จนี้หรือรัฐสภาคณะกรรมการอื่น ๆ .”

ทนายความของเธอกล่าวว่าก่อนที่จะได้ยินว่าเธอจะปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพราะกระทรวงยุติธรรมประกาศการสืบสวนคดีอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น

ดูที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการกรมสรรพากร Key พูดที่ได้ยินเฮ้าส์ – แต่ไม่นาน

 

นาง สาว Lerner พยายามที่จะหยุดสำนักงานสาขาของชินชินกำหนดเป้าหมายของงานเลี้ยงน้ำชาและ กลุ่มขวาเอนอื่น ๆ กำกับโดยผู้เชี่ยวชาญในปี 2011 จะขยายเกณฑ์ของพวกเขาเพื่อที่จะไม่ปรากฏพรรคตามที่ตรวจสอบโดยเจรัสเซลจอร์จ, ธนารักษ์สารวัตร ทั่วไปสำหรับการบริหารภาษี

แต่การตรวจสอบว่าพฤติกรรมวังวนและต้องได้รับการแก้ไขอีกครั้งพฤษภาคม 2012

ความรู้เรื่องโรคภัยต่างๆ

โรคภัย

โรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome)
โครโมโซม เพศ ประกอบด้วย โครโมโซม 1 คู่ หรือ 2 แท่ง ในผู้หญิง เป็นแบบ XX ส่วนในผู้ชายเป็นแบบ XY โรคที่เกิดความผิดปกติในโครโมโซม สามารถเกิดได้ในทั้งหญิงและชาย แต่จะมีโอกาสเกิดขึ้นมากในเพศใดเพศหนึ่ง โดยลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ และอาการต่าง ๆ นี้ มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมีโครโมโซม x เพียงตัวเดียว โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมเพศ ได้แก่

ตาบอดสี (Color blindness)
เป็น ภาวะการมอง เห็นผิดปกติ โดยมากเป็นการตาบอดสีตั้งแต่กำเนิด และมักพบในเพศชายมากกว่า เพราะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะด้อยบนโครโมโซม ผู้ที่เป็นตาบอดสีส่วนใหญ่จะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสีเขียวและสีแดง ได้ จึงมีปัญหาในการดูสัญญาณไฟจราจร รองลงมาคือ สีน้ำเงินกับสีเหลือง หรืออาจเห็นแต่ภาพขาวดำ และความผิดปกตินี้จะเกิดขึ้นกับตาทั้งสองข้าง ไม่สามารถรักษาได้

ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)
โรค ฮีโมฟีเลีย คือ โรคเลือดออกไหลไม่หยุด หรือเลือดออกง่ายหยุดยาก เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่พบมากในเพศชาย เพราะยีนที่กำหนดอาการโรคฮีโมฟีเลียจะอยู่ใน โครโมโซม X และถ่ายทอดยีนความผิดปกตินี้ให้ลูก ส่วนผู้หญิงหากได้รับโครโมโซม X ที่ผิดปกติ ก็จะไม่แสดงอาการ เนื่องจากมี โครโมโซม X อีกตัวข่มอยู่ แต่จะแฝงพาหะแทน

ลักษณะอาการ คือ เลือดของผู้ป่วยฮีโมฟีเลียจะไม่สามารถแข็งตัวได้ เนื่องจากขาดสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว อาการที่สังเกตได้ เช่น เลือดออกมากผิดปกติ เลือดกำเดาไหลบ่อย ข้อบวม เกิดแผลฟกช้ำขึ้นเอง แต่โรคฮีโมฟีเลียนี้ สามารถรักษาได้ โดยการใช้สารช่วยให้เลือดแข็งตัวทดแทน

ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี (G-6-PD : Glucose-6-phosphate dehydrogenase)
โรค พร่องเอนไซม์ G6PD หรือ Glucose-6-phosphate dehydrogenase เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ง่าย เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น ซึ่งสาเหตุของ ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี นั้นเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมแบบ X ทำให้เอนไซม์ G6PD ที่คอยปกป้องเม็ดเลือดแดงจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระบกพร่อง จนไม่สามารถป้องกันการทำลายสารอนุมูลอิสระที่เป็นพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง ได้ ผู้ป่วยจึงมีอาการซีดเป็นครั้งคราว เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกอย่างฉับพลัน ในเด็กจะมีอาการดีซ่าน ส่วนผู้ใหญ่จะปัสสาวะเป็นสีดำ ถ่ายปัสสาวะน้อยจนเกิดอาการไตวายได้ โดยสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เช่น อาหารอย่างถั่วปากอ้า ที่มีสารอนุมูลอิสระมาก รวมทั้งการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวหลั่งสารอนุมูลอิสระมากขึ้น

ทั้งนี้ โรคนี้ไม่สามารถรักษาได้ ถ้ารู้จักการระวังตัว เช่น หลีกเลี่ยงยา หรืออาหารที่แสลง ก็จะไม่เกิดอันตราย ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยต้องดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไตวาย

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ ( Turner’s syndrome)
เกิด ใน เฉพาะเพศหญิง สาเหตุจากโครโมโซม X หายไป 1 แท่ง ทำให้เหลือโครโมโซมในเซลล์ร่างกาย 45 แท่ง ผู้ป่วยจะมีอาการปัญญาอ่อน และตัวเตี้ย ที่บริเวณคอมีพังผืดกางเป็นปีก มักเป็นหมันและไม่มีประจำเดือน มีอายุเท่ากับคนปกติทั่ว ๆ ไป

กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter’s syndrome)
พบ ในเพศชาย เกิดจากโครโมโซม X เกินมา 1 หรือ 2 โครโมโซม ทำให้คารีโอไทป์เป็น 47,XXY หรือ 48,XXXY ผู้ป่วยจะมีอาการปัญญาอ่อน รูปร่างอ้อนแอ้น สูงชะลูด หน้าอกโต มีเต้านมเหมือนผู้หญิง และเป็นหมัน เพราะไม่มีอสุจิ และมีอัณฑะเล็ก ยิ่งถ้ามีจำนวนโครโมโซม X มาก อาการปัญญาอ่อนก็จะรุนแรงมากขึ้น

กลุ่มอาการทริปเปิ้ลเอ็กซ์ (Triple x syndrome)
เกิด ในผู้หญิง โดยจะมีโครโมโซม x เกินมา 1 แท่ง ทำให้เป็น XXX รวมมีโครโมโซม 47 แท่ง ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นหมัน เจริญเติบโตไม่เต็มที่ และไม่มีประจำเดือน

กลุ่มอาการดับเบิลวาย (Double y syndrome)
เกิด ในผู้ชาย ที่มีโครโมโซม y เกินมา 1 แท่ง มีจีโนไทป์เป็น xyy เรียกว่า Super Male ลักษณะจะเป็นผู้ชายที่มีร่างกายปกติ แต่เป็นหมัน มีอารมณ์ฉุนเฉียว สูงมากกว่า 6 ฟุต มีระดับฮอร์โมนเพศชายในเลือดสูงกว่าปกติ ส่วนใหญ่เป็นหมัน ไม่สามารถมีบุตรได้

โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่น ๆ ได้แก่
ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) หรือ (Phenylpyruvic oligophrenia)

เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากการถ่ายทอดทางโครโมโซม โดยโครโมโซมนั้นมีความบกพร่องของยีนที่สร้าง Phenylalanine hydroxylase ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถสร้างเอนไซม์นี้ได้ จึงไม่สามารถย่อยสลายกรดอะมิโน phenylalanine ไปเป็น tyrosine เหมือนคนปกติ จึงเกิดภาวะ phenylalaine สะสมในเลือดมากผิดปกติ และมี phenylpyruvic acid และกรดอินทรีย์อื่นปนในปัสสาวะ รวมทั้งอาการโลหิตเป็นพิษด้วย โดยผู้ป่วยฟีนิลคีโตนูเรียนี้ มักจะมีอาการปัญญาอ่อน และไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป โดยอาการฟีนิลคีโตนูเรียนี้ จะพบในคนผิวขาวมากกว่า และในประเทศไทยพบไม่มาก

สไปโนซีรีเบลลาร์อะแท็กเซีย (spinocerebellar ataxia)
เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่ยังไม่มีทางรักษา โดยเกิดจากโพลีกลูตาไมน์ ไตรนิวคลีโอไทด์ ผลิตซ้ำมากเกินปกติ ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ทั้งท่าเดิน การพูด ตากระตุก และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย แต่ระบบจิตใจและความรู้สึกนึกคิดยังปกติ

ทั้งนี้ สไปโนซีรีเบลลาร์อะแท็กเซีย มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะแสดงอาการต่าง ๆ กันไป รวมทั้งอายุของผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรค และลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของยีนบนโครโมโซมของผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ

โรคทาลัสซีเมีย ( Thalassemia )
โรค ทาลัสซีเมีย เป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ซึ่งเมื่อผิดปกติจะทำให้การสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดผิดปกติ เม็ดเลือดแดงจึงมีรูปร่างผิดปกติ นำออกซิเจนไม่ดี ถูกทำลายได้ง่าย ทำให้ผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย เป็นคนเลือดจาง และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา

ในประเทศไทยพบผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมียร้อยละ 1 คือประมาณ 6 แสนคน แต่พบผู้เป็นพาหะถึงร้อยละ 30-40 คือประมาณ 20-25 ล้านคน ดังนั้นถ้าหากผู้เป็นพาหะมาแต่งงานกัน และพบยีนผิดปกติร่วมกัน ลูกก็อาจเป็น โรคทาลัสซีเมียได้ ทั้งนี้ โรคทาลัสซีเมีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แอลฟาธาลัสซีเมีย และ เบต้าธาลัสซีเมีย ซึ่งก็คือ ถ้ามีความผิดปกติของสายแอลฟา ก็เรียกแอลฟาธาลัสซีเมีย และถ้ามีความผิดปกติของสายเบต้าก็เรียกเบต้าธาลัสซีเมีย

ผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย จะมีอาการซีด ตาขาวสีเหลือง ตัวเหลือง ตับม้ามโตมาตั้งแต่เกิด ผิวหนังดำคล้ำ กระดูกใบหน้าจะเปลี่ยนรูป มีจมูกแบน กะโหลกศีรษะหนา โหนกแก้มนูนสูง กระดูกเปราะ หักง่าย เจริญเติบโตช้ากว่าคนปกติ ส่วนอาการนั้น อาจจะไม่รุนแรง หรืออาจรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตเลยก็ได้ คนที่มีอาการมากจะมีอาการเลือดจางมาก ต้องให้เลือดเป็นประจำ หรือมีภาวะติดเชื้อบ่อย ๆ ทำให้เป็นไข้หวัดได้บ่อย

ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย คือ ให้ทานอาหารที่มีกรดโฟลิกสูง เช่น ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ ให้มาก ๆ เพื่อนำไปใช้สร้างเม็ดเลือดแดง

โรคทางพันธุกรรม หรือ โรคติดต่อทางพันธุกรรม เป็น โรคที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดพันธุกรรมของฝั่งพ่อและแม่ หากหน่วยพันธุกรรมของพ่อและแม่มีความผิดปกติแฝงอยู่ โดยความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากการผ่าเหล่าของหน่วยพันธุกรรมบรรพบุรุษ ทำให้หน่วยพันธุกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมได้

ทั้งนี้ โรคทางพันธุกรรม นี้ เป็นโรคติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดย โรคทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม 2 ประการ คือ ความผิดปกติของออโตโซม (โครโมโซมร่างกาย) และความผิดปกติของโครโมโซมเพศ

โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม (Autosome)
โรค ที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมในร่างกาย ที่มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง สามารถเกิดได้กับทุกเพศ และมีโอกาสเกิดได้เท่า ๆ กัน โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ความผิดปกติที่จำนวนออโตโซม และความผิดที่รูปร่างโครโมโซม ประกอบด้วย

ความผิดปกติของจำนวนออโตโซม
เป็นความผิดปกติที่จำนวนออโทโซมในบางคู่ที่เกินมา 1 โครโมโซม จึงทำให้โครโมโซมในเซลล์ร่างกายทั้งหมดเป็น 47 โครโมโซม เช่น ออโทโซม 45 แท่ง 1 โครโมโซมเพศ 2 แท่ง ได้แก่

กลุ่มอาการดาวน์ หรือ ดาวน์ซินโดรม ( Down’s syndrome)

เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง คือ มี 3 แท่ง จากปกติที่มี 2 แท่ง ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า TRISOMY 21 นอกจากนั้นอาจมีสาเหตุมาจากการย้ายที่ของโครโมโซม เช่น โครโมโซมคู่ที่ 14 มายึดติดกับโครโมโซมคู่ที่ 21 เป็นต้น และยังมีสาเหตุมาจาก มีโครโมโซมทั้ง 46 และ 47 แท่ง ในคน ๆ เดียว เรียกว่า MOSAIC ซึ่งพบได้น้อยมาก

ลักษณะของเด็กดาวน์ซินโดรม จะมีศีรษะค่อนข้างเล็ก แบน และตาเฉียงขึ้น ดั้งจมูกแบน ปากเล็ก ลิ้นมักยื่นออกมา ตัวเตี้ย มือสั้น อาจเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือโรคลำไส้อุดตันตั้งแต่แรกเกิด มีภาวะต่อมไทรอยด์บกพร่อง และเป็นปัญญาอ่อน พบบ่อยในแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก

กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดรม ( Edward’s syndrome)

เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 โครโมโซม ทำให้เป็นปัญญาอ่อน ปากแหว่ง เพดานโหว่ คางเว้า นิ้วมือบิดงอ และกำแน่นเข้าหากัน ปอดและระบบย่อยอาหารผิดปกติ หัวใจพิการแต่กำเนิด ทารกมักเป็นเพศหญิง และมักเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนอายุ 1 ขวบ

กลุ่มอาการพาทัวซินโดม ( Patau syndrome)

อาการนี้เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 13 เกินมา 1 โครโมโซม ทำให้เด็กมีอาการปัญญาอ่อน อวัยวะภายในพิการ และมักเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด หรือหากมีชีวิตรอดก็จะมีอายุสั้นมาก

ความผิดปกติของรูปร่างออโตโซม

เป็นความผิดปกติที่ออโทโซมบางโครโมโซมขาดหายไปบางส่วน แต่มีจำนวนโครโมโซม 46 แท่ง เท่ากับคนปกติ ประกอบด้วย

กลุ่มอาการคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrome)
เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไปบางส่วน ทำให้ผู้ป่วยมีศีรษะเล็กกว่าปกติ เกิดภาวะปัญญาอ่อน หน้ากลม ใบหูต่ำ ตาห่าง หางตาชี้ นิ้วมือสั้น เจริญเติบโตได้ช้า เวลาร้องจะมีเสียงเหมือนแมว จึงเป็นที่มาของชื่อโรคนี้ว่า แคทครายซินโดรม (cat cry syndrome)

กลุ่มอาการเพรเดอร์-วิลลี (Prader-Willi syndrome)
เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 15 ทำให้ผู้ป่วยมีรูปร่างอ้วนมาก มือเท้าเล็ก กินจุ มีความบกพร่องทางสติปัญญา มีพฤติกรรมแปลก ๆ เช่น พูดช้า รวมทั้งเป็นออทิสติกด้วย

โรคซีสติกไฟโบรซีส (Cystic fibrosis)
เป็น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ที่ทำให้ร่างกายสร้างเยื่อเมือกหนามากผิดปกติในปอดและลำไส้ ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก และเยื่อเมือกหนาเหล่านั้นอาจทำให้ปอดติดเชื้อ หากมีแบคทีเรียเติบโตอยู่ ส่วนเยื่อเมือกหนาในลำไส้ จะทำให้ย่อยอาหารได้ลำบาก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ แต่สามารถบรรเทาได้โดยการใช้ยาสลายเยื่อเมือก

โรคซิกเกิลเซลล์ (Sickle-cell)
เป็นความผิดปกติ ทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นกับเลือด ทำให้ฮีโมโกลบินมีรูปร่างผิดปกติ เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว จึงไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนได้มากเท่ากับเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่าง ปกติ ส่งผลให้เกิดอาการหลอดเลือดอุดตัน ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียและไม่มีแรง

โรคคนเผือก (Albinos)
ผู้ที่เป็น โรคคนเผือก คือ คนที่ไม่มีเม็ดสีที่ผิวหนัง จะมีผิวหนัง ผม ขน และม่านตาสีซีด หรือีขาว เพราะขาดเม็ดสีเมลานิน หรือมีน้อยกว่าปกติ ทำให้ทนแสงแดดจ้าไม่ค่อยได้

โรคดักแด้
ผู้เป็น โรคดักแด้ จะมีผิวหนังแห้งแตก ตกสะเก็ด ซึ่งแต่ละคนจะมีความรุนแรงของโรคต่างกัน บางคนผิวแห้งไม่มาก บางคนผิวลอกทั้งตัว ขณะที่บางคนหากเป็นรุนแรงก็มักจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อที่เข้าทางผิวหนัง

โรคท้าวแสนปม (neurofibromatosis)
เป็นโรคผิว หนังที่ถ่ายทอดโดยโครโมโซม ลักษณะที่พบคือ ร่างกายจะมีตุ่มเต็มไปทั่วร่างกาย ขนาดเล็กไปจนใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือชนิดที่พบบ่อย พบประมาณ 1 ใน 2,500 ถึง 3,500 คน โดยพบอาการอย่างน้อย 2 ใน 7 อาการต่อไปนี้คือ มีปานสีกาแฟใส่นมอย่างน้อย 6 ตำแหน่ง, พบก้อนเนื้องอกตามผิวหนัง 2 ตุ่มขึ้นไป, พบกระที่บริเวณรักแร้หรือขาหนีบ, พบเนื้องอกของเส้นประสาทตา, พบเนื้องอกของม่านตา 2 แห่งขึ้นไป, พบความผิดปกติของกระดูก และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

ส่วน โรคท้าวแสนปม ประเภทที่ 2 พบได้น้อยมาก ราว 1 ใน 50,000 ถึง 120,000 คน ผู้ป่วยจะไม่มีอาการทางผิวหนัง แต่จะพบเนื้องอกของหูชั้นใน และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

โรคลูคีเมีย (Leukemia)
โรคลูคีเมีย หรือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูก ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาวจำนวนมากในไขกระดูก จนเบียดบังการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ส่วนเม็ดเลือดขาวที่สร้างนั้น ก็เป็นเม็ดเลือดขาวตัวอ่อน จึงไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้ จึงเป็นไข้บ่อย ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคลูคีเมีย มีหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม กัมมันตภาพรังสี การติดเชื้อ เป็นต้น

อาการของผู้ป่วย ลูคีเมีย จะแสดงออกมาในหลายรูปแบบ เช่น มีไข้สูง เป็นหวัดเรื้อรัง หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ตัวซีด เซลล์ลูคีเมียจะไปสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดอาการบวมโต บางคนเป็นรุนแรง ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

การรักษา โรคลูคีเมีย ทำได้โดยให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อลดจำนวนเม็ดเลือดขาว หรืออาจใช้เคมีบำบัด เพื่อให้ไขกระดูกกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ

โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทั้งนี้โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง และเป็น โรคทางพันธุกรรม โดยหากพ่อแม่เป็นเบาหวาน ก็อาจถ่ายทอดไปถึงลูกหลานได้และนอกจากพันธุกรรมแล้ว สิ่งแวดล้อม วิธีการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร ก็มีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน

อาการทั่วไปของผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน คือจะปัสสาวะบ่อย เนื่องจากน้ำตาลที่ออกมาทางไตจะดึงเอาน้ำจากเลือดออกมาด้วย จึงทำให้มีปัสสาวะมากกว่าปกติ เมื่อถ่ายปัสสาวะมาก ก็ทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ต้องคอยดื่มน้ำบ่อย ๆ และด้วยความที่ผู้ป่วย โรคเบาหวาน ไม่สามารถนำน้ำตาลมาเผาผลาญเป็นพลังงาน จึงหันมาเผาผลาญกล้ามเนื้อและไขมันแทน ทำให้ร่างกายผ่ายผอม ไม่มีไขมัน กล้ามเนื้อฝ่อลีบ อ่อนเปลี้ย เพลียแรง นอกจากนี้ การมีน้ำตาลคั่งอยู่ในอวัยวะต่าง ๆ จึงทำให้อวัยวะต่าง ๆ เกิดความผิดปกติ และนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนมากมาย โดยเฉพาะ โรคไตวายเรื้อรัง, หลอดเลือดตีบตีน, อัมพฤกษ์ อัมพาต, ต้อกระจก, เบาหวานขึ้นตา ฯลฯ

การป้องกันโรคทางพันธุกรรม
โรคทางพันธุกรรม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากกจะติดตัวไปตลอดชีวิต ทำได้แต่เพียงบรรเทาอาการไม่ให้เกิดขึ้นมากเท่านั้น ดังนั้นการป้องกัน โรคทางพันธุกรรม ที่ดีที่สุด คือ ก่อนแต่งงาน รวมทั้งก่อนมีบุตร คู่สมรสควรตรวจร่างกาย กรองสภาพทางพันธุกรรมเสียก่อน เพื่อทราบระดับเสี่ยง อีกทั้งโรคทางพันธุกรรม บางโรค สามารถตรวจพบได้ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ จึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ทารกที่จะเกิดมา มีความเสี่ยงในการเป็นโรคทางพันธุกรรมน้อยลง

สุขภาพในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิดไม่เลือกปฏิบัติ มันเกิดขึ้นระหว่างคู่เพศตรงข้ามและในความเป็นหุ้นส่วนเพศเดียวกัน มันเกิดขึ้นภายในทุกช่วงอายุชาติพันธุ์และระดับเศรษฐกิจ และ ในขณะที่ผู้หญิงจะตกเป็นเหยื่อมากกว่าปกตินอกจากนี้ยังมีผู้ชายที่ถูก ทารุณกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยวาจาและอารมณ์แม้ว่าบางครั้งแม้แต่ร่างกาย เช่นกัน บรรทัด ล่างคือว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่เคยได้รับการยอมรับไม่ว่าจะมาจากชายคน หนึ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า คุณสมควรที่จะรู้สึกว่ามูลค่าที่เคารพนับถือและปลอดภัย
ตระหนักถึงการใช้เป็นขั้นตอนแรกที่จะได้รับความช่วยเหลือ

การ ละเมิดในประเทศมักจะ escalates จากภัยคุกคามและการละเมิดทางวาจาไปสู่ความรุนแรง และในขณะที่ได้รับบาดเจ็บทางกายภาพอาจจะเป็นอันตรายที่ชัดเจนที่สุดผลกระทบ ทางอารมณ์และจิตใจของการละเมิดในประเทศยังมีความรุนแรง ความ สัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมสามารถทำลายอารมณ์ของคุณตระหนักถึงคุณค่าตนเองนำไปสู่ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าและทำให้คุณรู้สึกหมดหนทางและคนเดียว ไม่มีใครควรจะต้องทนต่อชนิดของความเจ็บปวดและขั้นตอนแรกของคุณในการทำลายฟรี นี้ตระหนักว่าสถานการณ์ของคุณเป็นอันตราย เมื่อคุณยอมรับความเป็นจริงของสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมแล้วคุณสามารถได้รับ ความช่วยเหลือที่คุณต้องการ
สัญญาณของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิด
สัญญาณของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ละเมิดทางร่างกายและความรุนแรง

พิมพ์นี้! ข้อความ SizeLarger ข้อความ SizeLargest ปกติขนาดตัวอักษร
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิด
ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในความกลัว:

ในสหรัฐอเมริกา: โทรสายด่วนแห่งชาติความรุนแรงในประเทศที่ 1-800-799-7233 (SAFE)
สหราชอาณาจักร: ช่วยเหลือผู้หญิงที่โทร 0808 2000 247
แคนาดา: โทรสายด่วนแห่งชาติความรุนแรงในประเทศที่ 1-800-363-9010
ออสเตรเลีย: 1800RESPECT โทร 1800 737 732
ทั่วโลก: เยี่ยมชมไดเรกทอรีระหว่างประเทศของหน่วยงานความรุนแรงในครอบครัวสำหรับรายการทั่วโลกของ helplines และศูนย์วิกฤต
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดชายสามารถโทร:

สหรัฐฯและแคนาดา: สายด่วนการใช้ผิดวิธีภายในประเทศสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
สหราชอาณาจักร: ผู้ริเริ่มมนุษยชาติ
ออสเตรเลีย: หนึ่งในสามของการรณรงค์

การ ละเมิดในประเทศยังเป็นที่รู้จักทำผิดกฎเกี่ยวพิธีวิวาห์เกิดขึ้นเมื่อคนคน หนึ่งที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดหรือการแต่งงานพยายามที่จะครอบงำและ ควบคุมคนอื่น ๆ การละเมิดในประเทศที่มีการใช้ความรุนแรงทางกายภาพที่เรียกว่าความรุนแรงในครอบครัว

ความ รุนแรงในครอบครัวและการละเมิดที่ใช้สำหรับวัตถุประสงค์หนึ่งและเป็นหนึ่งใน วัตถุประสงค์เฉพาะที่จะได้รับและรักษาควบคุมทั้งหมดกว่าคุณ ทารุณกรรมไม่ได้ “เล่นยุติธรรม.” Abusers ใช้กลัวบาปอับอายและการข่มขู่ที่จะสวมใส่คุณลงและให้คุณภายใต้นิ้วหัวแม่มือของเขาหรือเธอ abuser ของคุณอาจคุกคามคุณทำร้ายคุณหรือทำร้ายคนรอบข้าง

มีสัญญาณหลายของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมเป็น ป้ายบอกมากที่สุดคือความกลัวของคู่ของคุณ ถ้า คุณรู้สึกว่าคุณต้องเดินบน eggshells รอบพันธมิตรอย่างต่อเนื่องดูสิ่งที่คุณพูดและทำเพื่อหลีกเลี่ยงการระเบิด ขึ้นโอกาสของคุณเป็นความสัมพันธ์ของคุณและเป็นโรคที่ไม่เหมาะสม อาการ อื่น ๆ ที่คุณอาจจะอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมรวมถึงพันธมิตรที่ belittles คุณหรือพยายามที่จะควบคุมคุณและความรู้สึกของความเกลียดชังตัวเอง, ความสิ้นหวังและความสิ้นหวัง

เพื่อตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์ของคุณเป็นอันตรายตอบคำถามด้านล่าง มากขึ้น “ใช่” คำตอบจะขึ้นเป็นว่าคุณอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ชี้บ่งว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ความคิดภายในของคุณและความรู้สึกพฤติกรรมการทับถมของคู่ของคุณ

เมื่อผู้คนพูดคุยเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวพวกเขามักจะหมายถึงการทำร้ายร่างกายของคู่สมรสหรือคู่สมรส ละเมิดทางร่างกายคือการใช้พละกำลังกับใครบางคนในทางที่ทำร้ายหรือเป็นอันตรายต่อคนคนนั้น การโจมตีทางกายภาพหรือการโจมตีเป็นอาชญากรรมไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกของครอบครัว ตำรวจมีอำนาจและอำนาจที่จะปกป้องคุณจากการโจมตีทางกายภาพ
ล่วงละเมิดทางเพศเป็นรูปแบบของการทำร้ายร่างกาย

ในสถานการณ์ที่คุณถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ที่ไม่ปลอดภัยหรือการย่อยสลายใด ๆ ที่เป็นล่วงละเมิดทางเพศ เพศบังคับแม้โดยคู่สมรสหรือพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับคนที่คุณยังมีเซ็กซ์, คือการกระทำของการรุกรานและความรุนแรง นอกจากนี้คนที่มีคู่ค้าของพวกเขาละเมิดทางร่างกายและทางเพศที่มีความเสี่ยงสูงของการถูกฆ่าหรือบาดเจ็บสาหัส
มันยังคงเป็นได้หาก . .

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายดูเหมือนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการที่คุณได้ อ่านเกี่ยวกับที่เห็นบนจอโทรทัศน์หรือได้ยินผู้หญิงคนอื่น ๆ พูดคุยเกี่ยวกับ ไม่มีรูปแบบ “ดี” หรือ “เลว” ทำร้ายร่างกาย; คุณสามารถได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเป็นผลจากการถูกผลักตัวอย่างเช่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นได้เพียงหนึ่งหรือสองครั้งในความสัมพันธ์ การศึกษาแสดงว่าถ้าคู่สมรส / คู่ของคุณได้รับบาดเจ็บคุณเมื่อมันเป็นไปได้ที่เขาจะยังคงโจมตีทางร่างกายคุณ
การ ถูกทำร้ายร่างกายทางกายภาพหยุดเมื่อคุณกลายเป็น passive และให้ขึ้นสิทธิของคุณเพื่อแสดงตัวเองในขณะที่คุณต้องการที่จะย้ายได้อย่าง อิสระและดูคนอื่น ๆ และในการตัดสินใจ มันไม่ได้เป็นชัยชนะถ้าคุณมีที่จะให้ขึ้นสิทธิของคุณเป็นคนและหุ้นส่วนในการแลกเปลี่ยนสำหรับการไม่ได้ถูกทำร้าย!
ไม่เคยมีการใช้ความรุนแรงทางกายภาพใด ๆ ผู้หญิงหลายคนถูกทำร้ายอารมณ์และวาจา นี้สามารถเป็นที่น่ากลัวอย่างเท่าเทียมกันและมักจะสับสนมากขึ้นเพื่อพยายามที่จะเข้าใจ

ที่มา: ทำลายความเงียบ: คู่มือสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในเนบราสก้า
ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์: มันเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด

เมื่อคนคิดของการละเมิดในประเทศพวกเขามักจะวาดภาพทารุณของสตรีที่ได้รับทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ทั้งหมดอันตรายความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความรุนแรง เพียงเพราะคุณไม่ได้โหดร้ายและทารุณไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้ถูกทำร้าย ผู้ชายหลายคนและหญิงต้องทนทุกข์ทรมานจากการละเมิดทางอารมณ์ซึ่งเป็นอันตรายไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์จะลดลงมักจะมองข้ามหรือแม้กระทั่งโดยบุคคลที่ถูกทำร้าย
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางอารมณ์

จุดมุ่งหมายของการทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์เป็นชิปไปที่ความรู้สึกของคุณในคุณค่าของตนเองและความเป็นอิสระ หาก คุณตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางอารมณ์ที่คุณอาจรู้สึกว่ามีวิธีการไม่ ออกจากความสัมพันธ์หรือว่าไม่มีคู่ที่ไม่เหมาะสมของคุณคุณไม่มีอะไร

ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์รวมถึงการละเมิดทางวาจาเช่นตะโกนชื่อโทรโทษและบัดสี แยกการข่มขู่และพฤติกรรมการควบคุมยังอยู่ภายใต้การทำผิดกฎเกี่ยวกับอารมณ์ นอก จากนี้ abusers ที่ใช้ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์หรือจิตใจมักจะโยนในภัยคุกคามของความรุนแรงทางกาย หรือผลกระทบอื่น ๆ ถ้าคุณไม่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ

คุณ อาจคิดว่าการทำร้ายร่างกายเป็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการใช้อารมณ์ตั้งแต่ ความรุนแรงทางกายภาพที่สามารถส่งไปยังโรงพยาบาลและทำให้คุณมีรอยแผลเป็น แต่รอยแผลเป็นจากการล่วงละเมิดทางอารมณ์เป็นจริงมากและพวกเขาทำงานลึก ในความเป็นจริงทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์สามารถเช่นเดียวกับความเสียหายทางกายภาพลวนลามบางครั้งมากยิ่งขึ้นเพื่อ
ทางเศรษฐกิจหรือการล่วงละเมิดทางการเงินรูปแบบที่ลึกซึ้งของการล่วงละเมิดทางอารมณ์

แม้ จะมีสิ่งที่หลายคนเชื่อว่าการใช้ความรุนแรงในประเทศและการละเมิดไม่ได้เกิด จากการสูญเสียทารุณกรรมของการควบคุมของเขาหรือพฤติกรรมของเธอ ในความเป็นจริงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและความรุนแรงเป็นทางเลือกที่ทำโดยเจตนาทำร้ายเพื่อที่จะควบคุมคุณ
abusers ใช้ความหลากหลายของกลยุทธ์ในการจัดการกับคุณและออกแรงอำนาจของตน:

การปกครอง – บุคคลที่ไม่เหมาะสมต้องรู้สึกในค่าใช้จ่ายของความสัมพันธ์ พวกเขาจะทำให้การตัดสินใจสำหรับคุณและครอบครัวบอกว่าจะทำอย่างไรและคาดหวังให้คุณปฏิบัติตามโดยไม่ต้องคำถาม abuser ของคุณอาจปฏิบัติต่อคุณเหมือนคนรับใช้เด็กหรือแม้กระทั่งเป็นหรือมีไว้ในครอบครองของตน
ความอัปยศอดสู – ทารุณกรรมจะทำทุกอย่างที่เขาหรือเธอสามารถที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองหรือมีข้อบกพร่องในบางวิธี หลังจากที่ทุกคนถ้าคุณเชื่อว่าคุณไร้ค่าและที่ไม่มีใครจะต้องการคุณคุณจะมีโอกาสน้อยกว่าที่จะปล่อยให้ ด่า ชื่อ-calling บัดสีและประชาชนวางดาวน์เป็นอาวุธทั้งหมดของการละเมิดออกแบบมาเพื่อกัดกร่อน ความนับถือตนเองของคุณและทำให้คุณรู้สึกหมดหนทาง
แยก – เพื่อเพิ่มการพึ่งพาของคุณเมื่อเขาหรือเธอ, คู่ที่ไม่เหมาะสมจะตัดคุณออกจากโลกภายนอก เขาหรือเธออาจจะทำให้คุณจากการได้เห็นครอบครัวหรือเพื่อนหรือแม้กระทั่งการป้องกันคุณจากการไปทำงานหรือโรงเรียน คุณอาจจะต้องขออนุญาตทำอะไรไปได้ทุกที่หรือดูใคร
ภัยคุกคาม – Abusers ปกติใช้ภัยคุกคามที่จะทำให้พันธมิตรของพวกเขาออกจากหรือสร้างความหวาดกลัวให้เป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลง abuser ของคุณอาจขู่ว่าจะทำร้ายหรือฆ่าคุณ, เด็ก, สมาชิกในครอบครัวอื่น ๆ ของคุณหรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง เขาหรือเธออาจจะขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย, ค่าเท็จไฟล์กับคุณหรือแจ้งให้คุณบริการรับเลี้ยงเด็ก
การข่มขู่ – abuser ของคุณอาจใช้ความหลากหลายของกลยุทธ์การข่มขู่ออกแบบมาเพื่อดีฝ่อคุณในการส่ง กลยุทธ์ ดังกล่าวรวมถึงการทำลักษณะคุกคามหรือท่าทางดีที่สุดสิ่งที่อยู่ในหน้าของคุณ ทำลายทรัพย์สินทำร้ายสัตว์เลี้ยงของคุณหรือวางอาวุธบนจอแสดงผล ข้อความที่ชัดเจนก็คือว่าถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามจะมีผลกระทบรุนแรง
ปฏิเสธและตำหนิ – Abusers จะดีมากที่หาข้อแก้ตัวสำหรับการอภัย พวก เขาจะตำหนิพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและความรุนแรงของพวกเขาในวัยเด็กที่ไม่ดี วันที่ไม่ดีและแม้ในผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดของพวกเขา พันธมิตรที่ไม่เหมาะสมของคุณอาจลดการทำผิดกฎเกี่ยวหรือปฏิเสธได้ว่ามันเกิดขึ้น เขาหรือเธอมักจะเปลี่ยนความรับผิดชอบในเมื่อให้คุณ: อย่างใดพฤติกรรมความรุนแรงและความยากลำบากของเขาหรือเธอเป็นความผิดของคุณ

abusers สามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมของพวกเขาที่พวกเขาทำมันตลอดเวลา

abusers เลือกและเลือกผู้ที่ละเมิด พวกเขาไม่ได้ดูถูกคุกคามหรือทำร้ายทุกคนในชีวิตของพวกเขาที่ทำให้พวกเขามีความเศร้าโศก โดยปกติพวกเขาประหยัดการใช้ของพวกเขาสำหรับคนที่ใกล้ชิดกับพวกเขาที่พวกเขาเรียกร้องที่จะรัก
abusers ระมัดระวังเลือกเวลาและสถานที่ในการละเมิด พวกเขาควบคุมตัวเองจนไม่มีใครรอบ ๆ เพื่อดูพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขา พวกเขาอาจจะทำหน้าที่เหมือนทุกอย่างดีในที่สาธารณะ แต่ตีออกทันทีเร็วที่สุดเท่าที่คุณคนเดียว
abusers สามารถที่จะหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขาเมื่อมันเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา abusers ส่วนใหญ่จะไม่ออกจากการควบคุม ใน ความเป็นจริงพวกเขาจะสามารถหยุดทันทีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขาเมื่อ มันเพื่อประโยชน์ของพวกเขาจะทำเช่นนั้น (เช่นเมื่อตำรวจแสดงขึ้นหรือโทรเจ้านายของพวกเขา)
abusers มักจะมีความรุนแรงพัดโดยตรงของพวกเขาที่พวกเขาจะไม่แสดง แทน ที่จะทำหน้าที่ออกไปในความโกรธไม่มีเหตุผล, abusers ความรุนแรงทางร่างกายหลายอย่างมุ่งมั่นและต่อยเตะที่รอยฟกช้ำและเครื่องหมาย จะไม่แสดงของพวกเขา

วงจรของความรุนแรงในการละเมิดในประเทศ

การละเมิดในประเทศตกอยู่ในรูปแบบทั่วไปหรือวงจรของความรุนแรง:

วงจรของ violenceAbuse – คู่ที่ไม่เหมาะสมของคุณขนออกที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวดูแคลนหรือความรุนแรง ทำผิดกฎเกี่ยวคือพลังเล่นออกแบบมาเพื่อแสดงให้คุณเห็น “คนที่เป็นเจ้านาย.”
ความผิด – หลังจากดูถูกคุณคู่ของคุณรู้สึกผิด แต่ไม่เกินสิ่งที่เขาทำ เขาเป็นคนที่มากขึ้นกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการถูกจับได้และผลกระทบที่หันหน้าไปทางสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเขา
แก้ตัว – abuser ของคุณเหตุผลการสิ่งที่เขาหรือเธอได้ทำ คนที่อาจจะเกิดขึ้นกับสตริงของข้อแก้ตัวหรือโทษคุณสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใดเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
พฤติกรรม “ปกติ” – เน้นทำทุกอย่างที่เขาสามารถที่จะฟื้นการควบคุมและเก็บเหยื่อในความสัมพันธ์ เขาอาจจะทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเขาอาจจะเปิดเสน่ห์ ช่วงฮันนีมูนเงียบสงบแห่งนี้อาจจะทำให้ความหวังของเหยื่อทารุณกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจริงๆในเวลานี้
แฟนตาซีและการวางแผน – abuser ของคุณเริ่มต้นที่จะเพ้อฝันเกี่ยวกับการดูถูกคุณอีกครั้ง เขาใช้เวลามากของเวลาคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณได้ทำผิดและวิธีการที่เขาจะทำให้คุณจ่าย จากนั้นเขาก็ทำให้แผนสำหรับการเปิดจินตนาการของการละเมิดความเป็นจริง
Set-up – abuser ของคุณทำให้คุณและทำให้แผนการของเขาในการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ที่เขาสามารถแสดงให้เห็นถึงการดูถูกคุณ

ขอโทษ abuser ของคุณและท่าทางความรักในระหว่างตอนของการละเมิดสามารถทำให้มันเป็นเรื่องยากที่จะออกจาก เขาอาจจะทำให้คุณเชื่อว่าคุณเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยให้เขาว่าสิ่งที่จะแตกต่างกันในเวลานี้และบอกว่าเขารักคุณอย่างแท้จริง แต่อันตรายของการอยู่เป็นจริงมาก
แบบครบวงจรของความรุนแรงในครอบครัว: ตัวอย่าง

คนด่าทอหุ้นส่วนของเขา หลังจากที่เขาพบเธอเขามีประสบการณ์ความผิดกำกับตนเอง เขาบอกว่า “ฉันขอโทษสำหรับการทำร้ายคุณ.” สิ่งที่เขาไม่ได้บอกว่าเป็น “เพราะฉันอาจจะได้รับการติด.” จากนั้นเขาก็เหตุผลการพฤติกรรมของเขาโดยบอกว่าหุ้นส่วนของเขามีความสัมพันธ์กับใครสักคน เขาบอกว่า “ถ้าคุณไม่ได้เช่นโสเภณีไร้ค่าฉันจะไม่ได้ที่จะตีคุณ.” ของเธอ จากนั้นเขาก็ทำหน้าที่สำนึกผิด, เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธออีกครั้ง จากนั้นเขาก็ fantasizes และสะท้อนให้เห็นถึงการรุกรานในอดีตและวิธีการที่เขาจะทำร้ายเธออีกครั้ง เขามีแผนในการบอกให้เธอไปที่ร้านที่จะได้รับร้านขายของชำบาง สิ่งที่พระองค์ทรงยึดจากเธอคือการที่เธอมีจำนวนหนึ่งของเวลาที่จะทำช้อปปิ้ง เมื่อ เธอถูกจัดขึ้นในการจราจรและเพียงไม่กี่นาทีปลายเขารู้สึกอย่างสมบูรณ์ในธรรม ทำร้ายเธอเพราะ “คุณกำลังมีความสัมพันธ์กับพนักงานเก็บ.” เขาได้เพียงแค่เธอตั้งขึ้น

ที่ดัดแปลงมาจาก: สำนักงาน NYS สำหรับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว

พูดคุยกับบุคคลที่อยู่ในภาคเอกชนและปล่อยให้เขาหรือเธอรู้ว่าคุณมีความกังวล ชี้ให้เห็นสิ่งที่คุณได้สังเกตเห็นการที่ทำให้คุณกังวล บอกว่าคนที่คุณกำลังมีเมื่อใดก็ตามที่เขาหรือเธอรู้สึกว่าพร้อมที่จะพูดคุย สร้างความมั่นใจให้บุคคลที่คุณจะเก็บสิ่งที่มีการกล่าวระหว่างคุณสองคนและปล่อยให้เขาหรือเธอรู้ว่าคุณจะช่วยในทางที่คุณสามารถกระทำได้

โปรดจำไว้ว่า abusers จะดีมากที่การควบคุมและจัดการกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของพวกเขา ผู้ที่ได้ถูกทำร้ายทารุณหรืออารมณ์หดหู่เนื้อกลัวละอายใจและสับสน พวกเขาต้องการความช่วยเหลือที่จะได้ออก แต่พวกเขาได้รับมักจะแยกจากครอบครัวและเพื่อนของพวกเขา โดยหยิบขึ้นมาเมื่อสัญญาณเตือนและให้การสนับสนุนคุณสามารถช่วยให้พวกเขาหลบหนีสถานการณ์ที่ยากลำบากและเริ่มต้นการรักษา

หุ่นดีด้วยการกินถั่ว

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาหาร ได้แก่ ถั่วอาจลดคอเลสเตอรอลในเลือดสาเหตุของโรคหัวใจ นอกจากนี้การศึกษามีการเชื่อมโยงถั่วเพื่อลดความเสี่ยงจากความดันโลหิตสูง และมะเร็งบางชนิด และ ทั้งหมดของเส้นใยที่ละลายน้ำในถั่วทำงานเพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับ น้ำตาลในเลือดหลังจากที่เรากินทำให้พวกเขาเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ ที่มีโรคเบาหวาน

ทั้งหมดของผู้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดี แต่ยังมีอีก ถั่วนอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย ใครก็ตามที่อ้างว่ามันแพงกินเพื่อสุขภาพก็ยังไม่ได้รับการปรุงด้วยถั่ว หนึ่งสามารถของถั่ว (แม้พันธุ์อินทรีย์) ให้ 3 เสิร์ฟ½และมักจะพบว่าเพียงกว่าเจ้าชู้ ที่เพียงประมาณ $ 0.40 ต่อการให้บริการ คุณสามารถสูบขึ้นมามีปริมาณโปรตีนของจานใด ๆ โดยการเพิ่มถั่ว เพราะพวกเขามีหลากหลายเพื่อให้พวกเขาไปได้ดีในซุป, stews, สลัดและพริก แต่ยังผสมกับสีเขียวและความหลากหลายของธัญพืช ครีมโฮมเมดหรือ dips ถั่วรสชาติที่ดีกับคู่ผักดิบ เพียงหนึ่งช้อนโต๊ะ จากครีมเพิ่มรสชาติให้ wraps และแซนด์วิชหรือผลงานที่ดีเป็นรสเครื่องประดับสำหรับปลาโปรตีนไก่หรืออื่น ๆ หยิบเกินไป

 

หากคุณไม่ได้กินถั่วคุณหายไปออก ในขณะที่พวกเขาได้มานานแล้วที่รู้จักกันเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่พวกเขากำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ มี งานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ได้แก่ ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของวางแผนการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอาจชะลอการ ดำเนินของโรคเรื้อรังบางอย่างเช่นเดียวกับช่วยตอบสนองความหิวระดับขณะที่รับ ประทานอาหารแคลอรี่น้อยลง

วิธีการหนึ่งที่สามารถนำเสนออาหารทั้งหมดของผลประโยชน์เหล่านี้หรือไม่

ถั่วเป็นอาหารที่อุดมด้วยสารอาหาร

ความหนาแน่นของสารอาหารที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการรับสารอาหารบางที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเจ้าชู้ของคุณแคลอรี่ และถั่วมีมัน พวก เขากำลังสมดุลที่สวยงามของคาร์โบไฮเดรตที่ซับซ้อนที่มีคุณภาพสูงและโปรตีน ทั้งหมดในขณะที่ให้เป็นแหล่งที่ดีของเส้นใยแมกนีเซียมโฟเลตเหล็กและ โพแทสเซียม การ วิจัยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่กินถั่วได้รับเพิ่มเติม ของสารอาหารที่สำคัญเหล่านี้ในอาหารของพวกเขามากกว่าคนที่ไม่กินถั่ว

ถั่วเป็นนักรบเมื่อมันมาถึงการจัดการน้ำหนัก

เส้นใยสูงของพวกเขาและปริมาณน้ำช่วยให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและช่วยรักษาความเต็มอิ่มระหว่างมื้ออาหารที่ รวมทั้งถั่วในแผนลดน้ำหนักสามารถช่วยป้องกันความหิวแม้ในขณะที่แคลอรี่ที่ถูกตัด

ถั่วทำงานเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายเรื้อรัง

วางแผนการรับประทานอาหารของทุกคนควรรวมถึงอาหารที่ช่วยชะลอความก้าวหน้าของโรคเรื้อรัง และคุณ guessed มันถั่วเป็นผู้ชนะที่นี่ด้วย ซึ่ง แตกต่างจากโปรตีนเนื้อตามถั่วเป็นธรรมชาติไขมันต่ำเป็นอิสระจากไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ไขมันและเป็นแหล่งที่ปราศจากคอเลสเตอรอลของโปรตีน

 

5 ขั้นตอนลดความแก่

1 ลดคาเฟอีน

มันอาจจะดูเหมือนเคาน์เตอร์เพื่อลดปริมาณของคาเฟอีนเมื่อคุณต้องการที่จะได้รับพลังงานมากขึ้น โดย การลดการบริโภคกาแฟของคุณโซดาและเครื่องดื่มให้พลังงานคุณจะหลีกเลี่ยง ups และดาวน์ที่มาพร้อมกับน้ำตาลในเลือดและอารมณ์แปรปรวนและโดยรวมรู้สึกมากขึ้น แม้กระดูกงู

2 กินผักใบสีเขียวเข้ม

ผักใบเขียวที่เต็มไปเต็มไปด้วยวิตามินและสารอาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้คุณเพิ่มในพลังงานที่ว่าคุณกำลังมองหา เพลิด เพลินไปกับผักชนิดหนึ่ง, เขียว collard, Bok Choy, ผักคะน้า, สนามมัสตาร์ด Arugula และพันธุ์ไม้เขียวดอกแดนดิไลตลอดทั้งวันหรือรวมไว้ในขนมของคุณเพื่อรับที่ เพิ่มพลังงานธรรมชาติรู้สึกดี

3 ดื่มน้ำ

ก่อนที่คุณจะคว้าลูกอมบาร์ที่หรือการเข้าถึงสำหรับที่สามารถของโซดาคว้าแก้วน้ำและรอไม่กี่นาที ร่างกายของเราส่งออกสัญญาณที่เราจำเป็นต้องใช้พลังงาน แต่สำหรับส่วนมากของเราสัญญาณที่จะบอกเราว่าเราแห้ง เริ่มต้นด้วยการดื่มแก้วน้ำแล้วหากไม่ได้ช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่จะได้รับตามธรรมชาติที่เพิ่ม

4 ใช้ขนมอ่อนโยน

แทนขนมเลือกหรือปฏิบัติน้ำตาลโหลดอื่น ๆ หรือเครื่องดื่มให้เลือกสำหรับขนมธรรมชาติที่มีอ่อนโยนต่อร่างกาย หลีก เลี่ยงน้ำตาลและสารให้ความหวานเทียมเป็นเหล่านี้มีวิธีที่ตลกของร่างกายของ เราหลอกล่อเข้าไปในข้อมูลเพิ่มเติมของผู้ชิงช้าน้ำตาลและความปรารถนาที่จะ ขึ้นของพวกเขา แทนที่จะเลือกสำหรับสารให้ความหวานธรรมชาติและมุ่งหวังที่จะได้รับผักหวานในอาหารของท่านเพื่อปรนเปรอความอยากที่หวานครั้งในขณะที่

5 รับทางกายภาพ

แม้ว่าคุณจะเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่คุณสามารถเพิ่มพลังงานของคุณเพียงแค่การออกจากเก้าอี้ของคุณและย้ายเล็กน้อย คุณ ไม่ต้องใส่ในเซสชั่นเหงื่อฮาร์ดคอร์ แต่แม้บางเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการเคลื่อนไหวทางกายภาพได้รับเลือดของคุณ ย้ายและให้พลังงานที่ร่างกายของคุณโหยหาที่

เพิ่มพลังงานของคุณไม่ได้จะทำอย่างไรกับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาเหล่านี้เปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อยสามารถเพิ่มได้ถึงโดยรวมเพิ่มระดับพลังงาน Enjoy!

อาหารชีวจิต

ก่อนโรคเบาหวานอาจจะหรือไม่อาจจะมีอาการที่มาพร้อมกับสูงกว่าน้ำตาลในเลือด ปกติ อย่าคิดว่าไม่มีอาการหมายความว่าทุกอย่างดี ผมได้สัมภาษณ์หลายร้อยคนกับการวินิจฉัยและเรียนรู้ว่าหลาย ๆ คนได้อย่างความคิดที่ว่าพวกเขามีโรคเบาหวานก่อนไม่มี พวกเขาอาจจะรู้สึกเพียงแค่ปรับหรือบางทีอาจจะเห็นว่าพวกเขามีน้อยเหนื่อยมาก ขึ้นกว่าปกติ มักจะคนที่มีการตรวจสอบทางการแพทย์ประจำรู้มากโดยอุบัติเหตุที่น้ำตาลใน เลือดของพวกเขาอยู่ในช่วงก่อนเบาหวาน คนที่รู้สึกเหนื่อยมากขึ้นเล็กน้อยกว่าปกติไม่อาจทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง ความเมื่อยล้าและโรคเบาหวานก่อน

เพื่อที่จะทราบว่าคุณมีโรคเบาหวานก่อนหรือไม่ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะเข้าใจว่าอะไรก่อนโรคเบาหวานหมายถึง ระยะก่อนเป็นโรคเบาหวานที่ใช้อธิบายรัฐระหว่างน้ำตาลในเลือดปกติและโรคเบาหวานประเภท 2 ที่ครั้งหนึ่งแพทย์ใช้เพื่ออ้างถึงก่อนเบาหวานขณะที่ “มีสัมผัสของน้ำตาล” หรือ “เส้นเบาหวาน” โชคดีที่คำเหล่านี้จะไม่ใช้อีกต่อไป! อย่างใดมีการสัมผัสของน้ำตาลไม่สามารถถ่ายทอดความจำเป็นเร่งด่วนหรือความสำคัญของการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่รุนแรงอาจ

คนที่มีโรคเบาหวาน pre-อาจจะไปกับการพัฒนาเบาหวานชนิดที่ 2 ในขณะที่โรคเบาหวานประเภท 2 เป็นภาวะถาวร pre-เบาหวานไม่ได้เป็น ในความเป็นจริงถ้าขั้นตอนถูกต้องจะถูกนำไปรักษาโรคเบาหวาน pre-ต้นคุณอาจจะไม่สามารถที่จะย้อนกลับสภาพและไม่เคยพัฒนาโรคเบาหวานที่

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะหาถ้าคุณมีโรคเบาหวานก่อนที่จะได้รับน้ำตาลในเลือดของคุณตรวจสอบ สำหรับการทดสอบนี้คุณจะต้องค้างคืนที่รวดเร็วและมีเลือดของคุณวาดในห้องแล็บ น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารระหว่าง 100 และ 125 mg / dl เป็นตัวบ่งชี้ของ pre-เบาหวาน สำหรับ บันทึกที่น้ำตาลในเลือดปกติระหว่าง 70 และ 99 mg / dl และน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารมากกว่า 125 mg / dl เป็นตัวบ่งชี้ของโรคเบาหวาน

หาก คุณมีอากาศอ่านน้ำตาลในเลือดในช่วงก่อนเบาหวาน (100-125 mg / dl), คุณควรจะมีการทดสอบเลือดน้ำตาลซ้ำเป็นครั้งที่สองเพื่อดูว่าผลที่ได้คือยัง คงเดิม ถ้ามันเป็นที่คล้ายกันเป็นครั้งที่สองที่เป็นการยืนยันของ pre-เบาหวาน

ที่นี่มีธงสีแดงที่อาจหรือไม่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวานก่อนมี แต่คุณควรไปพบแพทย์หากคุณมีอาการใด ๆ เหล่านี้:

* กระหายที่เพิ่มขึ้น
* เพิ่มปัสสาวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน
ความเมื่อยล้า * ที่ไม่ดีขึ้นแม้จะมีการนอนหลับมากขึ้น
* ตาพร่ามัวที่จะไม่ถาวร

สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานก่อนที่คุณไม่สามารถละเลยได้ ถ้าการวินิจฉัยไม่เชื่อว่ามันจะดีขึ้นด้วยตัวเองหรือไป ระดับน้ำตาลในเลือดที่ยังคงอยู่ในช่วงก่อนเบาหวานสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มักจะเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ทำตามขั้นตอนในเชิงบวกต่อโรคเบาหวานกลับ pre-เร็วแทนที่จะในภายหลัง เรียนรู้วิธีการเริ่มต้นกับแผนชีวิตสุขภาพที่มีอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย

Avian influenza

Recent data have reported an outbreak of avian influenza to Siberia. And may spread to many areas of Siberia in the European Union. The bacteria can cause disease in poultry and can cause infections. Mammalian milk, others, such as the pig, lion, tigers, etc. infected with avian influenza strain H5N1 in humans has been reported to the World Health Organization (WHO) during the period from 26 December 2546 until 27 July 2548 and confirmed cases. The avian influenza (H5N1) Total 55 109 deaths occurred in four countries: Vietnam, Thailand, Cambodia and Indonesia.

In Thailand during an outbreak of bird flu, the Chieftains. Causing huge economic losses. Of the destruction of poultry in the detection of avian influenza, more than 60 million and the loss of not being able to export frozen chicken, which is valued at 60-80 million baht to count the amount of money to pay for. compensation to farmers, but also some.

The experts of the World Health Organization. And international health organizations have agreed that the bird flu. Epidemic in Southeast Asia will now become endemic by Be spread out over several levels. If no preventive measures are effective. If bird flu strain changes. Particular cross breed humans with influenza virus or have become. Species that can be reached easily, they tend to be spread from person to person. This will lead to a pandemic of influenza (Influenza Pandemic), as had been the history of the epidemic around the world several times. Over a period of around 10 to 30 years, the people have a lot of illness and death. And a huge loss. As the pandemic in the year 2461 – 2462 with the death toll to 20 – 40 million people with HIV is the cause of the outbreak is believed to be the time to become infected. Strains of influenza virus in animals such as avian flu. If a pandemic outbreak in the same manner in the year 2461, and the illness and death of the people than in the past may be incomparable because of the people travel by air. Both domestic and international. And the continent’s growth is much higher. The new virus strain has spread across the world in a short time. The severe impact of the economic, social, psychological, medical, and public health and national security. The World Health Organization is warning countries to speed up the preparation. Cope with the pandemic. By introducing a national strategic plan for preparedness and pandemic disease. Of influenza.

Thailand has undertaken the preparation of a strategic plan to fix the bird flu disease (AD 2548-2550), and prepare a strategic plan to prevent and solve the pandemic of influenza (AD 2548-2550), which was approved by the Cabinet in January 2548 and last month.

สร้างกล้ามเนื้อสำหรับผู้เริ่มต้น part4

สร้างกล้ามเนื้อ

ระยะที่ 2: สัปดาห์ที่ 4-6 การฝึกแบบ 2 วันครบทุกส่วน (Two-Day Training Split)

หลังจากการฝึกแบบวันเดียวครบทุกส่วนครบ 3 สัปดาห์แรกแล้ว ต่อมาก็จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความท้าทายให้กล้ามเนื้อ ของคุณ โดยการฝึกแบบใหม่เป็นแบบ 2 วันครบทุกส่วน โดยทำสัปดาห์ละ 2 รอบ รวมเป็นการฝึก 4 ครั้งต่อสัปดาห์ การฝึกแบบ 2 วันครบทุกส่วนเป็นการฝึกโดยการแบ่งส่วนของร่างกายเป็น 2 ส่วน คือส่วน torso และส่วน limb จากนั้นเป็นการฝึก 1 วันสำหรับการฝึกส่วน torso (กล้ามเนื้ออก หลัง

ไหล่และหน้าท้อง)และอีก 1 วันสำหรับฝึกส่วน limb (กล้ามเนื้อ biceps, triceps, ขา และน่อง)ประโยชน์หลักๆที่ได้รับคือคุณได้ออกกำลังกายในแต่ละส่วนกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น การฝึกเข้มข้นขึ้น ซึ่งทั้งการเพิ่มท่าฝึกและการเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกทั้ง 2 ส่วนนี้เป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาระดับในการฝึก และเพื่อที่จะให้มีกล้ามเนื้อที่ใหญ่และแข็งแรงขึ้นกล้ามเนื้อจะเป็นต้องมี การฝึกเพิ่มขึ้นดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องฝึกเข้มข้นขึ้น การระยะที่ 2 นี้จะฝึกหนึ่งท่าโดยส่งผลต่อกล้ามเนื้อไม่กี่ส่วนซึ่งจะเป็นการทำให้กล้าม เนื้อส่วนที่ได้รับผลนั้นได้รับการฝึกเพิ่มขึ้น โดยยกให้ได้หนักที่สุดและยกในแต่ละยกให้ได้มากที่สุดจะกว่ากล้ามเนื้อคุณจะ ล้า
การปฏิบัติการฝึก (Exercises) : การฝึกในระยะที่ 2 จะเป็นการฝึกที่เพื่อเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อต่อจากระยะที่ 1 โดยแต่ละส่วนกล้ามเนื้อจะเพิ่มท่าฝึกอีก 1 ท่า ยกเว้นส่วนขาเพิ่มอีก 2 ท่า สำหรับกลุ่มกล้ามเนื้อส่วนใหญ่จะยอมให้คุณฝึกแบบ multijoint mass builder ได้เพียง 1 ท่า และ การฝึกแบบ single joint หรือ isolation อีก 1 ท่า เพื่อจะสร้างกล้ามเนื้อในทั้งขนาดและรูปร่างของกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ในระยะนี้คุณต้องเพิ่มท่าที่ฝึกสำหรับส่วนของกล้ามเนื้อใหม่คือ ส่วน trapezius หรือส่วน trapsจำนวนครั้ง (Reps) : ในระยะที่ 2 นี้สำหรับการฝึกครั้งแรกของแต่ละส่วนกล้ามเนื้อจะลดจำนวนครั้งในแต่ละท่าลง จาก 10-12 ครั้งต่อยกเป็น 8-10 ครั้งต่อยก ทั้งนี้เพื่อเป็นการไม่เพิ่มปริมาณการฝึกที่มากจนเกินไป ซึ่งการฝึกนี้นอกจากจะช่วยเสริมความแข็งแรงแล้วยังช่วยเพิ่มขนาดของกล้าม เนื้อได้อีกด้วย แต่เมื่อเป็นการฝึกครั้งต่อไป (ครั้งที่ 2 หรือ 3 ) ของแต่ละส่วนกล้ามเนื้อจะปรับจำนวนครั้งเป็น 10-12 ครั้งต่อยกเท่าเดิม แต่สำหรับส่วนน่องคุณจะต้องเพิ่มเป็น 15-20 ครั้งต่อยก
น้ำหนักยก (weight) : น้ำหนักที่ยกจะประเมินจาก rep ที่จะต้องทำ เช่น ในการฝึกครั้งแรกในแต่ละส่วนกล้ามเนื้อจะต้องทำ 8-10 ครั้ง/ยก โดยเลือกน้ำหนักที่คุณไม่สามารถยกได้เกิน 10 ครั้งแต่สามารถยกได้ไม่น้อยกว่า 8 ครั้ง และแต่ในส่วนการฝึกครั้งถัดไปจะต้องทำ 10-12 ครั้งต่อยก คุณจะต้องเลือกน้ำหนักที่คุณไม่สามารถยกได้เกิน 12 ครั้งแต่สามารถยกได้ไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง เมื่อน้ำหนักที่ยกอยู่คุณสามารถยกได้เกิน 12 ครั้ง ให้คุณเพิ่มน้ำหนักอีก 5-10 ปอนด์ หรือเพิ่มไปจนการฝึกของคุณอยู่ในช่วงจำนวนครั้งที่ตั้งไว้

ยก (set) : ในระยะที่ 2 นี้ คุณควรจะออกท่าละ 3 ยก เหมือนกับระยะแรกเพียงแต่คุณจะเพิ่มท่าการฝึกเข้าไปในแต่ละส่วนกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อแต่ละส่วนจะได้รับการฝึกส่วนละ 2 ท่า ยกเว้นกล้ามเนื้อขาฝึก 3 ท่า กล้ามเนื้อคุณฝึก 3 ยก กลายเป็น 6 ยก (2 ท่า ท่าละ 3 ยก) ส่วนขากลายเป็น 9 ยก การเพิ่มปริมาณการฝึกในแต่ละส่วนกล้ามเนื้อถือเป็นปัจจัยสำคัญในการมี พัฒนาการในการฝึก

การพัก (rest) : การพักในระยะนี้ก็จะพักระหว่างยกประมาณ 2-3 นาที โดยเป้าหมายเพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักจากการยกของหนักๆและทำให้ร่างกายคุณ สามารถฝึกต่อได้ครบตามที่ตั้งไว้ การฝึกเช่นนี้จะทำให้คุณมีขนาดกล้ามเนื้อใหญ่และแข็งแรงขึ้น