ความรู้เรื่องโรคภัยต่างๆ

โรคภัย

โรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome)
โครโมโซม เพศ ประกอบด้วย โครโมโซม 1 คู่ หรือ 2 แท่ง ในผู้หญิง เป็นแบบ XX ส่วนในผู้ชายเป็นแบบ XY โรคที่เกิดความผิดปกติในโครโมโซม สามารถเกิดได้ในทั้งหญิงและชาย แต่จะมีโอกาสเกิดขึ้นมากในเพศใดเพศหนึ่ง โดยลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ และอาการต่าง ๆ นี้ มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมีโครโมโซม x เพียงตัวเดียว โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมเพศ ได้แก่

ตาบอดสี (Color blindness)
เป็น ภาวะการมอง เห็นผิดปกติ โดยมากเป็นการตาบอดสีตั้งแต่กำเนิด และมักพบในเพศชายมากกว่า เพราะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะด้อยบนโครโมโซม ผู้ที่เป็นตาบอดสีส่วนใหญ่จะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสีเขียวและสีแดง ได้ จึงมีปัญหาในการดูสัญญาณไฟจราจร รองลงมาคือ สีน้ำเงินกับสีเหลือง หรืออาจเห็นแต่ภาพขาวดำ และความผิดปกตินี้จะเกิดขึ้นกับตาทั้งสองข้าง ไม่สามารถรักษาได้

ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)
โรค ฮีโมฟีเลีย คือ โรคเลือดออกไหลไม่หยุด หรือเลือดออกง่ายหยุดยาก เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่พบมากในเพศชาย เพราะยีนที่กำหนดอาการโรคฮีโมฟีเลียจะอยู่ใน โครโมโซม X และถ่ายทอดยีนความผิดปกตินี้ให้ลูก ส่วนผู้หญิงหากได้รับโครโมโซม X ที่ผิดปกติ ก็จะไม่แสดงอาการ เนื่องจากมี โครโมโซม X อีกตัวข่มอยู่ แต่จะแฝงพาหะแทน

ลักษณะอาการ คือ เลือดของผู้ป่วยฮีโมฟีเลียจะไม่สามารถแข็งตัวได้ เนื่องจากขาดสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว อาการที่สังเกตได้ เช่น เลือดออกมากผิดปกติ เลือดกำเดาไหลบ่อย ข้อบวม เกิดแผลฟกช้ำขึ้นเอง แต่โรคฮีโมฟีเลียนี้ สามารถรักษาได้ โดยการใช้สารช่วยให้เลือดแข็งตัวทดแทน

ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี (G-6-PD : Glucose-6-phosphate dehydrogenase)
โรค พร่องเอนไซม์ G6PD หรือ Glucose-6-phosphate dehydrogenase เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ง่าย เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น ซึ่งสาเหตุของ ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี นั้นเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมแบบ X ทำให้เอนไซม์ G6PD ที่คอยปกป้องเม็ดเลือดแดงจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระบกพร่อง จนไม่สามารถป้องกันการทำลายสารอนุมูลอิสระที่เป็นพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง ได้ ผู้ป่วยจึงมีอาการซีดเป็นครั้งคราว เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกอย่างฉับพลัน ในเด็กจะมีอาการดีซ่าน ส่วนผู้ใหญ่จะปัสสาวะเป็นสีดำ ถ่ายปัสสาวะน้อยจนเกิดอาการไตวายได้ โดยสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เช่น อาหารอย่างถั่วปากอ้า ที่มีสารอนุมูลอิสระมาก รวมทั้งการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวหลั่งสารอนุมูลอิสระมากขึ้น

ทั้งนี้ โรคนี้ไม่สามารถรักษาได้ ถ้ารู้จักการระวังตัว เช่น หลีกเลี่ยงยา หรืออาหารที่แสลง ก็จะไม่เกิดอันตราย ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยต้องดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไตวาย

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ ( Turner’s syndrome)
เกิด ใน เฉพาะเพศหญิง สาเหตุจากโครโมโซม X หายไป 1 แท่ง ทำให้เหลือโครโมโซมในเซลล์ร่างกาย 45 แท่ง ผู้ป่วยจะมีอาการปัญญาอ่อน และตัวเตี้ย ที่บริเวณคอมีพังผืดกางเป็นปีก มักเป็นหมันและไม่มีประจำเดือน มีอายุเท่ากับคนปกติทั่ว ๆ ไป

กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter’s syndrome)
พบ ในเพศชาย เกิดจากโครโมโซม X เกินมา 1 หรือ 2 โครโมโซม ทำให้คารีโอไทป์เป็น 47,XXY หรือ 48,XXXY ผู้ป่วยจะมีอาการปัญญาอ่อน รูปร่างอ้อนแอ้น สูงชะลูด หน้าอกโต มีเต้านมเหมือนผู้หญิง และเป็นหมัน เพราะไม่มีอสุจิ และมีอัณฑะเล็ก ยิ่งถ้ามีจำนวนโครโมโซม X มาก อาการปัญญาอ่อนก็จะรุนแรงมากขึ้น

กลุ่มอาการทริปเปิ้ลเอ็กซ์ (Triple x syndrome)
เกิด ในผู้หญิง โดยจะมีโครโมโซม x เกินมา 1 แท่ง ทำให้เป็น XXX รวมมีโครโมโซม 47 แท่ง ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นหมัน เจริญเติบโตไม่เต็มที่ และไม่มีประจำเดือน

กลุ่มอาการดับเบิลวาย (Double y syndrome)
เกิด ในผู้ชาย ที่มีโครโมโซม y เกินมา 1 แท่ง มีจีโนไทป์เป็น xyy เรียกว่า Super Male ลักษณะจะเป็นผู้ชายที่มีร่างกายปกติ แต่เป็นหมัน มีอารมณ์ฉุนเฉียว สูงมากกว่า 6 ฟุต มีระดับฮอร์โมนเพศชายในเลือดสูงกว่าปกติ ส่วนใหญ่เป็นหมัน ไม่สามารถมีบุตรได้

โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่น ๆ ได้แก่
ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) หรือ (Phenylpyruvic oligophrenia)

เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากการถ่ายทอดทางโครโมโซม โดยโครโมโซมนั้นมีความบกพร่องของยีนที่สร้าง Phenylalanine hydroxylase ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถสร้างเอนไซม์นี้ได้ จึงไม่สามารถย่อยสลายกรดอะมิโน phenylalanine ไปเป็น tyrosine เหมือนคนปกติ จึงเกิดภาวะ phenylalaine สะสมในเลือดมากผิดปกติ และมี phenylpyruvic acid และกรดอินทรีย์อื่นปนในปัสสาวะ รวมทั้งอาการโลหิตเป็นพิษด้วย โดยผู้ป่วยฟีนิลคีโตนูเรียนี้ มักจะมีอาการปัญญาอ่อน และไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป โดยอาการฟีนิลคีโตนูเรียนี้ จะพบในคนผิวขาวมากกว่า และในประเทศไทยพบไม่มาก

สไปโนซีรีเบลลาร์อะแท็กเซีย (spinocerebellar ataxia)
เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่ยังไม่มีทางรักษา โดยเกิดจากโพลีกลูตาไมน์ ไตรนิวคลีโอไทด์ ผลิตซ้ำมากเกินปกติ ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ทั้งท่าเดิน การพูด ตากระตุก และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย แต่ระบบจิตใจและความรู้สึกนึกคิดยังปกติ

ทั้งนี้ สไปโนซีรีเบลลาร์อะแท็กเซีย มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะแสดงอาการต่าง ๆ กันไป รวมทั้งอายุของผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรค และลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของยีนบนโครโมโซมของผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ

โรคทาลัสซีเมีย ( Thalassemia )
โรค ทาลัสซีเมีย เป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ซึ่งเมื่อผิดปกติจะทำให้การสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดผิดปกติ เม็ดเลือดแดงจึงมีรูปร่างผิดปกติ นำออกซิเจนไม่ดี ถูกทำลายได้ง่าย ทำให้ผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย เป็นคนเลือดจาง และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา

ในประเทศไทยพบผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมียร้อยละ 1 คือประมาณ 6 แสนคน แต่พบผู้เป็นพาหะถึงร้อยละ 30-40 คือประมาณ 20-25 ล้านคน ดังนั้นถ้าหากผู้เป็นพาหะมาแต่งงานกัน และพบยีนผิดปกติร่วมกัน ลูกก็อาจเป็น โรคทาลัสซีเมียได้ ทั้งนี้ โรคทาลัสซีเมีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แอลฟาธาลัสซีเมีย และ เบต้าธาลัสซีเมีย ซึ่งก็คือ ถ้ามีความผิดปกติของสายแอลฟา ก็เรียกแอลฟาธาลัสซีเมีย และถ้ามีความผิดปกติของสายเบต้าก็เรียกเบต้าธาลัสซีเมีย

ผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย จะมีอาการซีด ตาขาวสีเหลือง ตัวเหลือง ตับม้ามโตมาตั้งแต่เกิด ผิวหนังดำคล้ำ กระดูกใบหน้าจะเปลี่ยนรูป มีจมูกแบน กะโหลกศีรษะหนา โหนกแก้มนูนสูง กระดูกเปราะ หักง่าย เจริญเติบโตช้ากว่าคนปกติ ส่วนอาการนั้น อาจจะไม่รุนแรง หรืออาจรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตเลยก็ได้ คนที่มีอาการมากจะมีอาการเลือดจางมาก ต้องให้เลือดเป็นประจำ หรือมีภาวะติดเชื้อบ่อย ๆ ทำให้เป็นไข้หวัดได้บ่อย

ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย คือ ให้ทานอาหารที่มีกรดโฟลิกสูง เช่น ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ ให้มาก ๆ เพื่อนำไปใช้สร้างเม็ดเลือดแดง

โรคทางพันธุกรรม หรือ โรคติดต่อทางพันธุกรรม เป็น โรคที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดพันธุกรรมของฝั่งพ่อและแม่ หากหน่วยพันธุกรรมของพ่อและแม่มีความผิดปกติแฝงอยู่ โดยความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากการผ่าเหล่าของหน่วยพันธุกรรมบรรพบุรุษ ทำให้หน่วยพันธุกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมได้

ทั้งนี้ โรคทางพันธุกรรม นี้ เป็นโรคติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดย โรคทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม 2 ประการ คือ ความผิดปกติของออโตโซม (โครโมโซมร่างกาย) และความผิดปกติของโครโมโซมเพศ

โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม (Autosome)
โรค ที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมในร่างกาย ที่มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง สามารถเกิดได้กับทุกเพศ และมีโอกาสเกิดได้เท่า ๆ กัน โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ความผิดปกติที่จำนวนออโตโซม และความผิดที่รูปร่างโครโมโซม ประกอบด้วย

ความผิดปกติของจำนวนออโตโซม
เป็นความผิดปกติที่จำนวนออโทโซมในบางคู่ที่เกินมา 1 โครโมโซม จึงทำให้โครโมโซมในเซลล์ร่างกายทั้งหมดเป็น 47 โครโมโซม เช่น ออโทโซม 45 แท่ง 1 โครโมโซมเพศ 2 แท่ง ได้แก่

กลุ่มอาการดาวน์ หรือ ดาวน์ซินโดรม ( Down’s syndrome)

เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง คือ มี 3 แท่ง จากปกติที่มี 2 แท่ง ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า TRISOMY 21 นอกจากนั้นอาจมีสาเหตุมาจากการย้ายที่ของโครโมโซม เช่น โครโมโซมคู่ที่ 14 มายึดติดกับโครโมโซมคู่ที่ 21 เป็นต้น และยังมีสาเหตุมาจาก มีโครโมโซมทั้ง 46 และ 47 แท่ง ในคน ๆ เดียว เรียกว่า MOSAIC ซึ่งพบได้น้อยมาก

ลักษณะของเด็กดาวน์ซินโดรม จะมีศีรษะค่อนข้างเล็ก แบน และตาเฉียงขึ้น ดั้งจมูกแบน ปากเล็ก ลิ้นมักยื่นออกมา ตัวเตี้ย มือสั้น อาจเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือโรคลำไส้อุดตันตั้งแต่แรกเกิด มีภาวะต่อมไทรอยด์บกพร่อง และเป็นปัญญาอ่อน พบบ่อยในแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก

กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดรม ( Edward’s syndrome)

เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 โครโมโซม ทำให้เป็นปัญญาอ่อน ปากแหว่ง เพดานโหว่ คางเว้า นิ้วมือบิดงอ และกำแน่นเข้าหากัน ปอดและระบบย่อยอาหารผิดปกติ หัวใจพิการแต่กำเนิด ทารกมักเป็นเพศหญิง และมักเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนอายุ 1 ขวบ

กลุ่มอาการพาทัวซินโดม ( Patau syndrome)

อาการนี้เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 13 เกินมา 1 โครโมโซม ทำให้เด็กมีอาการปัญญาอ่อน อวัยวะภายในพิการ และมักเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด หรือหากมีชีวิตรอดก็จะมีอายุสั้นมาก

ความผิดปกติของรูปร่างออโตโซม

เป็นความผิดปกติที่ออโทโซมบางโครโมโซมขาดหายไปบางส่วน แต่มีจำนวนโครโมโซม 46 แท่ง เท่ากับคนปกติ ประกอบด้วย

กลุ่มอาการคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrome)
เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไปบางส่วน ทำให้ผู้ป่วยมีศีรษะเล็กกว่าปกติ เกิดภาวะปัญญาอ่อน หน้ากลม ใบหูต่ำ ตาห่าง หางตาชี้ นิ้วมือสั้น เจริญเติบโตได้ช้า เวลาร้องจะมีเสียงเหมือนแมว จึงเป็นที่มาของชื่อโรคนี้ว่า แคทครายซินโดรม (cat cry syndrome)

กลุ่มอาการเพรเดอร์-วิลลี (Prader-Willi syndrome)
เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 15 ทำให้ผู้ป่วยมีรูปร่างอ้วนมาก มือเท้าเล็ก กินจุ มีความบกพร่องทางสติปัญญา มีพฤติกรรมแปลก ๆ เช่น พูดช้า รวมทั้งเป็นออทิสติกด้วย

โรคซีสติกไฟโบรซีส (Cystic fibrosis)
เป็น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ที่ทำให้ร่างกายสร้างเยื่อเมือกหนามากผิดปกติในปอดและลำไส้ ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก และเยื่อเมือกหนาเหล่านั้นอาจทำให้ปอดติดเชื้อ หากมีแบคทีเรียเติบโตอยู่ ส่วนเยื่อเมือกหนาในลำไส้ จะทำให้ย่อยอาหารได้ลำบาก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ แต่สามารถบรรเทาได้โดยการใช้ยาสลายเยื่อเมือก

โรคซิกเกิลเซลล์ (Sickle-cell)
เป็นความผิดปกติ ทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นกับเลือด ทำให้ฮีโมโกลบินมีรูปร่างผิดปกติ เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว จึงไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนได้มากเท่ากับเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่าง ปกติ ส่งผลให้เกิดอาการหลอดเลือดอุดตัน ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียและไม่มีแรง

โรคคนเผือก (Albinos)
ผู้ที่เป็น โรคคนเผือก คือ คนที่ไม่มีเม็ดสีที่ผิวหนัง จะมีผิวหนัง ผม ขน และม่านตาสีซีด หรือีขาว เพราะขาดเม็ดสีเมลานิน หรือมีน้อยกว่าปกติ ทำให้ทนแสงแดดจ้าไม่ค่อยได้

โรคดักแด้
ผู้เป็น โรคดักแด้ จะมีผิวหนังแห้งแตก ตกสะเก็ด ซึ่งแต่ละคนจะมีความรุนแรงของโรคต่างกัน บางคนผิวแห้งไม่มาก บางคนผิวลอกทั้งตัว ขณะที่บางคนหากเป็นรุนแรงก็มักจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อที่เข้าทางผิวหนัง

โรคท้าวแสนปม (neurofibromatosis)
เป็นโรคผิว หนังที่ถ่ายทอดโดยโครโมโซม ลักษณะที่พบคือ ร่างกายจะมีตุ่มเต็มไปทั่วร่างกาย ขนาดเล็กไปจนใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือชนิดที่พบบ่อย พบประมาณ 1 ใน 2,500 ถึง 3,500 คน โดยพบอาการอย่างน้อย 2 ใน 7 อาการต่อไปนี้คือ มีปานสีกาแฟใส่นมอย่างน้อย 6 ตำแหน่ง, พบก้อนเนื้องอกตามผิวหนัง 2 ตุ่มขึ้นไป, พบกระที่บริเวณรักแร้หรือขาหนีบ, พบเนื้องอกของเส้นประสาทตา, พบเนื้องอกของม่านตา 2 แห่งขึ้นไป, พบความผิดปกติของกระดูก และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

ส่วน โรคท้าวแสนปม ประเภทที่ 2 พบได้น้อยมาก ราว 1 ใน 50,000 ถึง 120,000 คน ผู้ป่วยจะไม่มีอาการทางผิวหนัง แต่จะพบเนื้องอกของหูชั้นใน และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

โรคลูคีเมีย (Leukemia)
โรคลูคีเมีย หรือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูก ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาวจำนวนมากในไขกระดูก จนเบียดบังการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ส่วนเม็ดเลือดขาวที่สร้างนั้น ก็เป็นเม็ดเลือดขาวตัวอ่อน จึงไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้ จึงเป็นไข้บ่อย ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคลูคีเมีย มีหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม กัมมันตภาพรังสี การติดเชื้อ เป็นต้น

อาการของผู้ป่วย ลูคีเมีย จะแสดงออกมาในหลายรูปแบบ เช่น มีไข้สูง เป็นหวัดเรื้อรัง หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ตัวซีด เซลล์ลูคีเมียจะไปสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดอาการบวมโต บางคนเป็นรุนแรง ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

การรักษา โรคลูคีเมีย ทำได้โดยให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อลดจำนวนเม็ดเลือดขาว หรืออาจใช้เคมีบำบัด เพื่อให้ไขกระดูกกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ

โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทั้งนี้โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง และเป็น โรคทางพันธุกรรม โดยหากพ่อแม่เป็นเบาหวาน ก็อาจถ่ายทอดไปถึงลูกหลานได้และนอกจากพันธุกรรมแล้ว สิ่งแวดล้อม วิธีการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร ก็มีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน

อาการทั่วไปของผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน คือจะปัสสาวะบ่อย เนื่องจากน้ำตาลที่ออกมาทางไตจะดึงเอาน้ำจากเลือดออกมาด้วย จึงทำให้มีปัสสาวะมากกว่าปกติ เมื่อถ่ายปัสสาวะมาก ก็ทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ต้องคอยดื่มน้ำบ่อย ๆ และด้วยความที่ผู้ป่วย โรคเบาหวาน ไม่สามารถนำน้ำตาลมาเผาผลาญเป็นพลังงาน จึงหันมาเผาผลาญกล้ามเนื้อและไขมันแทน ทำให้ร่างกายผ่ายผอม ไม่มีไขมัน กล้ามเนื้อฝ่อลีบ อ่อนเปลี้ย เพลียแรง นอกจากนี้ การมีน้ำตาลคั่งอยู่ในอวัยวะต่าง ๆ จึงทำให้อวัยวะต่าง ๆ เกิดความผิดปกติ และนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนมากมาย โดยเฉพาะ โรคไตวายเรื้อรัง, หลอดเลือดตีบตีน, อัมพฤกษ์ อัมพาต, ต้อกระจก, เบาหวานขึ้นตา ฯลฯ

การป้องกันโรคทางพันธุกรรม
โรคทางพันธุกรรม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากกจะติดตัวไปตลอดชีวิต ทำได้แต่เพียงบรรเทาอาการไม่ให้เกิดขึ้นมากเท่านั้น ดังนั้นการป้องกัน โรคทางพันธุกรรม ที่ดีที่สุด คือ ก่อนแต่งงาน รวมทั้งก่อนมีบุตร คู่สมรสควรตรวจร่างกาย กรองสภาพทางพันธุกรรมเสียก่อน เพื่อทราบระดับเสี่ยง อีกทั้งโรคทางพันธุกรรม บางโรค สามารถตรวจพบได้ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ จึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ทารกที่จะเกิดมา มีความเสี่ยงในการเป็นโรคทางพันธุกรรมน้อยลง

สุขภาพของเด็กเล็ก

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการวินิจฉัยเพิ่ม / ADHD ดูที่การเพิ่มการทดสอบสมาธิสั้น / และการวินิจฉัยโรค
ความพิการการเรียนรู้อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคสมาธิสั้น

คิด ว่าลูกของคุณมีโรคสมาธิ? บางครั้งเด็กที่มีปัญหาในโรงเรียนได้รับการวินิจฉัยไม่ถูกต้องที่มีเพิ่ม / ADHD เมื่อสิ่งที่พวกเขาจริงๆมีเป็นความพิการการเรียนรู้ นอกจากนี้การต่อสู้ของเด็ก ๆ จำนวนมากกับทั้งเพิ่ม / ADHD และความพิการการเรียนรู้

อ่าน: บกพร่องทางการเรียนรู้ในเด็ก
ผลในเชิงบวกของการเพิ่ม / สมาธิสั้นในเด็ก

นอกจากความท้าทายที่ยังมีลักษณะในเชิงบวกที่เกี่ยวข้องกับคนที่มีความผิดปกติของการขาดดุลความสนใจ:

ความ คิดสร้างสรรค์ – เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD สามารถอย่างเหลือเชื่อความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เด็กที่ฝันกลางวันและมีความคิดที่แตกต่างกันสิบครั้งเดียวสามารถเป็นหลักแก้ ปัญหา, น้ำพุแห่งความคิดหรือศิลปินสร้างสรรค์ เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD อาจจะฟุ้งซ่านได้ง่าย แต่บางครั้งพวกเขาสังเกตเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น
ความ ยืดหยุ่น – เนื่องจากเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD พิจารณาตัวเลือกมากในครั้งเดียวที่พวกเขาไม่ได้กลายเป็นที่ตั้งอยู่บนทาง เลือกหนึ่งในช่วงต้นมีมากขึ้นและเปิดรับความคิดที่แตกต่างกัน
ความ กระตือรือร้นและความเป็นธรรมชาติ – เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD จะไม่ค่อยน่าเบื่อ! พวกเขากำลังสนใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกันและมีบุคลิกที่มีชีวิตชีวา ในระยะสั้นหากพวกเขาไม่ได้โกรธคุณ (และบางครั้งแม้ว่าพวกเขาจะ) พวกเขากำลังสนุกมากที่ได้อยู่กับ
พลังงานและไดรฟ์ – เมื่อเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD มีแรงจูงใจที่พวกเขาทำงานหรือเล่นอย่างหนักและมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ อันที่จริงมันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะหันเหความสนใจของพวกเขาออกจากงานที่ พวกเขาสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากิจกรรมมีการโต้ตอบหรือมือบน

เก็บไว้ ในใจเหมือนกันว่าเพิ่ม / ADHD มีอะไรจะทำด้วยปัญญาหรือความสามารถพิเศษ เด็กหลายคนที่มีเพิ่ม / ADHD มีสติปัญญาหรือศิลปะที่มีพรสวรรค์
ช่วยเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD

หรือ ไม่ว่าอาการของลูกของคุณจากการไม่ตั้งใจ, hyperactivity, impulsivity และเนื่องจากการเพิ่ม / ADHD พวกเขาสามารถทำให้เกิดปัญหามากหากไม่ถูกรักษาซ้าย เด็ก ที่ไม่สามารถมุ่งเน้นและการควบคุมตัวเองอาจต่อสู้ในโรงเรียนได้รับเป็นปัญหา ที่พบบ่อยและพบว่ามันยากที่จะได้รับพร้อมกับคนอื่น ๆ หรือทำให้เพื่อน ความผิดหวังและความยากลำบากเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเคารพตัวเองต่ำเช่น เดียวกับแรงเสียดทานและความเครียดสำหรับทั้งครอบครัว

แต่การรักษาที่ สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในอาการของเด็ก ด้วยการสนับสนุนด้านขวาบุตรหลานของท่านจะได้รับในการติดตามสำหรับความสำเร็จ ในทุกพื้นที่ของชีวิต
อย่ารอคอยให้ได้รับความช่วยเหลือสำหรับบุตรหลานของคุณ

ถ้า บุตรของท่านต่อสู้กับอาการที่มีลักษณะเหมือน ADD / ADHD ไม่ต้องรอที่จะแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถรักษาอาการของลูกของคุณจาก hyperactivity, ประมาทและหุนหันพลันแล่นโดยไม่ต้องมีการวินิจฉัยโรคสมาธิ

ตัว เลือกที่จะเริ่มต้นด้วยรวมถึงการได้รับเด็กของคุณลงในการรักษาด้วยการใช้ อาหารที่ดีและวางแผนการออกกำลังกายและการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่บ้าน เพื่อลดการรบกวน

เป็นปกติสำหรับเด็กบางครั้งลืมที่บ้านของพวกเขา, ความฝันในช่วงชั้นการกระทำโดยไม่ได้คิดหรือได้รับหงุดหงิดที่โต๊ะอาหารค่ำ แต่ การไม่ตั้งใจ, impulsivity และ hyperactivity นอกจากนี้ยังมีสัญญาณของโรคสมาธิ (ADD / ADHD) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความสามารถของเด็กที่จะเรียนรู้และได้รับพร้อมกับคน อื่น ๆ ขั้นตอนแรกเพื่อที่อยู่ปัญหาคือการรับรู้อาการและอาการแสดง
ในบทความนี้

เรา ทุกคนรู้ว่าเด็กที่ไม่สามารถนั่งยังคงที่ดูเหมือนจะไม่เคยฟังที่ไม่ได้ ปฏิบัติตามคำแนะนำไม่ว่าวิธีการอย่างชัดเจนที่คุณนำพวกเขาหรือผู้ที่พูด โพล่งออกความเห็นว่าไม่เหมาะสมในเวลาที่ไม่เหมาะสม บางครั้งเด็กเหล่านี้จะถูกระบุว่าเป็นก่อกวนหรือวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะขี้เกียจและไม่มีวินัย แต่พวกเขาอาจจะมีเพิ่ม / ADHD

ความสนใจขาดดุล hyperactivity โรค (ADHD) เป็นโรคที่ปรากฏขึ้นในวัยเด็ก คุณอาจจะรู้ว่ามันตามชื่อความสนใจความผิดปกติของการขาดดุลหรือเพิ่ม เพิ่ม / ADHD ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่จะยับยั้งการตอบสนองที่เกิดขึ้นเองการตอบสนอง ของพวกเขาที่สามารถเกี่ยวข้องกับทุกอย่างจากการเคลื่อนไหวที่จะพูดถึงความ สนใจ
มันเป็นพฤติกรรมที่เด็กปกติหรือมันคือ ADHD ได้หรือไม่

สัญญาณและอาการของ ADD / ADHD มักจะปรากฏก่อนอายุสิบเจ็ด อย่างไรก็ตามมันอาจเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะระหว่างความผิดปกติของการขาดดุลความสนใจและปกติ “พฤติกรรมเด็ก.”

หากคุณเพียงแค่ไม่กี่สัญญาณหรืออาการที่ปรากฏเฉพาะในบางสถานการณ์ก็อาจไม่เพิ่ม / ADHD ใน ทางตรงกันข้ามถ้าเด็กของคุณจะแสดงจำนวนของการเพิ่ม / อาการสมาธิสั้นและอาการที่มีอยู่ในทุกสถานการณ์ที่บ้านที่โรงเรียนและที่ เล่นแล้วก็ถึงเวลาที่จะใช้เวลามองใกล้

เมื่อ คุณเข้าใจประเด็นที่บุตรหลานของคุณจะดิ้นรนด้วยเช่นหลงลืมหรือความยากลำบาก ในการให้ความสำคัญในโรงเรียนที่คุณสามารถทำงานร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไข ปัญหาความคิดสร้างสรรค์และประโยชน์จากจุดแข็ง
ตำนานเกี่ยวกับโรคสมาธิ
ตำนาน # 1: เด็กทั้งหมดที่มีเพิ่ม / ADHD ซึ่งกระทำมากกว่าปก

ข้อเท็จจริง: เด็กบางคนที่มีเพิ่ม / ADHD มีสมาธิ แต่คนอื่น ๆ จำนวนมากที่มีปัญหาความสนใจไม่ได้ เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ที่มีความไม่ตั้งใจ แต่ไม่ได้ใช้งานมากเกินไปอาจปรากฏว่าสเปซีย์และ Unmotivated
ตำนาน # 2: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ไม่สามารถให้ความสนใจ

ข้อเท็จจริง: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD มักจะสามารถที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมที่พวกเขาสนุกกับ แต่ไม่ว่าวิธีการที่ยากที่พวกเขาพยายามที่ไม่มีพวกเขามีปัญหาในการรักษาโฟกัสเมื่องานในมือเป็นที่น่าเบื่อหรือซ้ำ ๆ
ตำนาน # 3: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD สามารถประพฤติดีกว่าถ้าพวกเขาต้องการ

ข้อเท็จจริง: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD อาจจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อจะดี แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะนั่งยังคงอยู่เงียบหรือให้ความสนใจ พวกเขาอาจปรากฏไม่เชื่อฟัง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังทำหน้าที่ออกกับวัตถุประสงค์
ตำนาน # 4: เด็กก็จะงอกออกมาจากเพิ่ม / ADHD

ข้อเท็จจริง: ADD / ADHD มักจะยังคงในวัยจึงไม่รอให้ลูกของคุณเจริญเร็วกว่าปัญหา การรักษาสามารถช่วยให้เด็กของคุณเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการและลดอาการ
ตำนาน # 5: ยาเป็นตัวเลือกการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่ม / ADHD

ข้อเท็จจริง: ยาที่มีการกำหนดมักจะสำหรับโรคสมาธิ แต่มันอาจจะไม่เลือกที่ดีที่สุดสำหรับบุตรหลานของคุณ การ รักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับเพิ่ม / ADHD ยังรวมถึงการศึกษาพฤติกรรมบำบัด, การสนับสนุนที่บ้านและที่โรงเรียน, การออกกำลังกายและโภชนาการที่เหมาะสม
ลักษณะหลักของการเพิ่ม / ADHD

เมื่อหลายคนคิดว่าของโรคสมาธิพวกเขาภาพเด็กออกจากการควบคุมในการเคลื่อนไหวคงที่ใหญ่ปิดผนังและผลกระทบต่อทุกคนรอบตัว แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นภาพที่เป็นไปได้เพียง
เด็กบางคนที่มีเพิ่ม / ADHD มีสมาธิขณะที่คนอื่นนั่งเงียบ ๆ กับไมล์สนใจของพวกเขาออกไป บางคนใส่มากเกินไปมุ่งเน้นไปที่งานและมีปัญหาในการขยับไปยังสิ่งอื่น อื่น ๆ มีเพียงเล็กน้อยไม่ตั้งใจ แต่ห่ามเกินไป
สามลักษณะหลักของการเพิ่ม / ADHD
ซึ่งหนึ่งในเด็กเหล่านี้อาจมีเพิ่ม / ADHD ได้หรือไม่

เด็กคนเดียวที่มีอาการไม่ตั้งใจของเพิ่ม / สมาธิสั้นมักจะมองข้ามเพราะพวกเขาไม่ได้ทำลาย แต่ อาการของการไม่ตั้งใจมีผลกระทบ: รับในน้ำร้อนกับพ่อแม่และครูที่ไม่ทำตาม; ผลการดำเนินงานอยู่ในโรงเรียนหรือปะทะกับเด็กคนอื่น ๆ กว่าไม่ได้เล่นตามกฎ
จำเพิ่ม / สมาธิสั้นที่อายุที่แตกต่างกัน

เพราะ เราคาดหวังว่าเด็กเล็กมากที่จะได้อย่างง่ายดาย distractible และไม่หยุดนิ่งก็ห่ามพฤติกรรม-ไต่อันตรายโพล่งคำสบประมาทที่มักจะโดดเด่นใน เด็กก่อนวัยเรียนที่มีเพิ่ม / ADHD

ตาม อายุสี่หรือห้า แต่เด็กส่วนใหญ่ได้เรียนรู้วิธีการที่จะให้ความสนใจกับคนอื่น ๆ ที่จะนั่งเงียบ ๆ เมื่อได้รับคำสั่งให้และไม่ให้พูดทุกอย่างที่ปรากฏในหัวของพวกเขา ดัง นั้นเมื่อถึงเวลาที่เด็กถึงวัยเรียนผู้ที่มีเพิ่ม / ADHD ได้โดดเด่นในทั้งสามพฤติกรรม: ความไม่ตั้งใจ, hyperactivity และ impulsivity
สัญญาณไม่ตั้งใจและอาการของ ADD / ADHD

ไม่ ใช่ว่าเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ไม่สามารถให้ความสนใจเมื่อพวกเขากำลังทำสิ่งที่พวกเขาเพลิดเพลินหรือได้ยิน เกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาไม่สนใจพวกเขามีปัญหาในการมุ่งเน้นและอยู่กับงาน ไม่มี แต่เมื่องานเป็นซ้ำหรือน่าเบื่อที่พวกเขาได้อย่างรวดเร็วปรับออก

ที่อยู่ในการติดตามเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อย เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD มักจะตีกลับจากงานเพื่องานโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใด ๆ ของพวกเขาหรือข้ามขั้นตอนที่จำเป็นในขั้นตอนการ จัดงานการบ้านของพวกเขาและเวลาของพวกเขาเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขามากกว่าที่เป็นอยู่สำหรับเด็กส่วนใหญ่

เด็ก ที่มีเพิ่ม / ADHD ยังมีปัญหาในการมุ่งเน้นถ้ามีสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขาพวกเขามักจะต้องมี ความสงบสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบเพื่อที่จะพักที่เน้น
อาการที่เกิดจากการไม่ตั้งใจในเด็ก:

สัญญาณที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ADD / ADHD คือสมาธิสั้น ในขณะที่เด็กหลายคนเป็นธรรมชาติที่ใช้งานค่อนข้างเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นของโรคสมาธิสั้นมักจะย้าย

พวกเขาอาจพยายามที่จะทำหลายสิ่งหลายอย่างในครั้งเดียวใหญ่ ๆ จากกิจกรรมหนึ่งไปยังอีก แม้ แต่ตอนที่ถูกบังคับให้นั่งนิ่งซึ่งอาจเป็นเรื่องยากมากสำหรับพวกเขาที่เท้า ของพวกเขาจะแตะที่ขาของพวกเขาจะสั่นหรือมือของพวกเขาได้รับการตีกลอง
อาการของโรคสมาธิสั้นในเด็ก:
ผลในเชิงบวกของการเพิ่มและสมาธิสั้นในเด็ก

หุนหันพลันแล่นของเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD สามารถทำให้เกิดปัญหากับการควบคุมตนเอง เพราะ พวกเขาตรวจสอบตัวเองน้อยกว่าเด็กคนอื่น ๆ ทำพวกเขาจะขัดขวางการสนทนาบุกพื้นที่ของคนอื่นถามคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องใน ชั้นเรียนการสังเกตไหวพริบและถามคำถามส่วนตัวมากเกินไป

คำ แนะนำเช่น “อดทน” และ “รอเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในขณะที่” เป็นสองยากสำหรับเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD จะทำตามที่พวกเขาเป็นสำหรับเยาวชนอื่น ๆ

เด็กที่มีอาการหุนหันพลันแล่นและอาการของ ADD / ADHD ยังมีแนวโน้มที่จะหงุดหงิดและแสดงออกทางอารมณ์ เป็นผลให้คนอื่น ๆ อาจจะเริ่มต้นเพื่อดูเด็กที่ไม่สุภาพ, แปลกหรือยากจน
อาการของ impulsivity ในเด็ก:

การกระทำโดยไม่ต้องคิด
โพล่งออกคำตอบในชั้นเรียนโดยไม่ต้องรอที่จะเรียกหรือได้ยินคำถามทั้ง
ไม่สามารถรอให้เธอหันหรือเขาอยู่ในสายหรือในการเล่นเกม
สิ่งที่ผิดที่ผิดเวลาพูดว่า
บ่อยครั้งที่คนอื่น ๆ ขัดจังหวะ
ยุ่งเกี่ยวในการสนทนาของคนอื่นหรือเกม
ไม่สามารถที่จะให้อารมณ์ความรู้สึกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบผลในวู่วามโกรธหรืออารมณ์เกรี้ยวกราด
คาดเดามากกว่าการสละเวลาในการแก้ปัญหา

คือจริงๆมันเพิ่ม / ADHD ได้หรือไม่

เพียงเพราะเด็กมีอาการของการไม่ตั้งใจ, impulsivity หรือสมาธิสั้นไม่ได้หมายความว่าเขาหรือเธอมีการเพิ่มหรือสมาธิสั้น เงื่อนไขทางการแพทย์บางอย่างผิดปกติทางด้านจิตใจและเหตุการณ์ชีวิตที่เครียดอาจทำให้เกิดอาการที่มีลักษณะเหมือน ADD / ADHD

ก่อน ที่การวินิจฉัยที่ถูกต้องของเพิ่ม / ADHD สามารถทำมันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณเห็นด้านสุขภาพจิตระดับมืออาชีพเพื่อการ สำรวจและการออกกฎดังกล่าวดังต่อไปนี้:

บกพร่องทางการเรียนรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับการอ่านการเขียนทักษะยนต์หรือภาษา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตที่สำคัญหรือประสบการณ์ที่เจ็บปวด (เช่นย้ายที่ผ่านมาการตายของคนที่คุณรักข่มขู่หย่าร้าง)
ความผิดปกติทางด้านจิตใจรวมทั้งความวิตกกังวล, ซึมเศร้าและโรคสองขั้ว
ความผิดปกติทางพฤติกรรมเช่นความผิดปกติของพฤติกรรมและความผิดปกติท้าทายตรงข้าม
เงื่อนไขทางการแพทย์รวมถึงปัญหาต่อมไทรอยด์เงื่อนไขทางระบบประสาท, โรคลมชักและความผิดปกติของการนอนหลับ

หาก คุณไม่ได้รับการวินิจฉัยเพิ่ม / ADHD แล้วคุณสามารถทำงานร่วมกับแพทย์ของบุตรของนักบำบัดและโรงเรียนที่จะทำให้การ วางแผนการรักษาส่วนบุคคลที่ตรงกับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของเขาหรือเธอ การ รักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับวัยเด็ก ADD / ADHD เกี่ยวข้องกับการบำบัดพฤติกรรมของผู้ปกครองการศึกษาและการฝึกอบรมการสนับ สนุนทางสังคมและความช่วยเหลือที่โรงเรียน ยาอาจจะใช้ แต่มันไม่ควรจะให้ความสนใจขาดดุล แต่เพียงผู้เดียวการรักษาความผิดปกติของ
สำหรับเคล็ดลับการเลี้ยงดูเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD

ถ้าเด็กของคุณมีสมาธิสมาธิหรือห่ามก็อาจจะต้องใช้พลังงานมากที่จะได้รับเขาหรือเธอฟังเสร็จงานหรือนั่งยังคง การตรวจสอบคงที่สามารถทำลายและหลบหนี บางครั้งคุณอาจรู้สึกเหมือนเด็กของคุณกำลังทำงานแสดง แต่ มีขั้นตอนที่คุณสามารถใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์ในขณะที่ในเวลาเดียวกันจะช่วย ให้บุตรหลานของคุณให้มากที่สุดของความสามารถของเขาหรือเธอ

ใน ขณะที่โรคสมาธิไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่ดีมีกลยุทธ์การอบรมเลี้ยงดู ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถไปทางยาวเพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่เป็น

เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ต้องโครงสร้างความมั่นคงการสื่อสารที่ชัดเจนและผลตอบแทนและผลกระทบต่อพฤติกรรมของพวกเขา พวกเขายังต้องรับความรักมากมายสนับสนุนและให้กำลังใจ

มี หลายสิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้เพื่อลดอาการและอาการแสดงของการเพิ่ม / ADHD ได้โดยไม่ต้องเสียสละพลังงานธรรมชาติความสนุกสนานและความรู้สึกของความเป็น เอกลักษณ์ในการสงสัยว่าเด็กทุกคน

สุขภาพในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิดไม่เลือกปฏิบัติ มันเกิดขึ้นระหว่างคู่เพศตรงข้ามและในความเป็นหุ้นส่วนเพศเดียวกัน มันเกิดขึ้นภายในทุกช่วงอายุชาติพันธุ์และระดับเศรษฐกิจ และ ในขณะที่ผู้หญิงจะตกเป็นเหยื่อมากกว่าปกตินอกจากนี้ยังมีผู้ชายที่ถูก ทารุณกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยวาจาและอารมณ์แม้ว่าบางครั้งแม้แต่ร่างกาย เช่นกัน บรรทัด ล่างคือว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่เคยได้รับการยอมรับไม่ว่าจะมาจากชายคน หนึ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า คุณสมควรที่จะรู้สึกว่ามูลค่าที่เคารพนับถือและปลอดภัย
ตระหนักถึงการใช้เป็นขั้นตอนแรกที่จะได้รับความช่วยเหลือ

การ ละเมิดในประเทศมักจะ escalates จากภัยคุกคามและการละเมิดทางวาจาไปสู่ความรุนแรง และในขณะที่ได้รับบาดเจ็บทางกายภาพอาจจะเป็นอันตรายที่ชัดเจนที่สุดผลกระทบ ทางอารมณ์และจิตใจของการละเมิดในประเทศยังมีความรุนแรง ความ สัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมสามารถทำลายอารมณ์ของคุณตระหนักถึงคุณค่าตนเองนำไปสู่ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าและทำให้คุณรู้สึกหมดหนทางและคนเดียว ไม่มีใครควรจะต้องทนต่อชนิดของความเจ็บปวดและขั้นตอนแรกของคุณในการทำลายฟรี นี้ตระหนักว่าสถานการณ์ของคุณเป็นอันตราย เมื่อคุณยอมรับความเป็นจริงของสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมแล้วคุณสามารถได้รับ ความช่วยเหลือที่คุณต้องการ
สัญญาณของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิด
สัญญาณของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ละเมิดทางร่างกายและความรุนแรง

พิมพ์นี้! ข้อความ SizeLarger ข้อความ SizeLargest ปกติขนาดตัวอักษร
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิด
ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในความกลัว:

ในสหรัฐอเมริกา: โทรสายด่วนแห่งชาติความรุนแรงในประเทศที่ 1-800-799-7233 (SAFE)
สหราชอาณาจักร: ช่วยเหลือผู้หญิงที่โทร 0808 2000 247
แคนาดา: โทรสายด่วนแห่งชาติความรุนแรงในประเทศที่ 1-800-363-9010
ออสเตรเลีย: 1800RESPECT โทร 1800 737 732
ทั่วโลก: เยี่ยมชมไดเรกทอรีระหว่างประเทศของหน่วยงานความรุนแรงในครอบครัวสำหรับรายการทั่วโลกของ helplines และศูนย์วิกฤต
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดชายสามารถโทร:

สหรัฐฯและแคนาดา: สายด่วนการใช้ผิดวิธีภายในประเทศสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
สหราชอาณาจักร: ผู้ริเริ่มมนุษยชาติ
ออสเตรเลีย: หนึ่งในสามของการรณรงค์

การ ละเมิดในประเทศยังเป็นที่รู้จักทำผิดกฎเกี่ยวพิธีวิวาห์เกิดขึ้นเมื่อคนคน หนึ่งที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดหรือการแต่งงานพยายามที่จะครอบงำและ ควบคุมคนอื่น ๆ การละเมิดในประเทศที่มีการใช้ความรุนแรงทางกายภาพที่เรียกว่าความรุนแรงในครอบครัว

ความ รุนแรงในครอบครัวและการละเมิดที่ใช้สำหรับวัตถุประสงค์หนึ่งและเป็นหนึ่งใน วัตถุประสงค์เฉพาะที่จะได้รับและรักษาควบคุมทั้งหมดกว่าคุณ ทารุณกรรมไม่ได้ “เล่นยุติธรรม.” Abusers ใช้กลัวบาปอับอายและการข่มขู่ที่จะสวมใส่คุณลงและให้คุณภายใต้นิ้วหัวแม่มือของเขาหรือเธอ abuser ของคุณอาจคุกคามคุณทำร้ายคุณหรือทำร้ายคนรอบข้าง

มีสัญญาณหลายของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมเป็น ป้ายบอกมากที่สุดคือความกลัวของคู่ของคุณ ถ้า คุณรู้สึกว่าคุณต้องเดินบน eggshells รอบพันธมิตรอย่างต่อเนื่องดูสิ่งที่คุณพูดและทำเพื่อหลีกเลี่ยงการระเบิด ขึ้นโอกาสของคุณเป็นความสัมพันธ์ของคุณและเป็นโรคที่ไม่เหมาะสม อาการ อื่น ๆ ที่คุณอาจจะอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมรวมถึงพันธมิตรที่ belittles คุณหรือพยายามที่จะควบคุมคุณและความรู้สึกของความเกลียดชังตัวเอง, ความสิ้นหวังและความสิ้นหวัง

เพื่อตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์ของคุณเป็นอันตรายตอบคำถามด้านล่าง มากขึ้น “ใช่” คำตอบจะขึ้นเป็นว่าคุณอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ชี้บ่งว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ความคิดภายในของคุณและความรู้สึกพฤติกรรมการทับถมของคู่ของคุณ

เมื่อผู้คนพูดคุยเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวพวกเขามักจะหมายถึงการทำร้ายร่างกายของคู่สมรสหรือคู่สมรส ละเมิดทางร่างกายคือการใช้พละกำลังกับใครบางคนในทางที่ทำร้ายหรือเป็นอันตรายต่อคนคนนั้น การโจมตีทางกายภาพหรือการโจมตีเป็นอาชญากรรมไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกของครอบครัว ตำรวจมีอำนาจและอำนาจที่จะปกป้องคุณจากการโจมตีทางกายภาพ
ล่วงละเมิดทางเพศเป็นรูปแบบของการทำร้ายร่างกาย

ในสถานการณ์ที่คุณถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ที่ไม่ปลอดภัยหรือการย่อยสลายใด ๆ ที่เป็นล่วงละเมิดทางเพศ เพศบังคับแม้โดยคู่สมรสหรือพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับคนที่คุณยังมีเซ็กซ์, คือการกระทำของการรุกรานและความรุนแรง นอกจากนี้คนที่มีคู่ค้าของพวกเขาละเมิดทางร่างกายและทางเพศที่มีความเสี่ยงสูงของการถูกฆ่าหรือบาดเจ็บสาหัส
มันยังคงเป็นได้หาก . .

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายดูเหมือนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการที่คุณได้ อ่านเกี่ยวกับที่เห็นบนจอโทรทัศน์หรือได้ยินผู้หญิงคนอื่น ๆ พูดคุยเกี่ยวกับ ไม่มีรูปแบบ “ดี” หรือ “เลว” ทำร้ายร่างกาย; คุณสามารถได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเป็นผลจากการถูกผลักตัวอย่างเช่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นได้เพียงหนึ่งหรือสองครั้งในความสัมพันธ์ การศึกษาแสดงว่าถ้าคู่สมรส / คู่ของคุณได้รับบาดเจ็บคุณเมื่อมันเป็นไปได้ที่เขาจะยังคงโจมตีทางร่างกายคุณ
การ ถูกทำร้ายร่างกายทางกายภาพหยุดเมื่อคุณกลายเป็น passive และให้ขึ้นสิทธิของคุณเพื่อแสดงตัวเองในขณะที่คุณต้องการที่จะย้ายได้อย่าง อิสระและดูคนอื่น ๆ และในการตัดสินใจ มันไม่ได้เป็นชัยชนะถ้าคุณมีที่จะให้ขึ้นสิทธิของคุณเป็นคนและหุ้นส่วนในการแลกเปลี่ยนสำหรับการไม่ได้ถูกทำร้าย!
ไม่เคยมีการใช้ความรุนแรงทางกายภาพใด ๆ ผู้หญิงหลายคนถูกทำร้ายอารมณ์และวาจา นี้สามารถเป็นที่น่ากลัวอย่างเท่าเทียมกันและมักจะสับสนมากขึ้นเพื่อพยายามที่จะเข้าใจ

ที่มา: ทำลายความเงียบ: คู่มือสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในเนบราสก้า
ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์: มันเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด

เมื่อคนคิดของการละเมิดในประเทศพวกเขามักจะวาดภาพทารุณของสตรีที่ได้รับทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ทั้งหมดอันตรายความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความรุนแรง เพียงเพราะคุณไม่ได้โหดร้ายและทารุณไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้ถูกทำร้าย ผู้ชายหลายคนและหญิงต้องทนทุกข์ทรมานจากการละเมิดทางอารมณ์ซึ่งเป็นอันตรายไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์จะลดลงมักจะมองข้ามหรือแม้กระทั่งโดยบุคคลที่ถูกทำร้าย
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางอารมณ์

จุดมุ่งหมายของการทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์เป็นชิปไปที่ความรู้สึกของคุณในคุณค่าของตนเองและความเป็นอิสระ หาก คุณตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางอารมณ์ที่คุณอาจรู้สึกว่ามีวิธีการไม่ ออกจากความสัมพันธ์หรือว่าไม่มีคู่ที่ไม่เหมาะสมของคุณคุณไม่มีอะไร

ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์รวมถึงการละเมิดทางวาจาเช่นตะโกนชื่อโทรโทษและบัดสี แยกการข่มขู่และพฤติกรรมการควบคุมยังอยู่ภายใต้การทำผิดกฎเกี่ยวกับอารมณ์ นอก จากนี้ abusers ที่ใช้ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์หรือจิตใจมักจะโยนในภัยคุกคามของความรุนแรงทางกาย หรือผลกระทบอื่น ๆ ถ้าคุณไม่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ

คุณ อาจคิดว่าการทำร้ายร่างกายเป็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการใช้อารมณ์ตั้งแต่ ความรุนแรงทางกายภาพที่สามารถส่งไปยังโรงพยาบาลและทำให้คุณมีรอยแผลเป็น แต่รอยแผลเป็นจากการล่วงละเมิดทางอารมณ์เป็นจริงมากและพวกเขาทำงานลึก ในความเป็นจริงทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์สามารถเช่นเดียวกับความเสียหายทางกายภาพลวนลามบางครั้งมากยิ่งขึ้นเพื่อ
ทางเศรษฐกิจหรือการล่วงละเมิดทางการเงินรูปแบบที่ลึกซึ้งของการล่วงละเมิดทางอารมณ์

แม้ จะมีสิ่งที่หลายคนเชื่อว่าการใช้ความรุนแรงในประเทศและการละเมิดไม่ได้เกิด จากการสูญเสียทารุณกรรมของการควบคุมของเขาหรือพฤติกรรมของเธอ ในความเป็นจริงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและความรุนแรงเป็นทางเลือกที่ทำโดยเจตนาทำร้ายเพื่อที่จะควบคุมคุณ
abusers ใช้ความหลากหลายของกลยุทธ์ในการจัดการกับคุณและออกแรงอำนาจของตน:

การปกครอง – บุคคลที่ไม่เหมาะสมต้องรู้สึกในค่าใช้จ่ายของความสัมพันธ์ พวกเขาจะทำให้การตัดสินใจสำหรับคุณและครอบครัวบอกว่าจะทำอย่างไรและคาดหวังให้คุณปฏิบัติตามโดยไม่ต้องคำถาม abuser ของคุณอาจปฏิบัติต่อคุณเหมือนคนรับใช้เด็กหรือแม้กระทั่งเป็นหรือมีไว้ในครอบครองของตน
ความอัปยศอดสู – ทารุณกรรมจะทำทุกอย่างที่เขาหรือเธอสามารถที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองหรือมีข้อบกพร่องในบางวิธี หลังจากที่ทุกคนถ้าคุณเชื่อว่าคุณไร้ค่าและที่ไม่มีใครจะต้องการคุณคุณจะมีโอกาสน้อยกว่าที่จะปล่อยให้ ด่า ชื่อ-calling บัดสีและประชาชนวางดาวน์เป็นอาวุธทั้งหมดของการละเมิดออกแบบมาเพื่อกัดกร่อน ความนับถือตนเองของคุณและทำให้คุณรู้สึกหมดหนทาง
แยก – เพื่อเพิ่มการพึ่งพาของคุณเมื่อเขาหรือเธอ, คู่ที่ไม่เหมาะสมจะตัดคุณออกจากโลกภายนอก เขาหรือเธออาจจะทำให้คุณจากการได้เห็นครอบครัวหรือเพื่อนหรือแม้กระทั่งการป้องกันคุณจากการไปทำงานหรือโรงเรียน คุณอาจจะต้องขออนุญาตทำอะไรไปได้ทุกที่หรือดูใคร
ภัยคุกคาม – Abusers ปกติใช้ภัยคุกคามที่จะทำให้พันธมิตรของพวกเขาออกจากหรือสร้างความหวาดกลัวให้เป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลง abuser ของคุณอาจขู่ว่าจะทำร้ายหรือฆ่าคุณ, เด็ก, สมาชิกในครอบครัวอื่น ๆ ของคุณหรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง เขาหรือเธออาจจะขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย, ค่าเท็จไฟล์กับคุณหรือแจ้งให้คุณบริการรับเลี้ยงเด็ก
การข่มขู่ – abuser ของคุณอาจใช้ความหลากหลายของกลยุทธ์การข่มขู่ออกแบบมาเพื่อดีฝ่อคุณในการส่ง กลยุทธ์ ดังกล่าวรวมถึงการทำลักษณะคุกคามหรือท่าทางดีที่สุดสิ่งที่อยู่ในหน้าของคุณ ทำลายทรัพย์สินทำร้ายสัตว์เลี้ยงของคุณหรือวางอาวุธบนจอแสดงผล ข้อความที่ชัดเจนก็คือว่าถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามจะมีผลกระทบรุนแรง
ปฏิเสธและตำหนิ – Abusers จะดีมากที่หาข้อแก้ตัวสำหรับการอภัย พวก เขาจะตำหนิพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและความรุนแรงของพวกเขาในวัยเด็กที่ไม่ดี วันที่ไม่ดีและแม้ในผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดของพวกเขา พันธมิตรที่ไม่เหมาะสมของคุณอาจลดการทำผิดกฎเกี่ยวหรือปฏิเสธได้ว่ามันเกิดขึ้น เขาหรือเธอมักจะเปลี่ยนความรับผิดชอบในเมื่อให้คุณ: อย่างใดพฤติกรรมความรุนแรงและความยากลำบากของเขาหรือเธอเป็นความผิดของคุณ

abusers สามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมของพวกเขาที่พวกเขาทำมันตลอดเวลา

abusers เลือกและเลือกผู้ที่ละเมิด พวกเขาไม่ได้ดูถูกคุกคามหรือทำร้ายทุกคนในชีวิตของพวกเขาที่ทำให้พวกเขามีความเศร้าโศก โดยปกติพวกเขาประหยัดการใช้ของพวกเขาสำหรับคนที่ใกล้ชิดกับพวกเขาที่พวกเขาเรียกร้องที่จะรัก
abusers ระมัดระวังเลือกเวลาและสถานที่ในการละเมิด พวกเขาควบคุมตัวเองจนไม่มีใครรอบ ๆ เพื่อดูพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขา พวกเขาอาจจะทำหน้าที่เหมือนทุกอย่างดีในที่สาธารณะ แต่ตีออกทันทีเร็วที่สุดเท่าที่คุณคนเดียว
abusers สามารถที่จะหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขาเมื่อมันเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา abusers ส่วนใหญ่จะไม่ออกจากการควบคุม ใน ความเป็นจริงพวกเขาจะสามารถหยุดทันทีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขาเมื่อ มันเพื่อประโยชน์ของพวกเขาจะทำเช่นนั้น (เช่นเมื่อตำรวจแสดงขึ้นหรือโทรเจ้านายของพวกเขา)
abusers มักจะมีความรุนแรงพัดโดยตรงของพวกเขาที่พวกเขาจะไม่แสดง แทน ที่จะทำหน้าที่ออกไปในความโกรธไม่มีเหตุผล, abusers ความรุนแรงทางร่างกายหลายอย่างมุ่งมั่นและต่อยเตะที่รอยฟกช้ำและเครื่องหมาย จะไม่แสดงของพวกเขา

วงจรของความรุนแรงในการละเมิดในประเทศ

การละเมิดในประเทศตกอยู่ในรูปแบบทั่วไปหรือวงจรของความรุนแรง:

วงจรของ violenceAbuse – คู่ที่ไม่เหมาะสมของคุณขนออกที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวดูแคลนหรือความรุนแรง ทำผิดกฎเกี่ยวคือพลังเล่นออกแบบมาเพื่อแสดงให้คุณเห็น “คนที่เป็นเจ้านาย.”
ความผิด – หลังจากดูถูกคุณคู่ของคุณรู้สึกผิด แต่ไม่เกินสิ่งที่เขาทำ เขาเป็นคนที่มากขึ้นกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการถูกจับได้และผลกระทบที่หันหน้าไปทางสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเขา
แก้ตัว – abuser ของคุณเหตุผลการสิ่งที่เขาหรือเธอได้ทำ คนที่อาจจะเกิดขึ้นกับสตริงของข้อแก้ตัวหรือโทษคุณสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใดเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
พฤติกรรม “ปกติ” – เน้นทำทุกอย่างที่เขาสามารถที่จะฟื้นการควบคุมและเก็บเหยื่อในความสัมพันธ์ เขาอาจจะทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเขาอาจจะเปิดเสน่ห์ ช่วงฮันนีมูนเงียบสงบแห่งนี้อาจจะทำให้ความหวังของเหยื่อทารุณกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจริงๆในเวลานี้
แฟนตาซีและการวางแผน – abuser ของคุณเริ่มต้นที่จะเพ้อฝันเกี่ยวกับการดูถูกคุณอีกครั้ง เขาใช้เวลามากของเวลาคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณได้ทำผิดและวิธีการที่เขาจะทำให้คุณจ่าย จากนั้นเขาก็ทำให้แผนสำหรับการเปิดจินตนาการของการละเมิดความเป็นจริง
Set-up – abuser ของคุณทำให้คุณและทำให้แผนการของเขาในการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ที่เขาสามารถแสดงให้เห็นถึงการดูถูกคุณ

ขอโทษ abuser ของคุณและท่าทางความรักในระหว่างตอนของการละเมิดสามารถทำให้มันเป็นเรื่องยากที่จะออกจาก เขาอาจจะทำให้คุณเชื่อว่าคุณเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยให้เขาว่าสิ่งที่จะแตกต่างกันในเวลานี้และบอกว่าเขารักคุณอย่างแท้จริง แต่อันตรายของการอยู่เป็นจริงมาก
แบบครบวงจรของความรุนแรงในครอบครัว: ตัวอย่าง

คนด่าทอหุ้นส่วนของเขา หลังจากที่เขาพบเธอเขามีประสบการณ์ความผิดกำกับตนเอง เขาบอกว่า “ฉันขอโทษสำหรับการทำร้ายคุณ.” สิ่งที่เขาไม่ได้บอกว่าเป็น “เพราะฉันอาจจะได้รับการติด.” จากนั้นเขาก็เหตุผลการพฤติกรรมของเขาโดยบอกว่าหุ้นส่วนของเขามีความสัมพันธ์กับใครสักคน เขาบอกว่า “ถ้าคุณไม่ได้เช่นโสเภณีไร้ค่าฉันจะไม่ได้ที่จะตีคุณ.” ของเธอ จากนั้นเขาก็ทำหน้าที่สำนึกผิด, เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธออีกครั้ง จากนั้นเขาก็ fantasizes และสะท้อนให้เห็นถึงการรุกรานในอดีตและวิธีการที่เขาจะทำร้ายเธออีกครั้ง เขามีแผนในการบอกให้เธอไปที่ร้านที่จะได้รับร้านขายของชำบาง สิ่งที่พระองค์ทรงยึดจากเธอคือการที่เธอมีจำนวนหนึ่งของเวลาที่จะทำช้อปปิ้ง เมื่อ เธอถูกจัดขึ้นในการจราจรและเพียงไม่กี่นาทีปลายเขารู้สึกอย่างสมบูรณ์ในธรรม ทำร้ายเธอเพราะ “คุณกำลังมีความสัมพันธ์กับพนักงานเก็บ.” เขาได้เพียงแค่เธอตั้งขึ้น

ที่ดัดแปลงมาจาก: สำนักงาน NYS สำหรับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว

พูดคุยกับบุคคลที่อยู่ในภาคเอกชนและปล่อยให้เขาหรือเธอรู้ว่าคุณมีความกังวล ชี้ให้เห็นสิ่งที่คุณได้สังเกตเห็นการที่ทำให้คุณกังวล บอกว่าคนที่คุณกำลังมีเมื่อใดก็ตามที่เขาหรือเธอรู้สึกว่าพร้อมที่จะพูดคุย สร้างความมั่นใจให้บุคคลที่คุณจะเก็บสิ่งที่มีการกล่าวระหว่างคุณสองคนและปล่อยให้เขาหรือเธอรู้ว่าคุณจะช่วยในทางที่คุณสามารถกระทำได้

โปรดจำไว้ว่า abusers จะดีมากที่การควบคุมและจัดการกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของพวกเขา ผู้ที่ได้ถูกทำร้ายทารุณหรืออารมณ์หดหู่เนื้อกลัวละอายใจและสับสน พวกเขาต้องการความช่วยเหลือที่จะได้ออก แต่พวกเขาได้รับมักจะแยกจากครอบครัวและเพื่อนของพวกเขา โดยหยิบขึ้นมาเมื่อสัญญาณเตือนและให้การสนับสนุนคุณสามารถช่วยให้พวกเขาหลบหนีสถานการณ์ที่ยากลำบากและเริ่มต้นการรักษา

ปวดหัวเรื้อรังแก้ได้

เรกิเป็นกิริยาการรักษาซึ่งถือว่าคนเป็นทั้ง วิธีการนี้จะช่วยให้การเรียกคืนความสมดุลทั้งทางร่างกายเมื่อและระดับของ อารมณ์ วางมือหรือโฉบพวกเขาเหนือส่วนต่างๆของร่างกายของคุณผู้ประกอบการเรกิทำ หน้าที่เป็นช่องทางของพลังงาน ในระหว่างการรักษาเรกิกล้ามเนื้อของคุณผ่อนคลายบล็อกพลังงานจะถูกปล่อยออก และพื้นที่เหลือของร่างกายของคุณจะมีค่าบริการ โดยการคืนค่าการไหลของพลังงาน, การเปลี่ยนแปลงชีวิตกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังจัดการได้มากขึ้นหรืออาจหายไป อย่างสมบูรณ์ คนมักจะรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายแม้หลังจากเพียงหนึ่งเซสชั่นเรกิ สำหรับผลการลึกยาวนานชุดของการประชุมติดต่อกันมีการแนะนำ

ฉัน GP จะอนุมัติ IT?

แพทย์ มากขึ้นและเป็นจุดเริ่มต้นที่จะชื่นชมเรกิและแนะนำให้ผู้ป่วยของพวกเขาเป็น ส่วนประกอบการรักษาแบบดั้งเดิม นี้ สามารถให้คำแนะนำสำหรับการรับมือกับความเจ็บปวดที่ดีกว่ามะเร็งความเจ็บปวด ทางอารมณ์, ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่ซับซ้อนหรือช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรังที่ไม่ได้ เชื่อมโยงกับสาเหตุทางกายภาพ

อาการปวดเรื้อรัง ผู้บุกรุกที่ไม่พึงประสงค์ในล้านชีวิตของผู้คนที่เขามักจะมาถึงเมื่อคุณอย่างน้อยคาดหวังว่าเขาและสำหรับเหตุผลที่ชัดเจนไม่มี ที่เขาสามารถสุดท้ายอะไรจากไม่กี่สัปดาห์หรือเป็นเดือนเป็นปี เมื่อมิสเตอร์ปวดเรื้อรังตรงบริเวณร่างกายของคนที่เขาสามารถทำให้ชีวิตของพวกเขาทุกข์ขี้บ่นและเขาจากคุณสมบัติตรงไปตรงมาไม่ค่อย

เป็น อาการปวดเรื้อรังมักจะไม่ได้มีการเชื่อมต่อที่ชัดเจนใด ๆ ทางกายภาพสาเหตุหลายคนสามารถไปจากหมอคนหนึ่งไปยังอีกโดยไม่ต้องค้นหาความ โล่งใจมาก นี้ใช้เฉพาะถ้าเจ็บไม่สามารถนำมาประกอบกับเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง (เช่นแตกหัก) หรือโรค (เช่นโรคข้ออักเสบ.)

ดังนั้นสิ่งที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของอาการปวดเรื้อรังอยู่แล้ว?

มันไม่มาจากไหน?

อาการปวดเรื้อรังอาจเกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคทางกายภาพเกิน แต่สิ่งที่เราพบเป็นอาการปวดเรื้อรังยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ความเครียดบาดเจ็บหรืออารมณ์ supressed ในกรณีเช่นนี้ปัญหาแสดงออกทางร่างกาย แต่การรักษาร่างกายเพียงอย่างเดียวมักจะนำทุเลาน้อยหรือไม่มีเลย นี้เป็นเพราะสาเหตุจิตใจอารมณ์หรือจิตวิญญาณพื้นฐานยังไม่ได้รับการแก้ไข และที่ที่สามารถช่วยเรกิ

การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์

คุณ สามารถพัฒนาความตระหนักทางอารมณ์ของคุณโดยการเรียนรู้การทำสมาธิสติใน Helpguide ฟรีนำชีวิตของคุณไว้ในชุดเครื่องมือคงเหลือที่ช่วยให้คุณได้รับในการติดต่อ กับอารมณ์ยากและจัดการความรู้สึกอึดอัด
ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) 3: การสื่อสารเกี่ยวกับกริยา

เป็น สื่อสารที่ดีต้องมีมากกว่าเพียงแค่ทักษะการพูด มัก จะสิ่งที่คุณพูดเป็นความสำคัญน้อยกว่าวิธีการที่คุณบอกว่ามันหรือสัญญาณอื่น ๆ ที่คุณอวัจนภาษาที่ส่งออก-ท่าทางที่คุณทำวิธีการที่คุณนั่งวิธีที่รวดเร็ว หรือวิธีดังที่คุณพูดว่าคุณยืนใกล้เท่าไหร่ติดต่อคุณตา ทำ เพื่อที่จะได้รับความสนใจจากคนอื่น ๆ และสร้างการเชื่อมต่อและความไว้วางใจที่คุณจะต้องตระหนักและอยู่ในการควบคุม ของภาษากายนี้ นอกจากนี้คุณยังจะต้องสามารถอ่านได้อย่างถูกต้องและตอบสนองต่อสัญญาณอวัจนภา ษาที่คนอื่น ๆ

ข้อความเหล่านี้ไม่ได้หยุดเมื่อมีคนหยุดพูด แม้ว่าคุณจะเงียบคุณยังคงสื่อสาร nonverbally คิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังส่งเช่นกันและหากสิ่งที่คุณพูดตรงกับสิ่งที่คุณ รู้สึก หากคุณยืนยัน “ผมสบายดี” ในขณะที่กำฟันของคุณและมองไปที่ร่างกายของคุณจะเห็นได้ชัดว่าการส่งสัญญาณ ตรงข้าม อวัจ นภาษาข้อความของคุณสามารถผลิตความรู้สึกของดอกเบี้ยไว้วางใจตื่นเต้นและความ ปรารถนาสำหรับการเชื่อมต่อหรือพวกเขาสามารถสร้างความหวาดกลัวความสับสนความ ไม่ไว้วางใจและความสนใจ
เคล็ดลับสำหรับการปรับปรุงการสื่อสารอวัจนภาษา

การ สื่อสารอวัจนภาษาที่ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการกับ ความเครียดที่ยอมรับอารมณ์ของคุณเองและเข้าใจสัญญาณที่คุณส่งและรับ เมื่อการสื่อสาร:

มุ่งเน้นไปที่คนอื่น ๆ หาก คุณกำลังวางแผนสิ่งที่คุณกำลังจะบอกว่าฝันกลางวัน, ต่อไปหรือคิดเกี่ยวกับสิ่งอื่นคุณแน่ใจเกือบจะพลาดตัวชี้นำอวัจนภาษาและ subtleties อื่นในการสนทนา
ทำให้การติดต่อตา สัมผัสกับตาสามารถสื่อสารดอกเบี้ยรักษากระแสของการสนทนาและช่วยวัดการตอบสนองของผู้อื่น
ใส่ ใจกับความหมายอวัจนภาษาที่คุณกำลังส่งและรับเช่นการแสดงออกทางสีหน้าน้ำ เสียงท่าทางและท่าทางสัมผัสและช่วงเวลาและจังหวะของการสนทนา

หน่วยสืบราชการลับทักษะทางอารมณ์ (EQ) ที่ 4: ใช้อารมณ์ขันและเล่นเพื่อรับมือกับความท้าทาย

ใช้ อารมณ์ขันในการจัดการกับ challengesHumor หัวเราะเล่นและเป็นพิษตามธรรมชาติที่จะยากลำบากของชีวิต พวกเขาแบ่งเบาภาระของคุณและช่วยให้คุณเก็บสิ่งในมุมมอง หัวเราะมากมายดีช่วยลดความเครียดยกอารมณ์และนำระบบประสาทของคุณกลับเข้าสู่ ความสมดุล

การสื่อสารขี้เล่น broadens ความฉลาดทางอารมณ์ของคุณและช่วยให้คุณ:

ใช้ ความยากลำบากในกางเกง โดยอนุญาต ให้คุณดูอึดอัดและความผิดหวังของคุณจากมุมมองใหม่ ๆ เสียงหัวเราะและเล่นช่วยให้คุณสามารถอยู่รอดได้ annoyances ครั้งยากและความพ่ายแพ้
เรียบกว่าความแตกต่าง ใช้อารมณ์ขันอ่อนโยนมักจะช่วยให้คุณพูดสิ่งที่อาจจะเป็นอย่างอื่นยากที่จะแสดงโดยไม่ต้องสร้างพนัง
พร้อม กันผ่อนคลายและกระตุ้นตัวเอง การสื่อสารขี้เล่นบรรเทาความเหนื่อยล้าและผ่อนคลายร่างกายซึ่งจะช่วยให้คุณ สามารถชารและประสบความสำเร็จมากขึ้นของคุณ
เป็นความคิดสร้างสรรค์มาก ขึ้น เมื่อคุณคลายขึ้นคุณฟรีตัวเองจากวิธีคิดแข็งและเป็นที่ช่วยให้คุณได้รับความ คิดสร้างสรรค์และเห็นสิ่งในรูปแบบใหม่

ความ ฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือความสามารถในการระบุให้ใช้ทำความเข้าใจและจัดการอารมณ์ในทางบวกจะช่วยให้ บรรเทาความเครียดสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ, เอาใจใส่กับคนอื่น ๆ เอาชนะความท้าทายและความขัดแย้งกลบเกลื่อน ความฉลาดทางอารมณ์มีผลกระทบต่อด้านต่างๆของชีวิตประจำวันของคุณเช่นวิธีการที่คุณทำตัวและวิธีที่คุณโต้ตอบกับผู้อื่น

หาก คุณมีความฉลาดทางอารมณ์สูงคุณสามารถที่จะรับรู้สภาพทางอารมณ์ของคุณเองและ อารมณ์ฯ ของผู้อื่นและมีส่วนร่วมกับผู้คนในทางที่ดึงพวกเขาให้คุณ คุณ สามารถใช้ความเข้าใจของอารมณ์นี้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกว่าคนอื่น ๆ ในรูปแบบความสัมพันธ์สุขภาพให้บรรลุความสำเร็จมากขึ้นในที่ทำงานและนำไปสู่ ชีวิตขึ้นตอบสนอง
ความฉลาดทางอารมณ์ประกอบด้วยสี่คุณสมบัติ

ความ ตระหนักในตนเอง – คุณรู้จักอารมณ์ของคุณเองและวิธีที่พวกเขาส่งผลกระทบต่อความคิดและพฤติกรรม ของคุณรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของคุณและมีความมั่นใจในตนเอง
การ จัดการตนเอง – คุณสามารถที่จะควบคุมความรู้สึกและพฤติกรรมห่ามจัดการอารมณ์ของคุณในรูปแบบ ที่มีสุขภาพดีจะริเริ่มทำตามผ่านผูกพันและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลง
สังคม รับรู้ – คุณสามารถเข้าใจอารมณ์ความต้องการและความกังวลของคนอื่น ๆ รับกับความหมายทางอารมณ์สังคมรู้สึกสะดวกสบายและตระหนักพลศาสตร์ไฟฟ้าใน กลุ่มหรือองค์กร
การ จัดการความสัมพันธ์ – คุณรู้วิธีการพัฒนาและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีการสื่อสารอย่างชัดเจนแรง บันดาลใจและมีอิทธิพลต่อคนอื่น ๆ ทำงานได้ดีในทีมและจัดการความขัดแย้ง

ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือเหตุผลที่สำคัญเพื่อ?

ในขณะที่เรารู้ว่ามันไม่ได้เป็นคนที่มีความฉลาดที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่หรือตามที่สุดในชีวิต คุณ อาจจะรู้คนที่มีความสดใสในด้านวิชาการและยังมีคุณสมบัติเพื่อเข้าสังคมและ ประสบความสำเร็จในที่ทำงานหรือในความสัมพันธ์ส่วนตัวของพวกเขา หน่วยสืบราชการลับทางปัญญาหรือ IQ ไม่พอที่ตัวเองจะประสบความสำเร็จในชีวิต IQ สามารถช่วยคุณได้ในวิทยาลัย แต่ EQ ที่จะช่วยคุณจัดการกับความเครียดและอารมณ์ของการนั่งสอบไล่ของคุณ

ความฉลาดทางอารมณ์มีผลต่อ:

ผลงานของคุณในที่ทำงาน ความฉลาดทางอารมณ์จะช่วยให้คุณสามารถนำทางสลับซับซ้อนของสังคมในการทำงานนำและกระตุ้นคนอื่น ๆ และ excel ในอาชีพของคุณ ใน ความเป็นจริงเมื่อมันมาถึงวัดผู้สมัครงานหลาย บริษัท ขณะนี้ดูความฉลาดทางอารมณ์เป็นสำคัญเป็นความสามารถทางเทคนิคและต้องมีการ ทดสอบก่อนที่จะจ้าง EQ
สุขภาพร่างกายของคุณ หากคุณไม่สามารถที่จะจัดการกับระดับความเครียดของคุณก็สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ที่ ไม่สามารถควบคุมความเครียดสามารถเพิ่มความดันโลหิต, ปราบปรามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ร่วมกับภาวะมีบุตรยากและเร็วขึ้นกระบวนการชรา ขั้นตอนแรกในการปรับปรุงความฉลาดทางอารมณ์คือการเรียนรู้วิธีการบรรเทาความเครียด
สุขภาพจิตของคุณ ที่ไม่สามารถควบคุมความเครียดยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณทำให้คุณเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าความวิตกกังวลและ ถ้า คุณไม่สามารถที่จะเข้าใจและจัดการอารมณ์ของคุณคุณยังจะเปิดให้อารมณ์แปรปรวน ในขณะที่ไม่สามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สามารถทำให้คุณ รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว
ความสัมพันธ์ของคุณ โดยการทำความเข้าใจอารมณ์และวิธีการควบคุมพวกเขาของคุณคุณดีขึ้นสามารถแสดงว่าคุณรู้สึกและเข้าใจว่าคนอื่นจะรู้สึก นี้จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอมความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งทั้งในที่ทำงานและในชีวิตส่วนตัวของคุณ

วิธีการเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ของคุณ

ข้อมูล ไปยังสมองทั้งหมดมาผ่านทางประสาทสัมผัสของเราและเมื่อข้อมูลนี้เป็นโด่ง เครียดหรืออารมณ์สัญชาตญาณจะใช้เวลามากกว่าและความสามารถของเราที่จะทำ หน้าที่จะถูก จำกัด ให้บินต่อสู้หรือการตอบสนองแช่แข็ง ดังนั้นจะมีการเข้าถึงที่หลากหลายของทางเลือกและการตัดสินใจที่ดีเราต้องสามารถที่จะนำอารมณ์ของเราเข้าสู่ความสมดุลที่จะ

หน่วยความจำยังเชื่อมโยงอย่างยิ่งกับอารมณ์ โดย การเรียนรู้ที่จะใช้เป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ของสมองของคุณเช่นเดียวกับเหตุผล ที่คุณจะไม่เพียง แต่ขยายช่วงของตัวเลือกเมื่อมันมาถึงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ใหม่คุณยังจะ เป็นปัจจัยที่เข้ามาในหน่วยความจำอารมณ์ของคุณในการตัดสินใจ นี้จะช่วยป้องกันคุณจากการอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ผิดซ้ำ

การปรับปรุงให้ฉลาดและอารมณ์ของคุณในการตัดสินใจความสามารถที่คุณต้องเข้าใจและการควบคุมด้านอารมณ์ของสมองของคุณ นี้จะกระทำโดยการพัฒนาทักษะที่สำคัญห้า โดยการควบคุมสองคนแรกทักษะคุณจะพบ 3 ทักษะ, 4, และ 5 ง่ายมากที่จะเรียนรู้
การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ผ่านห้าทักษะที่สำคัญ:

วิธีการเรียนรู้ทักษะที่สำคัญห้าของความฉลาดทางอารมณ์

ห้าทักษะความฉลาดทางอารมณ์สามารถเรียนรู้ได้โดยทุกคนในเวลาใด ๆ แต่มีความแตกต่างระหว่างการเรียนรู้เกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์และการใช้ความรู้ที่จะมีชีวิตของคุณเป็น เพียง เพราะคุณรู้ว่าคุณควรทำอะไรไม่ได้หมายความว่าคุณจะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ คุณเป็นจมจากความเครียดซึ่งสามารถจี้เจตนาดีที่สุดของคุณ

เพื่อ เปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถาวรในรูปแบบที่ยืนขึ้นภายใต้ความกดดันที่คุณต้องเรียน รู้วิธีการใช้ประโยชน์จากส่วนอารมณ์ที่มีประสิทธิภาพของสมองที่ยังคงใช้งาน และสามารถเข้าถึงได้แม้ในเวลาที่เกิดความเครียด ซึ่งหมายความว่าคุณไม่สามารถเพียงแค่อ่านเกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์เพื่อ master มัน คุณมีประสบการณ์และฝึกทักษะการในชีวิตประจำวัน
หน่วยสืบราชการลับทักษะทางอารมณ์ (EQ) 1: ลดความเครียดได้อย่างรวดเร็ว
อย่างรวดเร็วลดความเครียด

ระดับ สูงของความเครียดสามารถครอบงำจิตใจและร่างกายได้รับในทางของความสามารถของ คุณอย่างถูกต้อง “อ่าน” สถานการณ์ได้ยินสิ่งที่คนอื่นไม่ว่าจะเป็นจะต้องรู้ถึงความรู้สึกของคุณเอง และความต้องการและการสื่อสารอย่างชัดเจน

ความ สามารถในการได้อย่างรวดเร็วสงบตัวเองลงและบรรเทาความเครียดจะช่วยให้คุณอยู่ ที่สมดุลให้ความสำคัญในการควบคุมและไม่ว่าสิ่งที่ท้าทายที่คุณต้องเผชิญหรือ วิธีเครียดสถานการณ์กลายเป็น
busting ความเครียดทำงานได้ดีในความร้อนในขณะ

พัฒนาทักษะ busting ความเครียดของคุณด้วยการทำงานผ่านขั้นตอนดังนี้:

รู้เมื่อคุณกำลังเครียด – ขั้นตอนแรกเพื่อลดความเครียดก็คือการตระหนักสิ่งความเครียดให้ความรู้สึกเหมือน ร่างกายของคุณจะรู้สึกเมื่อคุณกำลังเครียดได้อย่างไร มีกล้ามเนื้อท้องหรือแน่นหรือเจ็บของคุณหรือไม่ มีมือของคุณกำแน่น? ตื้นลมหายใจของคุณคืออะไร? การตระหนักถึงการตอบสนองของร่างกายของคุณเพื่อความเครียดจะช่วยควบคุมความตึงเครียดเมื่อมันเกิดขึ้น
ระบุการตอบสนองความเครียดของคุณ – ทุกคนมีปฏิกิริยาแตกต่างกันที่จะเน้น หาก คุณมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นความโกรธหรือไม่สบายใจอยู่ภายใต้ความเครียดคุ ณจะตอบสนองที่ดีที่สุดที่จะเน้นการบรรเทาทุกข์ที่เงียบลง หากคุณมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นความสุขหรือถอนคุณจะตอบสนองที่ดีที่สุดที่จะเน้นการบรรเทาทุกข์ที่ได้รับการกระตุ้น หาก คุณมีแนวโน้มที่จะตรึง-เร่งขึ้นในบางวิธีในขณะที่การชะลอตัวลงในผู้อื่นที่ คุณต้องทำกิจกรรมบรรเทาความเครียดที่ให้ความสะดวกสบายและการกระตุ้น
ค้น พบเทคนิคความเครียด busting-ที่ทำงานสำหรับคุณ – วิธีที่ดีที่สุดเพื่อลดความเครียดได้อย่างรวดเร็วโดยมีส่วนร่วมเป็นหนึ่ง หรือมากกว่าของความรู้สึกของคุณ: สายตาเสียงกลิ่นรสและสัมผัส แต่ละคนตอบสนองแตกต่างกันไปประสาทเพื่อให้คุณต้องค้นหาสิ่งที่ผ่อนคลายและ / หรือเสียบกับคุณ ตัวอย่างเช่นถ้าคุณเป็นคนที่มองเห็นคุณสามารถบรรเทาความเครียดโดยรอบตัวเองด้วยภาพสูง หากคุณตอบสนองกับเสียงคุณอาจพบลมระฆังชิ้นโปรดของเพลงหรือเสียงของน้ำพุน้ำจะช่วยให้ได้อย่างรวดเร็วลดระดับความเครียดของคุณ

หน่วยสืบราชการลับทักษะทางอารมณ์ (EQ) 2: การรับรู้อารมณ์

ความ สามารถในการเชื่อมต่อกับอารมณ์ของคุณมี-ตระหนักขณะที่ช่วงเวลาของอารมณ์ของ คุณและวิธีการที่พวกเขามีอิทธิพลต่อความคิดและการกระทำของคุณเป็นกุญแจสำคัญ ในการทำความเข้าใจตนเองและผู้อื่น

หลาย คนกำลังตัดการเชื่อมต่อจากอารมณ์ความรู้สึกโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แข็งแกร่ง อารมณ์ของพวกเขาหลักเช่นความโกรธ, เศร้า, ความกลัวและความสุข นี้อาจจะเป็นผลมาจากการประสบการณ์ในวัยเด็กที่สอนเชิงลบที่คุณจะพยายามที่จะปิดความรู้สึกของคุณ แต่ถึงแม้ว่าเราจะสามารถบิดเบือนปฏิเสธหรือชาความรู้สึกของเราที่เราไม่สามารถกำจัดพวกเขา พวกเขายังคงมีไม่ว่าจะเป็นเราตระหนักถึงพวกเขาหรือไม่ แต่ น่าเสียดายที่โดยไม่ต้องรับรู้อารมณ์เราไม่สามารถที่จะเข้าใจแรงจูงใจของเรา เองและความต้องการหรือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับคนอื่น ๆ
คุณทำอะไรชนิดของความสัมพันธ์ที่มีกับอารมณ์ของคุณ?

คุณมีประสบการณ์ความรู้สึกที่ไหลเผชิญหน้ากับหนึ่งอารมณ์หลังจากที่อื่นเป็นประสบการณ์ของคุณเปลี่ยนจากช่วงเวลาที่มาถึงช่วงเวลา?
มีอารมณ์ของคุณมาพร้อมกับความรู้สึกทางกายภาพที่คุณพบในสถานที่เช่นกระเพาะอาหารหรือหน้าอกของคุณ?
คุณ มีประสบการณ์ความรู้สึกที่ไม่ต่อเนื่องและอารมณ์เช่นความโกรธ, เศร้า, ความกลัว, ความสุข, แต่ละแห่งซึ่งเป็นที่เห็นได้ชัดในการแสดงออกทางสีหน้าอ่อนโยน?
คุณสามารถสัมผัสความรู้สึกรุนแรงที่มีความแข็งแรงพอที่จะจับทั้งความสนใจและที่อื่น ๆ ของคุณ
คุณใส่ใจกับอารมณ์ของคุณ? พวกเขาปัจจัยในการตัดสินใจของคุณหรือไม่

ถ้าใด ๆ ของประสบการณ์เหล่านี้ที่ไม่คุ้นเคยอารมณ์ของคุณอาจจะหันไปหรือปิด เพื่อ ที่จะได้มีสุขภาพดีและอารมณ์การแสดงออกทางอารมณ์ที่คุณต้องเชื่อมต่อกับ อารมณ์ความรู้สึกหลักของคุณยอมรับพวกเขาและกลายเป็นความสะดวกสบายกับพวกเขา
การพัฒนารับรู้อารมณ์

รับรู้อารมณ์สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาที่ชีวิตใด ๆ หากคุณไม่ได้เรียนรู้วิธีการจัดการกับความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำครั้งแรก เมื่อ คุณสามารถจัดการกับความเครียดคุณจะรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเชื่อมต่อใหม่ กับอารมณ์ความรู้สึกที่แข็งแกร่งหรือไม่เป็นที่พอใจและการเปลี่ยนแปลงวิธี ที่คุณพบและตอบสนองต่อความรู้สึกของคุณ

วิธีการพัฒนาสื่อสารขี้เล่น:

ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะพัฒนาและโอบกอดขี้เล่นของคุณด้านอารมณ์ขัน

ลองตั้งค่าปกติกันเล่นที่มีคุณภาพ มากกว่าที่คุณตลกเล่นและหัวเราะได้ง่ายขึ้นก็จะกลายเป็น
หากิจกรรมสนุกที่คุณคลายขึ้นและช่วยให้คุณโอบกอดธรรมชาติขี้เล่นของคุณ
การปฏิบัติโดยการเล่นกับสัตว์ทารกเด็กเล็กและคนที่ชื่นชอบการออกล้อเล่น

หน่วยสืบราชการลับทักษะทางอารมณ์ (EQ) 5: แก้ไขความขัดแย้งทางบวก

ความขัดแย้งและความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ในความสัมพันธ์ คนสองคนที่ไม่อาจมีความต้องการเดียวกันความคิดเห็นและความคาดหวังของทุกครั้ง แต่ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดี การแก้ไขความขัดแย้งในสุขภาพวิธีสร้างสรรค์สามารถสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้คน เมื่อความขัดแย้งไม่ได้มองว่าเป็นอันตรายหรือลงโทษจะส่งเสริมเสรีภาพความคิดสร้างสรรค์และความปลอดภัยในความสัมพันธ์

ความสามารถในการบริหารจัดการความขัดแย้งในเชิงบวกวิธีสร้างความไว้วางใจ-ได้รับการสนับสนุนโดยก่อนหน้านี้สี่ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ เมื่อ คุณทราบวิธีการจัดการความเครียดอยู่ในปัจจุบันอารมณ์และตระหนักถึงการสื่อ สาร nonverbally และใช้อารมณ์ขันและเล่นคุณจะได้รับการติดตั้งดีกว่าที่จะจัดการกับสถานการณ์ ทางอารมณ์ชาร์จและจับและกลบเกลื่อนปัญหาหลายอย่างก่อนที่พวกเขาบานปลาย
เคล็ดลับสำหรับการแก้ปัญหาความขัดแย้งในทางที่สร้างความไว้วางใจ:

พักที่เน้นในปัจจุบัน เมื่อ คุณไม่ได้ถือครองเพื่อเก่าเจ็บและความไม่พอใจคุณสามารถรับรู้ความเป็นจริง ของสถานการณ์ปัจจุบันและดูว่ามันเป็นโอกาสใหม่สำหรับการแก้ปัญหาความ รู้สึกเกี่ยวกับความขัดแย้งเก่า
เลือกข้อโต้แย้งของคุณ อาร์กิวเมนต์ต้องใช้เวลาและพลังงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการที่จะแก้ปัญหาให้พวกเขาในทางบวก พิจารณาสิ่งที่มีมูลค่าการโต้เถียงเกี่ยวกับและสิ่งที่ไม่
ยกโทษให้ พฤติกรรมอันตรายของคนอื่นที่อยู่ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่คุณจะต้องให้ขึ้นกระตุ้นให้ลงโทษหรือแก้แค้น
ความขัดแย้งสิ้นสุดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ มันใช้เวลาสองคนเพื่อให้โต้แย้งไป คุณสามารถเลือกที่จะปลดจากความขัดแย้งแม้ว่าคุณจะยังไม่เห็น

ข้อเท็จจริงของความอ้วน

แหล่ง ที่มาหลักของไขมันทรานส์ในอาหารของเรามาจากสินค้าอบในเชิงพาณิชย์เตรียมและ ขนมขบเคี้ยวที่ได้พบทางของพวกเขาและเด็ก pantries อาหารกลางวันที่โรงเรียน อะไร กับคำว่า “hydrogenated บางส่วนน้ำมัน” ในรายการส่วนผสมแม้ว่าอาหารที่อ้างว่าเป็นไขมันทรานส์ฟรีไม่เคยเป็นตัวเลือก ที่มีสุขภาพดีคือ ไขมันทรานส์ที่สามารถซ่อนตัวอยู่ใน ‘สุขภาพมัฟฟิน’, คุกกี้ ‘ธัญพืช’ และแม้แต่ในบางยี่ห้อของวิตามินให้แน่ใจว่าคุณอ่านฉลากของคุณ

อาหาร ที่มีไขมันทรานส์เพื่อหลีกเลี่ยงการรวมขนมอบในเชิงพาณิชย์, คุกกี้, โดนัท, มัฟฟิน, เค้กและแป้งพิซซ่าในอาหารว่างบรรจุขนมปังกรอบ, ข้าวโพดคั่ว, ชิป, สูตรเค้ก, แพนเค้กผสมและเครื่องดื่มช็อคโกแลตผสมในอาหารทอดเช่นมันฝรั่งทอดไก่ ปลาชุบเกล็ดขนมปังนักเก็ตและและในบาร์ลูกอม

เลือก ไขมันที่ดีขึ้นมักจะอ่านอย่างระมัดระวังส่วนผสมรายการเมื่อพิจารณาเลือกตัว เลือกปราศจากไขมันและหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์น่าเกลียดเสมอ!

 

เรา ได้รับน้ำท่วมด้วย ‘ปราศจากไขมันในระยะในสื่อที่ร้านขายของชำและในนิตยสารสุขภาพนำให้เราเชื่อ ว่าจะปราศจากไขมันเป็นเส้นทางที่มีสุขภาพดี ความ จริงก็คือสารเคมีที่ครั้งหนึ่งเคยไขมันจะถูกลบออก, น้ำตาล, คาร์โบไฮเดรตกลั่นและสารมีการเพิ่มเพื่อแทนที่รสชาติไขมันให้ครั้งเดียว ไขมันบริโภคเป็น OK สุขภาพแม้ตราบเท่าที่คุณรู้ว่าข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับไขมันและสามารถแยกแยะดีจากที่ไม่ดีและน่าเกลียด!

สิ่งที่ไม่ไขมันฟรี Mean
ไขมันฟรีไม่ได้หมายความว่าแคลอรี่ฟรีหรือไม่ก็หมายความว่ากินได้มากเท่าที่คุณต้องการหรือว่าสินค้านี้มีสุขภาพที่รุ่นไขมันเต็ม สิ่งที่ไม่ได้หมายความว่าอาหารเป็นมีน้อยกว่า 0.5 กรัมของไขมันต่อการให้บริการ มัน มักจะมีแคลอรี่น้อยลงและสามารถนำมาใช้เพื่อแทนที่ตัวเลือกไขมันสูง แต่ใช้อาหารปราศจากไขมันเช่นใบอนุญาตจะกินมากขึ้นจะมักจะไม่ทำงาน อัตราโรคอ้วนสำหรับคนอเมริกันมีสองเท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาช่วงเวลาเดียวกันในการที่เรามีนี้ต้องกินความคิด ‘ไขมันฟรี’ เห็นได้ชัดว่าไขมันฟรีไม่ทำงาน!

ไขมันมากวิธีตกลง
อาหารสุขภาพช่วยให้ 30% ของแคลอรี่ประจำวันของคุณจะมาจากไขมัน สำหรับ ท่านที่ใช้เฉลี่ย 2,000 แคลอรี่ต่อวันนี้จะหมายถึงแคลอรี่ 600 หรือ 66 กรัมที่ได้มาจากไขมันและยังคงเป็นอาหารสุขภาพ (1 กรัมของไขมัน = 9 แคลอรี่) ที่สำคัญคือการกินไขมันดีมากขึ้นและไขมันไม่ดีน้อย

ดี
ไขมัน ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “ไขมันดี” เพราะพวกเขาลดความเสี่ยงของโรคหัวใจของคุณลดคอเลสเตอรอลและปรับปรุงสุขภาพ โดยรวม

ไขมัน ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดี ได้แก่ น้ำมันมะกอก, คาโนลาเนยถั่วลิสงน้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันถั่วลิสง, น้ำมันงา, avocadoes, มะกอก, อัลมอนด์ถั่วลิสงถั่วแมคาเดเมีย, เฮเซลนัท, พีแคน, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ไขมัน ไม่อิ่มตัวที่ดีคือน้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันข้าวโพดน้ำมันดอกคำฝอย, วอลนัท, เมล็ดทานตะวันเมล็ดฟักทอง, แซลมอน, ปลาทูน่า, ปลาทู, ซาร์ดีน, นมถั่วเหลืองและเต้าหู้

Bad
ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์เป็นที่รู้จักกันในฐานะ “ไขมันดี” ขณะที่พวกเขานำไปสู่โรคสุขภาพน้ำหนักและยากจนเพิ่มขึ้น ไขมัน อิ่มตัวและไขมันทรานส์มีแนวโน้มที่จะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องเช่นเนยหรือ มาการีนในขณะที่ไขมันที่ดีมีแนวโน้มที่จะเป็นของเหลวเช่นน้ำมันมะกอก

ตัวอย่าง ของไขมันอิ่มตัวที่ควรจะบริโภคในการดูแลหากไม่หลีกเลี่ยงรวมลดไขมันสูงของ เนื้อเช่นเนื้อวัวเนื้อแกะหรือเนื้อหมูเนื้อไก่กับผิวหนังเมื่อนมไขมันทั้ง หมดและครีม, เนย, ไอศครีม, ปาล์มและน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันหมู

น่าเกลียด
ไข มันทรานส์เป็นเพียงธรรมดาน่าเกลียดและไม่ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของอาหารของคุณ เช่นที่พวกเขามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญจากโรคหัวใจเพิ่มของ น้ำหนักและหลอดเลือดอุดตันที่จะเป็นมะเร็ง ไขมันทรานส์เป็นโมเลกุลไขมันปกติที่ได้รับการผิดปกติในกระบวนการที่เรียกว่าไฮโดร บาง ส่วน hydrogenating น้ำมันพืชที่ทำให้พวกเขามีเสถียรภาพมากขึ้นและโอกาสน้อยที่จะทำให้เสียซึ่ง เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้ผลิตอาหาร แต่ที่ดีมากสำหรับสุขภาพของคุณ