ความรู้เรื่องโรคภัยต่างๆ

โรคภัย

โรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome)
โครโมโซม เพศ ประกอบด้วย โครโมโซม 1 คู่ หรือ 2 แท่ง ในผู้หญิง เป็นแบบ XX ส่วนในผู้ชายเป็นแบบ XY โรคที่เกิดความผิดปกติในโครโมโซม สามารถเกิดได้ในทั้งหญิงและชาย แต่จะมีโอกาสเกิดขึ้นมากในเพศใดเพศหนึ่ง โดยลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ และอาการต่าง ๆ นี้ มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมีโครโมโซม x เพียงตัวเดียว โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมเพศ ได้แก่

ตาบอดสี (Color blindness)
เป็น ภาวะการมอง เห็นผิดปกติ โดยมากเป็นการตาบอดสีตั้งแต่กำเนิด และมักพบในเพศชายมากกว่า เพราะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะด้อยบนโครโมโซม ผู้ที่เป็นตาบอดสีส่วนใหญ่จะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสีเขียวและสีแดง ได้ จึงมีปัญหาในการดูสัญญาณไฟจราจร รองลงมาคือ สีน้ำเงินกับสีเหลือง หรืออาจเห็นแต่ภาพขาวดำ และความผิดปกตินี้จะเกิดขึ้นกับตาทั้งสองข้าง ไม่สามารถรักษาได้

ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)
โรค ฮีโมฟีเลีย คือ โรคเลือดออกไหลไม่หยุด หรือเลือดออกง่ายหยุดยาก เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่พบมากในเพศชาย เพราะยีนที่กำหนดอาการโรคฮีโมฟีเลียจะอยู่ใน โครโมโซม X และถ่ายทอดยีนความผิดปกตินี้ให้ลูก ส่วนผู้หญิงหากได้รับโครโมโซม X ที่ผิดปกติ ก็จะไม่แสดงอาการ เนื่องจากมี โครโมโซม X อีกตัวข่มอยู่ แต่จะแฝงพาหะแทน

ลักษณะอาการ คือ เลือดของผู้ป่วยฮีโมฟีเลียจะไม่สามารถแข็งตัวได้ เนื่องจากขาดสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว อาการที่สังเกตได้ เช่น เลือดออกมากผิดปกติ เลือดกำเดาไหลบ่อย ข้อบวม เกิดแผลฟกช้ำขึ้นเอง แต่โรคฮีโมฟีเลียนี้ สามารถรักษาได้ โดยการใช้สารช่วยให้เลือดแข็งตัวทดแทน

ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี (G-6-PD : Glucose-6-phosphate dehydrogenase)
โรค พร่องเอนไซม์ G6PD หรือ Glucose-6-phosphate dehydrogenase เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ง่าย เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น ซึ่งสาเหตุของ ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี นั้นเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมแบบ X ทำให้เอนไซม์ G6PD ที่คอยปกป้องเม็ดเลือดแดงจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระบกพร่อง จนไม่สามารถป้องกันการทำลายสารอนุมูลอิสระที่เป็นพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง ได้ ผู้ป่วยจึงมีอาการซีดเป็นครั้งคราว เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกอย่างฉับพลัน ในเด็กจะมีอาการดีซ่าน ส่วนผู้ใหญ่จะปัสสาวะเป็นสีดำ ถ่ายปัสสาวะน้อยจนเกิดอาการไตวายได้ โดยสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เช่น อาหารอย่างถั่วปากอ้า ที่มีสารอนุมูลอิสระมาก รวมทั้งการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวหลั่งสารอนุมูลอิสระมากขึ้น

ทั้งนี้ โรคนี้ไม่สามารถรักษาได้ ถ้ารู้จักการระวังตัว เช่น หลีกเลี่ยงยา หรืออาหารที่แสลง ก็จะไม่เกิดอันตราย ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยต้องดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไตวาย

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ ( Turner’s syndrome)
เกิด ใน เฉพาะเพศหญิง สาเหตุจากโครโมโซม X หายไป 1 แท่ง ทำให้เหลือโครโมโซมในเซลล์ร่างกาย 45 แท่ง ผู้ป่วยจะมีอาการปัญญาอ่อน และตัวเตี้ย ที่บริเวณคอมีพังผืดกางเป็นปีก มักเป็นหมันและไม่มีประจำเดือน มีอายุเท่ากับคนปกติทั่ว ๆ ไป

กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter’s syndrome)
พบ ในเพศชาย เกิดจากโครโมโซม X เกินมา 1 หรือ 2 โครโมโซม ทำให้คารีโอไทป์เป็น 47,XXY หรือ 48,XXXY ผู้ป่วยจะมีอาการปัญญาอ่อน รูปร่างอ้อนแอ้น สูงชะลูด หน้าอกโต มีเต้านมเหมือนผู้หญิง และเป็นหมัน เพราะไม่มีอสุจิ และมีอัณฑะเล็ก ยิ่งถ้ามีจำนวนโครโมโซม X มาก อาการปัญญาอ่อนก็จะรุนแรงมากขึ้น

กลุ่มอาการทริปเปิ้ลเอ็กซ์ (Triple x syndrome)
เกิด ในผู้หญิง โดยจะมีโครโมโซม x เกินมา 1 แท่ง ทำให้เป็น XXX รวมมีโครโมโซม 47 แท่ง ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นหมัน เจริญเติบโตไม่เต็มที่ และไม่มีประจำเดือน

กลุ่มอาการดับเบิลวาย (Double y syndrome)
เกิด ในผู้ชาย ที่มีโครโมโซม y เกินมา 1 แท่ง มีจีโนไทป์เป็น xyy เรียกว่า Super Male ลักษณะจะเป็นผู้ชายที่มีร่างกายปกติ แต่เป็นหมัน มีอารมณ์ฉุนเฉียว สูงมากกว่า 6 ฟุต มีระดับฮอร์โมนเพศชายในเลือดสูงกว่าปกติ ส่วนใหญ่เป็นหมัน ไม่สามารถมีบุตรได้

โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่น ๆ ได้แก่
ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) หรือ (Phenylpyruvic oligophrenia)

เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากการถ่ายทอดทางโครโมโซม โดยโครโมโซมนั้นมีความบกพร่องของยีนที่สร้าง Phenylalanine hydroxylase ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถสร้างเอนไซม์นี้ได้ จึงไม่สามารถย่อยสลายกรดอะมิโน phenylalanine ไปเป็น tyrosine เหมือนคนปกติ จึงเกิดภาวะ phenylalaine สะสมในเลือดมากผิดปกติ และมี phenylpyruvic acid และกรดอินทรีย์อื่นปนในปัสสาวะ รวมทั้งอาการโลหิตเป็นพิษด้วย โดยผู้ป่วยฟีนิลคีโตนูเรียนี้ มักจะมีอาการปัญญาอ่อน และไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป โดยอาการฟีนิลคีโตนูเรียนี้ จะพบในคนผิวขาวมากกว่า และในประเทศไทยพบไม่มาก

สไปโนซีรีเบลลาร์อะแท็กเซีย (spinocerebellar ataxia)
เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่ยังไม่มีทางรักษา โดยเกิดจากโพลีกลูตาไมน์ ไตรนิวคลีโอไทด์ ผลิตซ้ำมากเกินปกติ ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ทั้งท่าเดิน การพูด ตากระตุก และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย แต่ระบบจิตใจและความรู้สึกนึกคิดยังปกติ

ทั้งนี้ สไปโนซีรีเบลลาร์อะแท็กเซีย มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะแสดงอาการต่าง ๆ กันไป รวมทั้งอายุของผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรค และลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของยีนบนโครโมโซมของผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ

โรคทาลัสซีเมีย ( Thalassemia )
โรค ทาลัสซีเมีย เป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ซึ่งเมื่อผิดปกติจะทำให้การสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดผิดปกติ เม็ดเลือดแดงจึงมีรูปร่างผิดปกติ นำออกซิเจนไม่ดี ถูกทำลายได้ง่าย ทำให้ผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย เป็นคนเลือดจาง และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา

ในประเทศไทยพบผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมียร้อยละ 1 คือประมาณ 6 แสนคน แต่พบผู้เป็นพาหะถึงร้อยละ 30-40 คือประมาณ 20-25 ล้านคน ดังนั้นถ้าหากผู้เป็นพาหะมาแต่งงานกัน และพบยีนผิดปกติร่วมกัน ลูกก็อาจเป็น โรคทาลัสซีเมียได้ ทั้งนี้ โรคทาลัสซีเมีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แอลฟาธาลัสซีเมีย และ เบต้าธาลัสซีเมีย ซึ่งก็คือ ถ้ามีความผิดปกติของสายแอลฟา ก็เรียกแอลฟาธาลัสซีเมีย และถ้ามีความผิดปกติของสายเบต้าก็เรียกเบต้าธาลัสซีเมีย

ผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย จะมีอาการซีด ตาขาวสีเหลือง ตัวเหลือง ตับม้ามโตมาตั้งแต่เกิด ผิวหนังดำคล้ำ กระดูกใบหน้าจะเปลี่ยนรูป มีจมูกแบน กะโหลกศีรษะหนา โหนกแก้มนูนสูง กระดูกเปราะ หักง่าย เจริญเติบโตช้ากว่าคนปกติ ส่วนอาการนั้น อาจจะไม่รุนแรง หรืออาจรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตเลยก็ได้ คนที่มีอาการมากจะมีอาการเลือดจางมาก ต้องให้เลือดเป็นประจำ หรือมีภาวะติดเชื้อบ่อย ๆ ทำให้เป็นไข้หวัดได้บ่อย

ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วย โรคทาลัสซีเมีย คือ ให้ทานอาหารที่มีกรดโฟลิกสูง เช่น ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ ให้มาก ๆ เพื่อนำไปใช้สร้างเม็ดเลือดแดง

โรคทางพันธุกรรม หรือ โรคติดต่อทางพันธุกรรม เป็น โรคที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดพันธุกรรมของฝั่งพ่อและแม่ หากหน่วยพันธุกรรมของพ่อและแม่มีความผิดปกติแฝงอยู่ โดยความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากการผ่าเหล่าของหน่วยพันธุกรรมบรรพบุรุษ ทำให้หน่วยพันธุกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมได้

ทั้งนี้ โรคทางพันธุกรรม นี้ เป็นโรคติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดย โรคทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม 2 ประการ คือ ความผิดปกติของออโตโซม (โครโมโซมร่างกาย) และความผิดปกติของโครโมโซมเพศ

โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม (Autosome)
โรค ที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมในร่างกาย ที่มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง สามารถเกิดได้กับทุกเพศ และมีโอกาสเกิดได้เท่า ๆ กัน โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ความผิดปกติที่จำนวนออโตโซม และความผิดที่รูปร่างโครโมโซม ประกอบด้วย

ความผิดปกติของจำนวนออโตโซม
เป็นความผิดปกติที่จำนวนออโทโซมในบางคู่ที่เกินมา 1 โครโมโซม จึงทำให้โครโมโซมในเซลล์ร่างกายทั้งหมดเป็น 47 โครโมโซม เช่น ออโทโซม 45 แท่ง 1 โครโมโซมเพศ 2 แท่ง ได้แก่

กลุ่มอาการดาวน์ หรือ ดาวน์ซินโดรม ( Down’s syndrome)

เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง คือ มี 3 แท่ง จากปกติที่มี 2 แท่ง ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า TRISOMY 21 นอกจากนั้นอาจมีสาเหตุมาจากการย้ายที่ของโครโมโซม เช่น โครโมโซมคู่ที่ 14 มายึดติดกับโครโมโซมคู่ที่ 21 เป็นต้น และยังมีสาเหตุมาจาก มีโครโมโซมทั้ง 46 และ 47 แท่ง ในคน ๆ เดียว เรียกว่า MOSAIC ซึ่งพบได้น้อยมาก

ลักษณะของเด็กดาวน์ซินโดรม จะมีศีรษะค่อนข้างเล็ก แบน และตาเฉียงขึ้น ดั้งจมูกแบน ปากเล็ก ลิ้นมักยื่นออกมา ตัวเตี้ย มือสั้น อาจเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือโรคลำไส้อุดตันตั้งแต่แรกเกิด มีภาวะต่อมไทรอยด์บกพร่อง และเป็นปัญญาอ่อน พบบ่อยในแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก

กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดรม ( Edward’s syndrome)

เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 โครโมโซม ทำให้เป็นปัญญาอ่อน ปากแหว่ง เพดานโหว่ คางเว้า นิ้วมือบิดงอ และกำแน่นเข้าหากัน ปอดและระบบย่อยอาหารผิดปกติ หัวใจพิการแต่กำเนิด ทารกมักเป็นเพศหญิง และมักเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนอายุ 1 ขวบ

กลุ่มอาการพาทัวซินโดม ( Patau syndrome)

อาการนี้เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 13 เกินมา 1 โครโมโซม ทำให้เด็กมีอาการปัญญาอ่อน อวัยวะภายในพิการ และมักเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด หรือหากมีชีวิตรอดก็จะมีอายุสั้นมาก

ความผิดปกติของรูปร่างออโตโซม

เป็นความผิดปกติที่ออโทโซมบางโครโมโซมขาดหายไปบางส่วน แต่มีจำนวนโครโมโซม 46 แท่ง เท่ากับคนปกติ ประกอบด้วย

กลุ่มอาการคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrome)
เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไปบางส่วน ทำให้ผู้ป่วยมีศีรษะเล็กกว่าปกติ เกิดภาวะปัญญาอ่อน หน้ากลม ใบหูต่ำ ตาห่าง หางตาชี้ นิ้วมือสั้น เจริญเติบโตได้ช้า เวลาร้องจะมีเสียงเหมือนแมว จึงเป็นที่มาของชื่อโรคนี้ว่า แคทครายซินโดรม (cat cry syndrome)

กลุ่มอาการเพรเดอร์-วิลลี (Prader-Willi syndrome)
เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 15 ทำให้ผู้ป่วยมีรูปร่างอ้วนมาก มือเท้าเล็ก กินจุ มีความบกพร่องทางสติปัญญา มีพฤติกรรมแปลก ๆ เช่น พูดช้า รวมทั้งเป็นออทิสติกด้วย

โรคซีสติกไฟโบรซีส (Cystic fibrosis)
เป็น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ที่ทำให้ร่างกายสร้างเยื่อเมือกหนามากผิดปกติในปอดและลำไส้ ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก และเยื่อเมือกหนาเหล่านั้นอาจทำให้ปอดติดเชื้อ หากมีแบคทีเรียเติบโตอยู่ ส่วนเยื่อเมือกหนาในลำไส้ จะทำให้ย่อยอาหารได้ลำบาก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ แต่สามารถบรรเทาได้โดยการใช้ยาสลายเยื่อเมือก

โรคซิกเกิลเซลล์ (Sickle-cell)
เป็นความผิดปกติ ทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นกับเลือด ทำให้ฮีโมโกลบินมีรูปร่างผิดปกติ เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว จึงไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนได้มากเท่ากับเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่าง ปกติ ส่งผลให้เกิดอาการหลอดเลือดอุดตัน ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียและไม่มีแรง

โรคคนเผือก (Albinos)
ผู้ที่เป็น โรคคนเผือก คือ คนที่ไม่มีเม็ดสีที่ผิวหนัง จะมีผิวหนัง ผม ขน และม่านตาสีซีด หรือีขาว เพราะขาดเม็ดสีเมลานิน หรือมีน้อยกว่าปกติ ทำให้ทนแสงแดดจ้าไม่ค่อยได้

โรคดักแด้
ผู้เป็น โรคดักแด้ จะมีผิวหนังแห้งแตก ตกสะเก็ด ซึ่งแต่ละคนจะมีความรุนแรงของโรคต่างกัน บางคนผิวแห้งไม่มาก บางคนผิวลอกทั้งตัว ขณะที่บางคนหากเป็นรุนแรงก็มักจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อที่เข้าทางผิวหนัง

โรคท้าวแสนปม (neurofibromatosis)
เป็นโรคผิว หนังที่ถ่ายทอดโดยโครโมโซม ลักษณะที่พบคือ ร่างกายจะมีตุ่มเต็มไปทั่วร่างกาย ขนาดเล็กไปจนใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือชนิดที่พบบ่อย พบประมาณ 1 ใน 2,500 ถึง 3,500 คน โดยพบอาการอย่างน้อย 2 ใน 7 อาการต่อไปนี้คือ มีปานสีกาแฟใส่นมอย่างน้อย 6 ตำแหน่ง, พบก้อนเนื้องอกตามผิวหนัง 2 ตุ่มขึ้นไป, พบกระที่บริเวณรักแร้หรือขาหนีบ, พบเนื้องอกของเส้นประสาทตา, พบเนื้องอกของม่านตา 2 แห่งขึ้นไป, พบความผิดปกติของกระดูก และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

ส่วน โรคท้าวแสนปม ประเภทที่ 2 พบได้น้อยมาก ราว 1 ใน 50,000 ถึง 120,000 คน ผู้ป่วยจะไม่มีอาการทางผิวหนัง แต่จะพบเนื้องอกของหูชั้นใน และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

โรคลูคีเมีย (Leukemia)
โรคลูคีเมีย หรือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูก ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาวจำนวนมากในไขกระดูก จนเบียดบังการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ส่วนเม็ดเลือดขาวที่สร้างนั้น ก็เป็นเม็ดเลือดขาวตัวอ่อน จึงไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้ จึงเป็นไข้บ่อย ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคลูคีเมีย มีหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม กัมมันตภาพรังสี การติดเชื้อ เป็นต้น

อาการของผู้ป่วย ลูคีเมีย จะแสดงออกมาในหลายรูปแบบ เช่น มีไข้สูง เป็นหวัดเรื้อรัง หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ตัวซีด เซลล์ลูคีเมียจะไปสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดอาการบวมโต บางคนเป็นรุนแรง ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

การรักษา โรคลูคีเมีย ทำได้โดยให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อลดจำนวนเม็ดเลือดขาว หรืออาจใช้เคมีบำบัด เพื่อให้ไขกระดูกกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ

โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทั้งนี้โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง และเป็น โรคทางพันธุกรรม โดยหากพ่อแม่เป็นเบาหวาน ก็อาจถ่ายทอดไปถึงลูกหลานได้และนอกจากพันธุกรรมแล้ว สิ่งแวดล้อม วิธีการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร ก็มีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน

อาการทั่วไปของผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน คือจะปัสสาวะบ่อย เนื่องจากน้ำตาลที่ออกมาทางไตจะดึงเอาน้ำจากเลือดออกมาด้วย จึงทำให้มีปัสสาวะมากกว่าปกติ เมื่อถ่ายปัสสาวะมาก ก็ทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ต้องคอยดื่มน้ำบ่อย ๆ และด้วยความที่ผู้ป่วย โรคเบาหวาน ไม่สามารถนำน้ำตาลมาเผาผลาญเป็นพลังงาน จึงหันมาเผาผลาญกล้ามเนื้อและไขมันแทน ทำให้ร่างกายผ่ายผอม ไม่มีไขมัน กล้ามเนื้อฝ่อลีบ อ่อนเปลี้ย เพลียแรง นอกจากนี้ การมีน้ำตาลคั่งอยู่ในอวัยวะต่าง ๆ จึงทำให้อวัยวะต่าง ๆ เกิดความผิดปกติ และนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนมากมาย โดยเฉพาะ โรคไตวายเรื้อรัง, หลอดเลือดตีบตีน, อัมพฤกษ์ อัมพาต, ต้อกระจก, เบาหวานขึ้นตา ฯลฯ

การป้องกันโรคทางพันธุกรรม
โรคทางพันธุกรรม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากกจะติดตัวไปตลอดชีวิต ทำได้แต่เพียงบรรเทาอาการไม่ให้เกิดขึ้นมากเท่านั้น ดังนั้นการป้องกัน โรคทางพันธุกรรม ที่ดีที่สุด คือ ก่อนแต่งงาน รวมทั้งก่อนมีบุตร คู่สมรสควรตรวจร่างกาย กรองสภาพทางพันธุกรรมเสียก่อน เพื่อทราบระดับเสี่ยง อีกทั้งโรคทางพันธุกรรม บางโรค สามารถตรวจพบได้ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ จึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ทารกที่จะเกิดมา มีความเสี่ยงในการเป็นโรคทางพันธุกรรมน้อยลง

สุขภาพของเด็กเล็ก

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการวินิจฉัยเพิ่ม / ADHD ดูที่การเพิ่มการทดสอบสมาธิสั้น / และการวินิจฉัยโรค
ความพิการการเรียนรู้อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคสมาธิสั้น

คิด ว่าลูกของคุณมีโรคสมาธิ? บางครั้งเด็กที่มีปัญหาในโรงเรียนได้รับการวินิจฉัยไม่ถูกต้องที่มีเพิ่ม / ADHD เมื่อสิ่งที่พวกเขาจริงๆมีเป็นความพิการการเรียนรู้ นอกจากนี้การต่อสู้ของเด็ก ๆ จำนวนมากกับทั้งเพิ่ม / ADHD และความพิการการเรียนรู้

อ่าน: บกพร่องทางการเรียนรู้ในเด็ก
ผลในเชิงบวกของการเพิ่ม / สมาธิสั้นในเด็ก

นอกจากความท้าทายที่ยังมีลักษณะในเชิงบวกที่เกี่ยวข้องกับคนที่มีความผิดปกติของการขาดดุลความสนใจ:

ความ คิดสร้างสรรค์ – เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD สามารถอย่างเหลือเชื่อความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เด็กที่ฝันกลางวันและมีความคิดที่แตกต่างกันสิบครั้งเดียวสามารถเป็นหลักแก้ ปัญหา, น้ำพุแห่งความคิดหรือศิลปินสร้างสรรค์ เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD อาจจะฟุ้งซ่านได้ง่าย แต่บางครั้งพวกเขาสังเกตเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น
ความ ยืดหยุ่น – เนื่องจากเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD พิจารณาตัวเลือกมากในครั้งเดียวที่พวกเขาไม่ได้กลายเป็นที่ตั้งอยู่บนทาง เลือกหนึ่งในช่วงต้นมีมากขึ้นและเปิดรับความคิดที่แตกต่างกัน
ความ กระตือรือร้นและความเป็นธรรมชาติ – เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD จะไม่ค่อยน่าเบื่อ! พวกเขากำลังสนใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกันและมีบุคลิกที่มีชีวิตชีวา ในระยะสั้นหากพวกเขาไม่ได้โกรธคุณ (และบางครั้งแม้ว่าพวกเขาจะ) พวกเขากำลังสนุกมากที่ได้อยู่กับ
พลังงานและไดรฟ์ – เมื่อเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD มีแรงจูงใจที่พวกเขาทำงานหรือเล่นอย่างหนักและมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ อันที่จริงมันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะหันเหความสนใจของพวกเขาออกจากงานที่ พวกเขาสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากิจกรรมมีการโต้ตอบหรือมือบน

เก็บไว้ ในใจเหมือนกันว่าเพิ่ม / ADHD มีอะไรจะทำด้วยปัญญาหรือความสามารถพิเศษ เด็กหลายคนที่มีเพิ่ม / ADHD มีสติปัญญาหรือศิลปะที่มีพรสวรรค์
ช่วยเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD

หรือ ไม่ว่าอาการของลูกของคุณจากการไม่ตั้งใจ, hyperactivity, impulsivity และเนื่องจากการเพิ่ม / ADHD พวกเขาสามารถทำให้เกิดปัญหามากหากไม่ถูกรักษาซ้าย เด็ก ที่ไม่สามารถมุ่งเน้นและการควบคุมตัวเองอาจต่อสู้ในโรงเรียนได้รับเป็นปัญหา ที่พบบ่อยและพบว่ามันยากที่จะได้รับพร้อมกับคนอื่น ๆ หรือทำให้เพื่อน ความผิดหวังและความยากลำบากเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเคารพตัวเองต่ำเช่น เดียวกับแรงเสียดทานและความเครียดสำหรับทั้งครอบครัว

แต่การรักษาที่ สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในอาการของเด็ก ด้วยการสนับสนุนด้านขวาบุตรหลานของท่านจะได้รับในการติดตามสำหรับความสำเร็จ ในทุกพื้นที่ของชีวิต
อย่ารอคอยให้ได้รับความช่วยเหลือสำหรับบุตรหลานของคุณ

ถ้า บุตรของท่านต่อสู้กับอาการที่มีลักษณะเหมือน ADD / ADHD ไม่ต้องรอที่จะแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถรักษาอาการของลูกของคุณจาก hyperactivity, ประมาทและหุนหันพลันแล่นโดยไม่ต้องมีการวินิจฉัยโรคสมาธิ

ตัว เลือกที่จะเริ่มต้นด้วยรวมถึงการได้รับเด็กของคุณลงในการรักษาด้วยการใช้ อาหารที่ดีและวางแผนการออกกำลังกายและการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่บ้าน เพื่อลดการรบกวน

เป็นปกติสำหรับเด็กบางครั้งลืมที่บ้านของพวกเขา, ความฝันในช่วงชั้นการกระทำโดยไม่ได้คิดหรือได้รับหงุดหงิดที่โต๊ะอาหารค่ำ แต่ การไม่ตั้งใจ, impulsivity และ hyperactivity นอกจากนี้ยังมีสัญญาณของโรคสมาธิ (ADD / ADHD) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความสามารถของเด็กที่จะเรียนรู้และได้รับพร้อมกับคน อื่น ๆ ขั้นตอนแรกเพื่อที่อยู่ปัญหาคือการรับรู้อาการและอาการแสดง
ในบทความนี้

เรา ทุกคนรู้ว่าเด็กที่ไม่สามารถนั่งยังคงที่ดูเหมือนจะไม่เคยฟังที่ไม่ได้ ปฏิบัติตามคำแนะนำไม่ว่าวิธีการอย่างชัดเจนที่คุณนำพวกเขาหรือผู้ที่พูด โพล่งออกความเห็นว่าไม่เหมาะสมในเวลาที่ไม่เหมาะสม บางครั้งเด็กเหล่านี้จะถูกระบุว่าเป็นก่อกวนหรือวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะขี้เกียจและไม่มีวินัย แต่พวกเขาอาจจะมีเพิ่ม / ADHD

ความสนใจขาดดุล hyperactivity โรค (ADHD) เป็นโรคที่ปรากฏขึ้นในวัยเด็ก คุณอาจจะรู้ว่ามันตามชื่อความสนใจความผิดปกติของการขาดดุลหรือเพิ่ม เพิ่ม / ADHD ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่จะยับยั้งการตอบสนองที่เกิดขึ้นเองการตอบสนอง ของพวกเขาที่สามารถเกี่ยวข้องกับทุกอย่างจากการเคลื่อนไหวที่จะพูดถึงความ สนใจ
มันเป็นพฤติกรรมที่เด็กปกติหรือมันคือ ADHD ได้หรือไม่

สัญญาณและอาการของ ADD / ADHD มักจะปรากฏก่อนอายุสิบเจ็ด อย่างไรก็ตามมันอาจเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะระหว่างความผิดปกติของการขาดดุลความสนใจและปกติ “พฤติกรรมเด็ก.”

หากคุณเพียงแค่ไม่กี่สัญญาณหรืออาการที่ปรากฏเฉพาะในบางสถานการณ์ก็อาจไม่เพิ่ม / ADHD ใน ทางตรงกันข้ามถ้าเด็กของคุณจะแสดงจำนวนของการเพิ่ม / อาการสมาธิสั้นและอาการที่มีอยู่ในทุกสถานการณ์ที่บ้านที่โรงเรียนและที่ เล่นแล้วก็ถึงเวลาที่จะใช้เวลามองใกล้

เมื่อ คุณเข้าใจประเด็นที่บุตรหลานของคุณจะดิ้นรนด้วยเช่นหลงลืมหรือความยากลำบาก ในการให้ความสำคัญในโรงเรียนที่คุณสามารถทำงานร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไข ปัญหาความคิดสร้างสรรค์และประโยชน์จากจุดแข็ง
ตำนานเกี่ยวกับโรคสมาธิ
ตำนาน # 1: เด็กทั้งหมดที่มีเพิ่ม / ADHD ซึ่งกระทำมากกว่าปก

ข้อเท็จจริง: เด็กบางคนที่มีเพิ่ม / ADHD มีสมาธิ แต่คนอื่น ๆ จำนวนมากที่มีปัญหาความสนใจไม่ได้ เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ที่มีความไม่ตั้งใจ แต่ไม่ได้ใช้งานมากเกินไปอาจปรากฏว่าสเปซีย์และ Unmotivated
ตำนาน # 2: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ไม่สามารถให้ความสนใจ

ข้อเท็จจริง: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD มักจะสามารถที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมที่พวกเขาสนุกกับ แต่ไม่ว่าวิธีการที่ยากที่พวกเขาพยายามที่ไม่มีพวกเขามีปัญหาในการรักษาโฟกัสเมื่องานในมือเป็นที่น่าเบื่อหรือซ้ำ ๆ
ตำนาน # 3: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD สามารถประพฤติดีกว่าถ้าพวกเขาต้องการ

ข้อเท็จจริง: เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD อาจจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อจะดี แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะนั่งยังคงอยู่เงียบหรือให้ความสนใจ พวกเขาอาจปรากฏไม่เชื่อฟัง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังทำหน้าที่ออกกับวัตถุประสงค์
ตำนาน # 4: เด็กก็จะงอกออกมาจากเพิ่ม / ADHD

ข้อเท็จจริง: ADD / ADHD มักจะยังคงในวัยจึงไม่รอให้ลูกของคุณเจริญเร็วกว่าปัญหา การรักษาสามารถช่วยให้เด็กของคุณเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการและลดอาการ
ตำนาน # 5: ยาเป็นตัวเลือกการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่ม / ADHD

ข้อเท็จจริง: ยาที่มีการกำหนดมักจะสำหรับโรคสมาธิ แต่มันอาจจะไม่เลือกที่ดีที่สุดสำหรับบุตรหลานของคุณ การ รักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับเพิ่ม / ADHD ยังรวมถึงการศึกษาพฤติกรรมบำบัด, การสนับสนุนที่บ้านและที่โรงเรียน, การออกกำลังกายและโภชนาการที่เหมาะสม
ลักษณะหลักของการเพิ่ม / ADHD

เมื่อหลายคนคิดว่าของโรคสมาธิพวกเขาภาพเด็กออกจากการควบคุมในการเคลื่อนไหวคงที่ใหญ่ปิดผนังและผลกระทบต่อทุกคนรอบตัว แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นภาพที่เป็นไปได้เพียง
เด็กบางคนที่มีเพิ่ม / ADHD มีสมาธิขณะที่คนอื่นนั่งเงียบ ๆ กับไมล์สนใจของพวกเขาออกไป บางคนใส่มากเกินไปมุ่งเน้นไปที่งานและมีปัญหาในการขยับไปยังสิ่งอื่น อื่น ๆ มีเพียงเล็กน้อยไม่ตั้งใจ แต่ห่ามเกินไป
สามลักษณะหลักของการเพิ่ม / ADHD
ซึ่งหนึ่งในเด็กเหล่านี้อาจมีเพิ่ม / ADHD ได้หรือไม่

เด็กคนเดียวที่มีอาการไม่ตั้งใจของเพิ่ม / สมาธิสั้นมักจะมองข้ามเพราะพวกเขาไม่ได้ทำลาย แต่ อาการของการไม่ตั้งใจมีผลกระทบ: รับในน้ำร้อนกับพ่อแม่และครูที่ไม่ทำตาม; ผลการดำเนินงานอยู่ในโรงเรียนหรือปะทะกับเด็กคนอื่น ๆ กว่าไม่ได้เล่นตามกฎ
จำเพิ่ม / สมาธิสั้นที่อายุที่แตกต่างกัน

เพราะ เราคาดหวังว่าเด็กเล็กมากที่จะได้อย่างง่ายดาย distractible และไม่หยุดนิ่งก็ห่ามพฤติกรรม-ไต่อันตรายโพล่งคำสบประมาทที่มักจะโดดเด่นใน เด็กก่อนวัยเรียนที่มีเพิ่ม / ADHD

ตาม อายุสี่หรือห้า แต่เด็กส่วนใหญ่ได้เรียนรู้วิธีการที่จะให้ความสนใจกับคนอื่น ๆ ที่จะนั่งเงียบ ๆ เมื่อได้รับคำสั่งให้และไม่ให้พูดทุกอย่างที่ปรากฏในหัวของพวกเขา ดัง นั้นเมื่อถึงเวลาที่เด็กถึงวัยเรียนผู้ที่มีเพิ่ม / ADHD ได้โดดเด่นในทั้งสามพฤติกรรม: ความไม่ตั้งใจ, hyperactivity และ impulsivity
สัญญาณไม่ตั้งใจและอาการของ ADD / ADHD

ไม่ ใช่ว่าเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ไม่สามารถให้ความสนใจเมื่อพวกเขากำลังทำสิ่งที่พวกเขาเพลิดเพลินหรือได้ยิน เกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาไม่สนใจพวกเขามีปัญหาในการมุ่งเน้นและอยู่กับงาน ไม่มี แต่เมื่องานเป็นซ้ำหรือน่าเบื่อที่พวกเขาได้อย่างรวดเร็วปรับออก

ที่อยู่ในการติดตามเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อย เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD มักจะตีกลับจากงานเพื่องานโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใด ๆ ของพวกเขาหรือข้ามขั้นตอนที่จำเป็นในขั้นตอนการ จัดงานการบ้านของพวกเขาและเวลาของพวกเขาเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขามากกว่าที่เป็นอยู่สำหรับเด็กส่วนใหญ่

เด็ก ที่มีเพิ่ม / ADHD ยังมีปัญหาในการมุ่งเน้นถ้ามีสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขาพวกเขามักจะต้องมี ความสงบสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบเพื่อที่จะพักที่เน้น
อาการที่เกิดจากการไม่ตั้งใจในเด็ก:

สัญญาณที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ADD / ADHD คือสมาธิสั้น ในขณะที่เด็กหลายคนเป็นธรรมชาติที่ใช้งานค่อนข้างเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นของโรคสมาธิสั้นมักจะย้าย

พวกเขาอาจพยายามที่จะทำหลายสิ่งหลายอย่างในครั้งเดียวใหญ่ ๆ จากกิจกรรมหนึ่งไปยังอีก แม้ แต่ตอนที่ถูกบังคับให้นั่งนิ่งซึ่งอาจเป็นเรื่องยากมากสำหรับพวกเขาที่เท้า ของพวกเขาจะแตะที่ขาของพวกเขาจะสั่นหรือมือของพวกเขาได้รับการตีกลอง
อาการของโรคสมาธิสั้นในเด็ก:
ผลในเชิงบวกของการเพิ่มและสมาธิสั้นในเด็ก

หุนหันพลันแล่นของเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD สามารถทำให้เกิดปัญหากับการควบคุมตนเอง เพราะ พวกเขาตรวจสอบตัวเองน้อยกว่าเด็กคนอื่น ๆ ทำพวกเขาจะขัดขวางการสนทนาบุกพื้นที่ของคนอื่นถามคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องใน ชั้นเรียนการสังเกตไหวพริบและถามคำถามส่วนตัวมากเกินไป

คำ แนะนำเช่น “อดทน” และ “รอเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในขณะที่” เป็นสองยากสำหรับเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD จะทำตามที่พวกเขาเป็นสำหรับเยาวชนอื่น ๆ

เด็กที่มีอาการหุนหันพลันแล่นและอาการของ ADD / ADHD ยังมีแนวโน้มที่จะหงุดหงิดและแสดงออกทางอารมณ์ เป็นผลให้คนอื่น ๆ อาจจะเริ่มต้นเพื่อดูเด็กที่ไม่สุภาพ, แปลกหรือยากจน
อาการของ impulsivity ในเด็ก:

การกระทำโดยไม่ต้องคิด
โพล่งออกคำตอบในชั้นเรียนโดยไม่ต้องรอที่จะเรียกหรือได้ยินคำถามทั้ง
ไม่สามารถรอให้เธอหันหรือเขาอยู่ในสายหรือในการเล่นเกม
สิ่งที่ผิดที่ผิดเวลาพูดว่า
บ่อยครั้งที่คนอื่น ๆ ขัดจังหวะ
ยุ่งเกี่ยวในการสนทนาของคนอื่นหรือเกม
ไม่สามารถที่จะให้อารมณ์ความรู้สึกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบผลในวู่วามโกรธหรืออารมณ์เกรี้ยวกราด
คาดเดามากกว่าการสละเวลาในการแก้ปัญหา

คือจริงๆมันเพิ่ม / ADHD ได้หรือไม่

เพียงเพราะเด็กมีอาการของการไม่ตั้งใจ, impulsivity หรือสมาธิสั้นไม่ได้หมายความว่าเขาหรือเธอมีการเพิ่มหรือสมาธิสั้น เงื่อนไขทางการแพทย์บางอย่างผิดปกติทางด้านจิตใจและเหตุการณ์ชีวิตที่เครียดอาจทำให้เกิดอาการที่มีลักษณะเหมือน ADD / ADHD

ก่อน ที่การวินิจฉัยที่ถูกต้องของเพิ่ม / ADHD สามารถทำมันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณเห็นด้านสุขภาพจิตระดับมืออาชีพเพื่อการ สำรวจและการออกกฎดังกล่าวดังต่อไปนี้:

บกพร่องทางการเรียนรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับการอ่านการเขียนทักษะยนต์หรือภาษา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตที่สำคัญหรือประสบการณ์ที่เจ็บปวด (เช่นย้ายที่ผ่านมาการตายของคนที่คุณรักข่มขู่หย่าร้าง)
ความผิดปกติทางด้านจิตใจรวมทั้งความวิตกกังวล, ซึมเศร้าและโรคสองขั้ว
ความผิดปกติทางพฤติกรรมเช่นความผิดปกติของพฤติกรรมและความผิดปกติท้าทายตรงข้าม
เงื่อนไขทางการแพทย์รวมถึงปัญหาต่อมไทรอยด์เงื่อนไขทางระบบประสาท, โรคลมชักและความผิดปกติของการนอนหลับ

หาก คุณไม่ได้รับการวินิจฉัยเพิ่ม / ADHD แล้วคุณสามารถทำงานร่วมกับแพทย์ของบุตรของนักบำบัดและโรงเรียนที่จะทำให้การ วางแผนการรักษาส่วนบุคคลที่ตรงกับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของเขาหรือเธอ การ รักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับวัยเด็ก ADD / ADHD เกี่ยวข้องกับการบำบัดพฤติกรรมของผู้ปกครองการศึกษาและการฝึกอบรมการสนับ สนุนทางสังคมและความช่วยเหลือที่โรงเรียน ยาอาจจะใช้ แต่มันไม่ควรจะให้ความสนใจขาดดุล แต่เพียงผู้เดียวการรักษาความผิดปกติของ
สำหรับเคล็ดลับการเลี้ยงดูเด็กที่มีเพิ่ม / ADHD

ถ้าเด็กของคุณมีสมาธิสมาธิหรือห่ามก็อาจจะต้องใช้พลังงานมากที่จะได้รับเขาหรือเธอฟังเสร็จงานหรือนั่งยังคง การตรวจสอบคงที่สามารถทำลายและหลบหนี บางครั้งคุณอาจรู้สึกเหมือนเด็กของคุณกำลังทำงานแสดง แต่ มีขั้นตอนที่คุณสามารถใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์ในขณะที่ในเวลาเดียวกันจะช่วย ให้บุตรหลานของคุณให้มากที่สุดของความสามารถของเขาหรือเธอ

ใน ขณะที่โรคสมาธิไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่ดีมีกลยุทธ์การอบรมเลี้ยงดู ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถไปทางยาวเพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่เป็น

เด็กที่มีเพิ่ม / ADHD ต้องโครงสร้างความมั่นคงการสื่อสารที่ชัดเจนและผลตอบแทนและผลกระทบต่อพฤติกรรมของพวกเขา พวกเขายังต้องรับความรักมากมายสนับสนุนและให้กำลังใจ

มี หลายสิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้เพื่อลดอาการและอาการแสดงของการเพิ่ม / ADHD ได้โดยไม่ต้องเสียสละพลังงานธรรมชาติความสนุกสนานและความรู้สึกของความเป็น เอกลักษณ์ในการสงสัยว่าเด็กทุกคน

การบริหารความโกรธ

หากคุณกำลังดิ้นรนกับความโกรธออกจากการควบคุมคุณอาจจะสงสัยว่าทำไมฟิวส์ของ คุณสั้นดังนั้น ปัญหาความโกรธมักเกิดจากสิ่งที่คุณได้เรียนรู้เป็นเด็ก ถ้าคุณมองดูคนอื่น ๆ ในครอบครัวของคุณกรีดร้องตีแต่ละอื่น ๆ หรือโยนสิ่งที่คุณอาจจะคิดว่านี่คือวิธีที่ความโกรธควรจะแสดง เหตุการณ์ที่เจ็บปวดและระดับสูงของความเครียดสามารถทำให้คุณอ่อนแอมากขึ้น เพื่อความโกรธเช่นกัน
ความโกรธมักจะเป็นฝาครอบขึ้นสำหรับความรู้สึกอื่น ๆ

เพื่อ ให้ได้รับความต้องการของคุณได้พบและแสดงความโกรธของคุณในรูปแบบที่เหมาะสม ที่คุณจะต้องติดต่อกับสิ่งที่คุณกำลังรู้สึกจริงๆ คุณกำลังโกรธอย่างแท้จริง? ความโกรธของคุณหรือปิดบังความรู้สึกอื่น ๆ เช่นความลำบากใจไม่มั่นคงความเจ็บปวดอับอายหรือความเสี่ยง?

ถ้า การตอบสนองเหวี่ยงเข่าของคุณในหลาย ๆ สถานการณ์ที่เป็นความโกรธก็มีโอกาสมากที่อารมณ์ของคุณจะครอบคลุมถึงความ รู้สึกที่แท้จริงของคุณและความต้องการ นี้อาจเป็นไปได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่แสดงความ รู้สึกก็หมดแรง ฐานะที่เป็นผู้ใหญ่คุณอาจมีเวลาที่ยากยอมรับความรู้สึกอื่น ๆ นอกเหนือจากความโกรธ
เบาะแสว่ามีบางสิ่งบางอย่างมากขึ้นเพื่อให้ความโกรธของคุณ

คุณ มีเวลาที่ยากประนีประนอม มันเป็นเรื่องยากสำหรับคุณที่จะเข้าใจประเด็นของคนอื่นในมุมมองของและก็ยาก ที่จะยอมรับจุด? ถ้า คุณเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่เป็นความโกรธออกจากการควบคุมคุณอาจจำได้คนที่ โกรธได้ด้วยวิธีของเขาหรือเธอโดยเป็น loudest และความต้องการมากที่สุด ประนีประนอมอาจนำมาขึ้นความรู้สึกที่น่ากลัวของความล้มเหลวและความเสี่ยง
คุณ มีปัญหาในการแสดงอารมณ์ความรู้สึกอื่น ๆ นอกเหนือจากความโกรธ คุณภูมิใจในตัวเองที่จะเป็นยากและอยู่ในการควบคุมไม่เคยปล่อยให้ยามของคุณ ลง? คุณรู้สึกว่าอารมณ์เช่นความกลัวความรู้สึกผิดหรือละอายไม่สามารถใช้กับคุณ? ทุกคนมีอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นและถ้าคุณคิดว่าคุณไม่ได้คุณอาจใช้ความ โกรธเป็นฝาครอบสำหรับพวกเขา
คุณสามารถดูความคิดเห็นแตกต่างกันและมุม มองที่เป็นความท้าทายส่วนตัวของคุณ คุณเชื่อว่าวิธีการของคุณอยู่เสมอที่ถูกต้องและได้รับโกรธเมื่อคนอื่นไม่ เห็นด้วย? หาก คุณมีความต้องการที่แข็งแกร่งที่จะอยู่ในการควบคุมหรืออัตตาเปราะบางคุณอาจ ตีความในมุมมองอื่น ๆ เป็นความท้าทายอำนาจของคุณมากกว่าแค่เป็นวิธีที่แตกต่างกันของการมองสิ่ง
อารมณ์ความรู้สึกของความโกรธคือไม่ดีหรือไม่ดี มันสมบูรณ์แบบมีสุขภาพดีและเป็นปกติที่จะรู้สึกโกรธเมื่อคุณเคยทำร้ายหรือผิด ความรู้สึกที่ไม่ได้เป็นปัญหามันคือสิ่งที่คุณทำอย่างไรกับมันที่ทำให้แตกต่าง ความโกรธกลายเป็นปัญหาเมื่อมันเป็นอันตรายต่อคุณหรือคนอื่น ๆ

หากคุณมีอารมณ์ร้อนคุณอาจจะรู้สึกเช่นนั้นออกมาจากมือของคุณและมีน้อยคุณสามารถทำได้เพื่อเชื่องสัตว์ แต่คุณมีการควบคุมที่มากกว่าความโกรธของคุณมากกว่าที่คุณคิด คุณ สามารถเรียนรู้ที่จะแสดงอารมณ์ของคุณโดยไม่ทำร้ายคนอื่นและเมื่อคุณทำคุณจะ ไม่เพียง แต่รู้สึกดีขึ้นคุณยังจะมีแนวโน้มที่จะได้รับการตอบสนองความต้องการของคุณ ได้พบกับ Mastering ศิลปะของการจัดการความโกรธใช้เวลาทำงาน แต่ยิ่งคุณปฏิบัติได้ง่ายขึ้นก็จะได้รับ และผลตอบแทนได้มาก เรียน รู้ที่จะควบคุมความโกรธของคุณและแสดงมันออกมาอย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีให้บรรลุเป้าหมายของคุณและนำไปสู่การมีสุขภาพชีวิตที่ น่าพอใจมากขึ้น
ตำนานและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความโกรธ

ตำนาน: ผมไม่ควรจะ “ถืออยู่ใน” ความโกรธของฉัน มันมีสุขภาพดีที่จะระบายและปล่อยให้มันออกมา

ข้อเท็จจริง: ในขณะที่มันเป็นความจริงที่การปราบปรามและการละเว้นความโกรธเป็นโรคระบายไม่ดี ความโกรธไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณต้อง “ให้ออก” ในทางก้าวร้าวเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดระเบิดขึ้น ในความเป็นจริงระเบิดและ tirades เพียงเชื้อเพลิงไฟและเสริมสร้างปัญหาความโกรธของคุณ

ตำนาน: ความโกรธความก้าวร้าวและข่มขู่ช่วยให้ฉันได้รับความเคารพและได้รับสิ่งที่ฉันต้องการ

ข้อเท็จจริง: อำนาจที่แท้จริงไม่ได้มาจากการข่มขู่คนอื่น ๆ คนบางคนอาจจะกลัวของคุณ แต่พวกเขาจะไม่เคารพคุณถ้าคุณไม่สามารถควบคุมตัวเองหรือจัดการกับมุมมองของฝ่ายตรงข้าม อื่น ๆ จะมีความเต็มใจที่จะรับฟังคุณและรองรับความต้องการของคุณถ้าคุณติดต่อสื่อสารในทางที่เคารพ

ตำนาน: ฉันไม่สามารถช่วยตัวเอง ความโกรธเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุม

ความจริงที่คุณไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ที่คุณอยู่ในหรือว่ามันจะทำให้คุณรู้สึก แต่คุณสามารถควบคุมวิธีการที่คุณแสดงความโกรธของคุณ และคุณสามารถแสดงความโกรธของคุณโดยไม่ต้องด้วยวาจาหรือทางร่างกายที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าจะมีคนจะผลักดันปุ่มของคุณคุณก็มีทางเลือกเกี่ยวกับวิธีการที่จะตอบสนอง

ตำนาน: การจัดการความโกรธเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่จะระงับความโกรธของคุณ

ความเป็นจริง: ไม่เคยโกรธไม่ได้เป็นเป้าหมายที่ดี ความโกรธเป็นเรื่องปกติและมันจะออกมาโดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่คุณพยายามอย่างหนักเพื่อให้การปราบปรามมัน การ จัดการความโกรธคือทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเป็นตระหนักถึงความรู้สึกพื้นฐาน ของคุณและความต้องการและพัฒนาวิธีการมีสุขภาพดีในการจัดการอารมณ์เสีย มากกว่าการพยายามที่จะระงับความโกรธของคุณเป้าหมายคือการแสดงมันออกมาในรูปแบบที่สร้างสรรค์
ทำไมการเรียนรู้ที่จะควบคุมความโกรธของคุณเป็นสิ่งสำคัญ

คุณ อาจจะคิดว่าการระบายความโกรธของคุณมีสุขภาพที่ผู้คนรอบ ๆ ตัวคุณมีความอ่อนไหวเกินไปที่ความโกรธของคุณเป็นธรรมหรือว่าคุณต้องแสดงความ โกรธของคุณจะได้รับการเคารพ แต่ ความจริงก็คือความโกรธที่มีมากมีแนวโน้มที่จะทำลายความสัมพันธ์ของคุณเสีย การตัดสินของคุณได้รับในทางของความสำเร็จและมีผลกระทบต่อวิธีที่ผู้คนมองมา ที่คุณ

ความโกรธออกจากการควบคุมเจ็บสุขภาพร่างกายของคุณ อย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานอยู่ในระดับสูงของความเครียดและความตึงเครียดที่ไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ ความ โกรธเรื้อรังทำให้คุณอ่อนแอมากขึ้นต่อการเกิดโรคหัวใจโรคเบาหวานระดับคอเล สเตอรอลสูง, ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอนอนไม่หลับและความดันโลหิตสูง
ความโกรธออกจากการควบคุมเจ็บสุขภาพจิตของคุณ ความโกรธเรื้อรังกินจำนวนมากของพลังงานทางจิตและเมฆความคิดของคุณทำให้มันยากที่จะมีสมาธิเห็นภาพที่ใหญ่กว่าและสนุกกับชีวิต นอกจากนี้ยังสามารถนำไปสู่ความเครียด, ซึมเศร้าและอื่น ๆ ปัญหาสุขภาพจิต
ความโกรธออกจากการควบคุมการทำงานของคุณเจ็บ การอภิปรายวิจารณ์ที่สร้างสรรค์สร้างความแตกต่างและความร้อนสามารถที่จะมีสุขภาพ แต่การเฆี่ยนออกเพียง alienates เพื่อนร่วมงานหัวหน้างานของคุณหรือลูกค้าและผุกร่อนที่ตนเคารพนับถือ มีอะไรมากกว่าชื่อเสียงที่ไม่ดีสามารถทำตามคุณทุกที่ที่คุณไปทำให้มันยากและยากที่จะได้รับล่วงหน้า
ความโกรธออกจากการควบคุมความเจ็บปวดความสัมพันธ์ของคุณกับคนอื่น ๆ มันทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ยั่งยืนในคนที่คุณรักมากที่สุดและได้รับในทางของมิตรภาพและความสัมพันธ์ของการทำงานของคุณ เรื้อรัง ความโกรธที่รุนแรงทำให้มันยากสำหรับคนอื่น ๆ ที่จะไว้วางใจคุณพูดตรงไปตรงมาหรือรู้สึกสะดวกสบาย-พวกเขาไม่เคยรู้ว่าสิ่ง ที่จะตั้งคุณออกหรือสิ่งที่คุณจะทำ ความโกรธโดยเฉพาะอย่างยิ่งการระเบิดสร้างความเสียหายให้กับเด็ก

การควบคุมความโกรธและทิปจัดการ 1: สำรวจว่ามีอะไรจริงๆที่อยู่เบื้องหลังความโกรธของคุณ

ต้องการความช่วยเหลือของความสัมพันธ์มากขึ้น? รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมกับการจัดการความโกรธ
Helpguide ที่นำชีวิตของคุณให้เป็นเครื่องมือสติสมดุลสามารถช่วย

หาก คุณกำลังอึดอัดกับอารมณ์หลายตัดการเชื่อมต่อหรือติดอยู่ในการตอบสนองอย่างใด อย่างหนึ่งหมายเหตุโกรธทุกอย่างมันอาจจะทำคุณบางอย่างที่ดีที่จะได้รับกลับ ในการติดต่อกับความรู้สึกของคุณ การรับรู้อารมณ์เป็นกุญแจสำคัญในความเข้าใจตนเองและประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ มีความสามารถที่จะรับรู้ในการจัดการและการจัดการกับช่วงเต็มของอารมณ์ของ มนุษย์, คุณย่อมจะหมุนลงไปในความสับสนแยกและข้อสงสัยด้วยตนเอง
Dynamics บางส่วนของความโกรธ

และเราจะเป็นโกรธมากขึ้นเมื่อเรากำลังเครียดและทรัพยากรของร่างกายลดลง
เราจะไม่ค่อยโกรธเคยสำหรับเหตุผลที่เราคิดว่า
เรามักจะโกรธเมื่อเราไม่ได้รับสิ่งที่เราต้องเป็นเด็ก
เรามักจะกลายเป็นโกรธเมื่อเราเห็นลักษณะนิสัยของคนอื่นที่เราไม่สามารถยืนอยู่ในตัวเอง
ภายใต้โทสะปัจจุบันหลายคนผิดหวังเก่าชอกช้ำและทริกเกอร์
บางครั้งเราได้โกรธเพราะเราได้รับบาดเจ็บเป็นเด็ก
เราได้รับโกรธเมื่อมีเหตุการณ์ในปัจจุบันจะทำให้สถานการณ์ไม่แน่นอนเก่าจากอดีตที่ผ่านมา
เรามักจะรู้สึกว่าอารมณ์ที่แข็งแกร่งเมื่อสถานการณ์มีเนื้อหาคล้ายกัน, คำหรือพลังงานที่เราได้สัมผัสมาก่อน

ที่มา: รับ Angries ของคุณออก
การควบคุมความโกรธและทิปการจัดการที่ 2: ตระหนักถึงสัญญาณเตือนความโกรธของคุณและก่อให้เกิด

ขณะที่คุณอาจรู้สึกว่าคุณเพียงแค่เข้าไปติดระเบิดความโกรธโดยไม่มีการเตือนในความเป็นจริงมีสัญญาณเตือนทางกายภาพในร่างกายของคุณ ความโกรธคือการตอบสนองทางกายภาพปกติ มันเชื้อเพลิง “ต่อสู้หรือบิน” ระบบการทำงานของร่างกายและโกรธที่คุณได้รับให้มากขึ้นร่างกายของคุณจะเข้าสู่การจู่โจม ตระหนัก ถึงสัญญาณของคุณเองส่วนบุคคลที่อารมณ์ของคุณเริ่มที่จะเดือดช่วยให้คุณ สามารถทำตามขั้นตอนในการจัดการความโกรธของคุณก่อนที่มันจะออกจากการควบคุม
ให้ความสนใจกับความโกรธทางความรู้สึกในร่างกายของคุณ

ปมในกระเพาะอาหารของคุณ
กำอยู่ในมือหรือขากรรไกรของคุณ
รู้สึกชื้นหรือแดง
หายใจเร็วขึ้น
อาการปวดหัว

เดินไปเดินมาหรือจำเป็นต้องเดินไปรอบ ๆ
“เห็นสีแดง”
มีปัญหาในการมุ่งเน้น
การห้ำหั่นหัวใจ
Tensing ไหล่ของคุณ

ระบุรูปแบบความคิดเชิงลบที่ทำให้อารมณ์ของคุณ

คุณอาจคิดว่าสิ่งที่กระทำภายนอกความรู้สึกของคนอื่น ๆ เช่นหรือทำลายสถานการณ์-เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความโกรธของคุณ แต่ปัญหาความโกรธมีน้อยจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณมากกว่าวิธีการที่คุณตีความและคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น สามัญรูปแบบการคิดเชิงลบที่เรียกและความโกรธเชื้อเพลิงรวมถึง:

Overgeneralizing ตัวอย่างเช่น “คุณเสมอขัดจังหวะฉัน ที่คุณไม่เคยพิจารณาความต้องการของฉัน ทุกคน disrespects ฉัน ฉันไม่เคยได้รับเครดิตฉันสมควร. “
หลงใหล อยู่ที่ “shoulds” และ “Musts.” การมีมุมมองที่เข้มงวดของทางสิ่งที่ควรหรือต้องและได้รับโกรธเมื่อความเป็น จริงไม่ได้เริ่มขึ้นด้วยวิสัยทัศน์นี้
การอ่านใจและกระโดดไปสู่ข้อสรุป สมมติ ว่าคุณ “รู้” สิ่งที่คนอื่นมีความคิดหรือความรู้สึกที่เขาหรือเธอจงใจไม่พอใจที่คุณไม่ สนใจความปรารถนาของคุณหรือ disrespected คุณ
การเก็บรวบรวมหลอด มองหาสิ่งที่จะได้รับอารมณ์เสียเกี่ยวกับปกติในขณะที่มองเห็นวิวของหรืออะไรที่พัดผ่านมาบวก การปล่อยให้เขาเหล่านี้ระคายเคืองขนาดเล็กสร้างและสร้างจนกว่าจะถึง “ฟางเส้นสุดท้าย” และระเบิดบ่อยกว่าบางสิ่งบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ
โทษ เมื่อสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นหรือมีอะไรผิดพลาดก็มักจะเป็นความผิดของคนอื่น คุณตำหนิคนอื่น ๆ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณมากกว่าการรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณเอง

หลีกเลี่ยงคนสถานที่และสถานการณ์ที่นำมาออกที่เลวร้ายที่สุดของคุณ

เหตุการณ์ ที่เครียดไม่สามารถยกเว้นความโกรธ แต่ทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณสามารถช่วยให้คุณใช้ การควบคุมของสภาพแวดล้อมของคุณและหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น มอง ไปที่กิจวัตรประจำวันปกติของคุณและพยายามที่จะระบุเวลากิจกรรมของวันคนสถาน ที่หรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดหรือโกรธ บางทีคุณอาจจะได้รับในการต่อสู้ทุกครั้งที่คุณออกไปสำหรับเครื่องดื่มที่มีบางกลุ่มของเพื่อน ๆ ทุกคน หรือบางทีการจราจรบนเดินทางประจำวันของคุณไดรฟ์คุณบ้า แล้วคิดเกี่ยวกับวิธีการหลีกเลี่ยงการเรียกเหล่านี้หรือดูสถานการณ์ที่แตกต่างกันดังนั้นมันจึงไม่ได้ทำให้เดือดเลือดของคุณ
การควบคุมความโกรธและทิปการจัดการที่ 3: เรียนรู้วิธีที่จะเย็นลง

เมื่อ คุณรู้ว่าวิธีการรับรู้สัญญาณเตือนว่าอารมณ์ของคุณจะเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะมี ทริกเกอร์ของคุณคุณสามารถกระทำอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับความโกรธของคุณ ก่อนที่มันหมุนออกจากการควบคุม มีเทคนิคหลายอย่างที่สามารถช่วยให้คุณเย็นลงและให้ความโกรธของคุณในการตรวจสอบเป็น
เคล็ดลับอย่างรวดเร็วสำหรับระบายความร้อนลง

ให้ความสำคัญกับความรู้สึกทางกายภาพของความโกรธ ในขณะที่มันอาจดูเหมือน counterintuitive, จูนไปในทางร่างกายของคุณรู้สึกเมื่อคุณโกรธมักจะช่วยลดอารมณ์รุนแรงความโกรธของคุณ
เวลาหายใจลึกบางส่วน ลึกหายใจช้าจะช่วยให้รับมือกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น กุญแจสำคัญคือการหายใจลึก ๆ จากช่องท้องได้รับอากาศบริสุทธิ์มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เข้าไปในปอดของคุณ
การออกกำลังกาย เดินเร็วรอบบล็อกเป็นความคิดที่ดี มันออกพลังงานถูกคุมขังขึ้นเพื่อให้คุณสามารถวิธีสถานการณ์ที่มีหัวเย็น
ใช้ความรู้สึกของคุณ ใช้ประโยชน์จากอำนาจที่ผ่อนคลายจากความรู้สึกของดมกลิ่นการได้ยินการสัมผัสและรสชาติ คุณอาจลองฟังเพลงหรือ picturing ตัวเองในสถานที่ชื่นชอบ
พื้นที่ยืดหรือนวดของความตึงเครียด ม้วนไหล่ของคุณถ้าคุณกำลังขวางหูขวางตาพวกเขาเช่นหรือนวดเบา ๆ คอและหนังศีรษะของคุณ
ช้านับถึงสิบ มุ่งเน้นไปที่การนับที่จะปล่อยให้ความคิดที่มีเหตุผลของคุณทันกับความรู้สึกของคุณ หากคุณยังคงรู้สึกออกจากการควบคุมตามเวลาที่คุณถึงสิบขวบเริ่มนับอีกครั้ง

ให้ตัวเองการตรวจสอบความเป็นจริง

เมื่อคุณเริ่มได้รับอารมณ์เสียเกี่ยวกับสิ่งที่ใช้เวลาสักครู่ที่จะคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ ถามตัวเอง:

วิธีการที่สำคัญก็อยู่ในโครงการใหญ่ของสิ่งที่เป็น?
คือจริงๆมันคุ้มค่ารับโกรธเกี่ยวกับมัน?
มันคุ้มค่าการทำลายส่วนที่เหลือของวันของฉันได้อย่างไร

การตอบสนองของฉันคือความเหมาะสมกับสถานการณ์?
มีอะไรที่ฉันสามารถทำอะไรกับมันได้หรือ
คือการกระทำที่คุ้มค่าเวลาของฉันได้อย่างไร

การควบคุมความโกรธและทิปการจัดการที่ 4: หาวิธีที่มีสุขภาพดีเพื่อแสดงความโกรธของคุณ

ถ้า คุณได้ตัดสินใจว่าสถานการณ์จะคุ้มค่ารับโกรธและมีบางสิ่งบางอย่างที่คุณ สามารถทำเพื่อให้ได้ดีที่สำคัญคือการแสดงความรู้สึกของคุณในทางที่ดีต่อ สุขภาพ เมื่อ กราบสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและ channeled ความโกรธสามารถเป็นแหล่งที่ยิ่งใหญ่ของพลังงานและแรงบันดาลใจสำหรับการ เปลี่ยนแปลง
ระบุสิ่งที่คุณโกรธจริงเกี่ยวกับ

คุณเคยทะเลาะกับสิ่งที่โง่? บิ๊กต่อสู้มักจะเกิดขึ้นเมื่อบางสิ่งบางอย่างเล็ก ๆ เช่นจานซ้ายออกหรือเป็นสิบนาทีปลาย แต่มักจะมีปัญหาใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมัน หาก คุณพบการระคายเคืองและความโกรธของคุณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วให้ถามตัวเอง “สิ่งที่ฉันโกรธมากเกี่ยวกับ” การระบุแหล่งที่มาที่แท้จริงของแห้วจะช่วยให้คุณสื่อสารความโกรธของคุณดี ขึ้นดำเนินการสร้างสรรค์และการทำงานที่มีต่อความละเอียด
ใช้เวลาห้าถ้าสิ่งที่ได้รับความร้อนเกินไป

ถ้าความโกรธของคุณน่าจะลอยออกจากการควบคุมตัวออกจากสถานการณ์ไม่กี่นาทีหรือนานเท่าที่มันจะนำคุณไปเย็นลง เดิน เร็ว, การเดินทางไปโรงยิมหรือไม่กี่นาทีฟังเพลงบางอย่างจะช่วยให้คุณสงบลงปล่อย อารมณ์ขึ้นถูกคุมขังและจากนั้นเข้าใกล้สถานการณ์กับหัวเย็น
เสมอต่อสู้ยุติธรรม

มันโอเคที่จะไม่พอใจใครบางคน แต่ถ้าคุณไม่ต่อสู้ยุติธรรมความสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็วจะทำลายลง ต่อสู้ยุติธรรมช่วยให้คุณสามารถที่จะแสดงความต้องการของคุณเองในขณะที่ยังคงปฏิบัติตามคนอื่น ๆ

ทำให้ความสัมพันธ์ความสำคัญของคุณ การรักษาและเสริมสร้างความสัมพันธ์มากกว่า “ชนะ” โต้แย้งที่ควรจะเป็นความสำคัญอันดับแรกของคุณ คุณจะต้องเคารพผู้อื่นและมุมมองของเขาหรือเธอ
มุ่งเน้นไปที่ปัจจุบัน เมื่อคุณอยู่ในความร้อนของการโต้เถียงเป็นเรื่องง่ายที่จะเริ่มต้นการขว้างปาอดีตละเมอเพ้อพกลงผสม แทนที่จะมองหาที่ผ่านมาและการกำหนดโทษมุ่งเน้นในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในปัจจุบันในการแก้ปัญหา
เลือกการต่อสู้ของคุณ ความขัดแย้งสามารถระบายน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณาว่าปัญหาที่เป็นจริงคุ้มค่าของเวลาและพลังงานของคุณ หากคุณเลือกการต่อสู้ของคุณมากกว่าการต่อสู้เหนือทุกสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกคนอื่น ๆ ที่จะนำคุณอย่างจริงจังมากขึ้นเมื่อคุณไม่พอใจ
จะยินดีที่จะให้อภัย การแก้ไขความขัดแย้งเป็นไปไม่ได้ถ้าคุณเต็มใจหรือไม่สามารถที่จะให้อภัย ความ ละเอียดที่อยู่ในการปล่อยการกระตุ้นให้ลงโทษซึ่งไม่สามารถชดเชยการสูญเสีย ของเราและเพียงเพิ่มการบาดเจ็บของเราโดยการต่อบรรยากาศและการระบายน้ำของ ชีวิตของเรา
รู้ว่าเมื่อใดที่จะให้บางสิ่งบางอย่างไป ถ้าคุณไม่สามารถหาข้อตกลง, เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย มันต้องใช้คนสองคนเพื่อให้การโต้แย้งไป ถ้าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่มีที่ไหนที่คุณสามารถเลือกที่จะเลิกและย้ายไป

การพัฒนาแก้ปัญหาความขัดแย้งของคุณ skillsDeveloping ทักษะการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคุณ

วิธี การที่คุณตอบสนองต่อความแตกต่างและความขัดแย้งที่บ้านและที่ทำงานสามารถ สร้างความเป็นศัตรูและ rifts ไม่สามารถแก้ไขได้หรือมันสามารถสร้างความปลอดภัยและความไว้วางใจ เรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในทางบวกจะช่วยให้คุณเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคุณ อ่านทักษะการแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง
เมื่อจะขอความช่วยเหลือสำหรับการจัดการความโกรธ

ถ้า ความโกรธของคุณยังคงลอยออกจากการควบคุมแม้จะมีการวางเทคนิคการจัดการความ โกรธในการปฏิบัติหน้าที่หรือถ้าคุณได้รับมีปัญหากับกฎหมายหรือทำร้ายคนอื่น ที่คุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม มีนักบำบัดหลายชั้นเรียนและโปรแกรมสำหรับคนที่มีปัญหาการจัดการความโกรธเป็น ขอความช่วยเหลือไม่ได้เป็นสัญญาณของความอ่อนแอ คุณมักจะพบคนอื่น ๆ ในรองเท้าเดียวกันและได้รับข้อเสนอแนะโดยตรงเทคนิคการควบคุมความโกรธจะมีประโยชน์อย่างมาก
พิจารณาความเป็นมืออาชีพในกรณีที่:

คุณรู้สึกอย่างต่อเนื่องผิดหวังและโกรธไม่ว่าสิ่งที่คุณพยายามที่ไม่มี
อารมณ์ของคุณทำให้เกิดปัญหาในที่ทำงานหรือในความสัมพันธ์ของคุณ
คุณหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่และผู้คนเพราะคุณรู้สึกว่าคุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของคุณ
คุณมีอากาศในปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายเนื่องจากความโกรธของคุณ
ความโกรธของคุณได้นำไปสู่ความรุนแรงที่เคยกายภาพ

บำบัดสำหรับปัญหาความโกรธ บำบัดสามารถเป็นวิธีที่ดีในการสำรวจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความโกรธของคุณ หากคุณไม่ทราบว่าทำไมคุณจะได้รับโกรธมันเป็นเรื่องยากมากที่จะควบคุม การบำบัดด้วยการให้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลของคุณและระบุต้นเหตุของความโกรธของคุณ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการฝึกทักษะใหม่ ๆ ในการแสดงความโกรธของคุณ
จัดการความโกรธเรียนหรือกลุ่ม จัดการความโกรธเรียนหรือกลุ่มช่วยให้คุณเห็นคนอื่น ๆ ในการรับมือกับการต่อสู้เดียวกัน นอกจากนี้คุณยังจะได้เรียนรู้เคล็ดลับและเทคนิคในการจัดการกับความโกรธของคุณและได้ยินเรื่องราวของคนอื่น สำหรับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจัดการความโกรธแบบดั้งเดิมมักจะไม่แนะนำ มีชั้นเรียนพิเศษที่ไปที่ปัญหาของการใช้พลังงานและการควบคุมที่มีหัวใจของความรุนแรงในครอบครัวเป็น

ถ้ารักหนึ่งของคุณมีปัญหาการจัดการความโกรธ

ถ้ารักหนึ่งของคุณมีปัญหาความโกรธของคุณอาจรู้สึกว่าคุณกำลังเดินอยู่บนเปลือกตลอดเวลา แต่จำไว้เสมอว่าคุณไม่ได้ที่จะตำหนิสำหรับความโกรธหนึ่งที่คุณรัก ไม่ต้องมีข้อแก้ตัวสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางร่างกายหรือวาจา คุณมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและจะมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องกลัวระเบิดโกรธหรือความโกรธรุนแรง
เคล็ดลับสำหรับการรับมือกับปัญหาการจัดการรักหนึ่งของความโกรธ

ในขณะที่คุณไม่สามารถควบคุมความโกรธของผู้อื่นคุณสามารถควบคุมวิธีการที่คุณตอบสนองต่อมัน

ตั้งขอบเขตที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณจะได้และจะไม่ทน
รอเวลาเมื่อคุณมีทั้งความสงบที่จะพูดคุยกับคนที่คุณรักเกี่ยวกับปัญหาความโกรธ อย่านำมันขึ้นเมื่อคนใดคนหนึ่งของคุณมีอยู่แล้วโกรธ
ลบตัวคุณเองจากสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่คุณรักไม่ได้สงบลง
พิจารณาการให้คำปรึกษาหรือการบำบัดด้วยตัวคุณเองถ้าคุณมีช่วงเวลาที่ยากลุกขึ้นยืนด้วยตัวคุณเอง
ใส่ความปลอดภัยครั้งแรกของคุณ เชื่อสัญชาตญาณของคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยหรือขู่ว่าจะในทางใดได้รับไปจากที่หนึ่งที่คุณรักและไปที่ไหนสักแห่งที่ปลอดภัย

ความโกรธไม่ได้เป็นปัญหาที่แท้จริงในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม

แม้ จะมีสิ่งที่หลายคนเชื่อว่าการใช้ความรุนแรงในประเทศและการละเมิดไม่ได้เกิด จากการสูญเสียทารุณกรรมของการควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ของเขา ในความเป็นจริงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นทางเลือกที่เจตนาเพื่อวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวของการควบคุมคุณ ถ้า คุณอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมรู้ว่าการให้คำปรึกษาคู่จะไม่แนะนำและ ว่าคู่ของคุณต้องการการรักษาเฉพาะทางไม่ได้รับการจัดการความโกรธเรียนปกติ

จิตบำบัด

การบำบัดแต่ละ การรักษาด้วยการสำรวจความคิดเชิงลบและความรู้สึกเช่นเดียวกับพฤติกรรมที่ เป็นอันตรายหรือทำลายตนเองที่อาจมากับพวกเขา การ บำบัดแต่ละอาจเจาะลึกสาเหตุของปัญหาในปัจจุบัน (เช่นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่แข็งแรงหรือเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดจากอดีต ของคุณ) แต่เป้าหมายหลักที่การสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกในที่นี่และขณะนี้
ครอบ ครัวบำบัด ครอบ ครัวบำบัดเกี่ยวข้องกับการรักษามากกว่าหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวในเวลาเดียว กันจะช่วยให้ครอบครัวแก้ปัญหาความขัดแย้งและปรับปรุงการปฏิสัมพันธ์ มันขึ้นอยู่มักจะอยู่บนสมมติฐานว่าครอบครัวเป็นระบบ ถ้าใครมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนในครอบครัวได้รับผลกระทบและต้อง เปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขาเช่นกัน
กลุ่มบำบัด กลุ่ม บำบัดอำนวยความสะดวกโดยนักบำบัดมืออาชีพและเกี่ยวข้องกับกลุ่มของเพื่อนร่วม งานที่ทำงานเกี่ยวกับปัญหาเดียวกันเช่นความวิตกกังวลซึมเศร้าทำผิดกฎเกี่ยว หรือสารตัวอย่างเช่น กลุ่ม บำบัดสามารถเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าในการฝึกการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในสภาพแวด ล้อมที่ปลอดภัยและได้รับแรงบันดาลใจและความคิดจากเพื่อนที่ดิ้นรนกับปัญหา เดียวกัน
คู่บำบัด (การให้คำปรึกษาการแต่งงาน) บำบัดคู่เกี่ยวข้องกับคนสองคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่มุ่งมั่น คนไปบำบัดคู่เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานผ่านความแตกต่างของการสื่อสารที่ดี ขึ้นและแก้ปัญหาความท้าทายในความสัมพันธ์

ประเภทของนักบำบัดและที่ปรึกษา

ประเภท ต่อไปนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตมีการฝึกอบรมขั้นสูงในการรักษาและได้รับ การรับรองโดยคณะกรรมการนั้น องค์กรวิชาชีพหลายแห่งที่มีการค้นหาออนไลน์สำหรับมืออาชีพที่มีคุณสมบัติ เหมาะสม นอก จากนี้คุณยังอาจต้องการที่จะตรวจสอบกับคณะกรรมการกำกับดูแลของรัฐเพื่อให้ แน่ใจว่าใบอนุญาตบำบัดขึ้นอยู่กับวันที่และไม่มีการละเมิดจริยธรรมที่ระบุ ไว้
พิมพ์นี้! ข้อความ SizeLarger ข้อความ SizeLargest ปกติขนาดตัวอักษร
วิธีการรักษาและการให้คำปรึกษาสามารถช่วย

พูดคุยเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกของคุณกับคนที่สนับสนุนที่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ที่จะสามารถรักษามากในตัวของมันเองเสียงกังวลของคุณหรือพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ชั่งน้ำหนักในใจของคุณ และมันให้ความรู้สึกที่ดีที่จะรับฟังเพื่อที่จะรู้ว่าคนอื่นที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับคุณและต้องการที่จะช่วย

มันจะมีประโยชน์มากที่จะพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของคุณไปยังเพื่อนสนิทและสมาชิกในครอบครัว แต่บางครั้งเราต้องช่วยคนที่อยู่รอบตัวเราไม่สามารถที่จะให้ เมื่อคุณต้องการการสนับสนุนเสริมมุมมองด้านนอกหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางพูดคุยกับแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาสามารถช่วย ในขณะที่การสนับสนุนของเพื่อน ๆ และครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญการรักษาที่แตกต่างกัน นัก บำบัดมืออาชีพเป็นผู้ฟังที่ผ่านการฝึกอบรมที่สามารถช่วยให้คุณได้รับการราก ของปัญหาของคุณเอาชนะความท้าทายอารมณ์และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ในชีวิตของคุณ

คุณไม่ต้องได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาสุขภาพจิตได้รับประโยชน์จากการรักษาด้วย ผู้ คนจำนวนมากในการรักษาด้วยการขอความช่วยเหลือสำหรับความกังวลในชีวิตประจำ วัน: ปัญหาความสัมพันธ์กับความเครียดหรือข้อสงสัยด้วยตนเองเช่น อื่น ๆ หันไปบำบัดในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นการหย่าร้าง
ทำไมการรักษาด้วยยาและไม่ได้?

ความคิดของความสามารถในการแก้ปัญหาของคุณด้วยการใช้ยาในแต่ละวันสามารถเสียงที่น่าสนใจ ถ้าเพียง แต่มันเป็นเรื่องง่ายที่! ปัญหาทางจิตและอารมณ์มีหลายสาเหตุและการรักษาด้วยยาไม่ได้เป็นยารักษาแบบครบวงจร

ยาอาจช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง แต่มันมาพร้อมกับผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหา “ภาพใหญ่” ยา ไม่ได้จะแก้ไขความสัมพันธ์ของคุณช่วยให้คุณคิดออกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตของ คุณหรือให้คุณเข้าใจว่าทำไมคุณยังคงทำสิ่งที่คุณรู้ว่ามีอยู่ไม่ดีสำหรับคุณ

การบำบัดจะใช้เวลานานและมีความท้าทายเป็นอารมณ์ความรู้สึกอึดอัดและความคิดมักจะเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัด อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยการให้ประโยชน์ในระยะยาวที่นอกเหนือไปจากการบรรเทาอาการ บำบัด จะช่วยให้คุณมีเครื่องมือสำหรับการเปลี่ยนชีวิตของคุณที่เกี่ยวข้องกับคน อื่น ๆ ดีกว่าที่จะสร้างชีวิตที่คุณต้องการสำหรับตัวคุณเองและรับมือกับสิ่งที่ curveballs มาในแบบของคุณ
ตำนานเกี่ยวกับการรักษาด้วยยา

ผมไม่จำเป็นต้องบำบัด ฉันฉลาดพอที่จะแก้ปัญหาของตัวเอง เราทุกคนมีจุดบอดของเรา หน่วยสืบราชการลับมีอะไรจะทำอย่างไรกับมัน บำบัดโรคที่ดีไม่ได้บอกคุณว่าจะทำอย่างไรหรือวิธีการใช้ชีวิตของคุณ เขาหรือเธอจะทำให้คุณมีมุมมองด้านนอกที่มีประสบการณ์และช่วยให้คุณได้รับข้อมูลเชิงลึกในตัวเองเพื่อให้คุณสามารถเลือกที่ดีกว่า
การบำบัดด้วยการเป็นคนบ้า บำบัด สำหรับผู้ที่มีพอความตระหนักในตนเองที่จะตระหนักถึงพวกเขาต้องยื่นมือเข้ามา ช่วยและต้องการที่จะเรียนรู้เครื่องมือและเทคนิคที่จะกลายเป็นตัวเองมากขึ้น มีความมั่นใจและมีความสมดุลทางอารมณ์
นักบำบัดทั้งหมดต้องการที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ของฉัน ขณะ ที่การสำรวจความสัมพันธ์ในครอบครัวบางครั้งสามารถชี้แจงความคิดและพฤติกรรม ต่อไปในชีวิตที่ไม่ได้มุ่งเน้น แต่เพียงผู้เดียวของการบำบัด เป้าหมายหลักคือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบที่ไม่แข็งแรงและอาการในชีวิตของคุณ บำบัดไม่ได้เกี่ยวกับโทษของบิดามารดาหรือผู้ที่อยู่อาศัยของคุณในอดีตที่ผ่านมา
การบำบัดด้วยการเป็นผู้เอาแต่ใจ มันสำหรับ Whiners และ complainers บำบัดคือการทำงานหนัก บ่นไม่ได้รับคุณไกลมาก การปรับปรุงการรักษามาจากการเอาดูยากที่ตัวเองและชีวิตของคุณและการรับผิดชอบต่อการกระทำของคุณเอง นักบำบัดโรคของคุณจะช่วยให้คุณ แต่ในที่สุดคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงาน

หานักบำบัดที่เหมาะสมสำหรับคุณ

หานักบำบัดโรคขวาอาจจะใช้เวลาบางเวลาและการทำงาน แต่ก็คุ้มค่าความพยายาม การเชื่อมต่อที่คุณมีกับนักบำบัดโรคของคุณเป็นสิ่งจำเป็น คุณ จำเป็นต้องมีใครสักคนที่คุณสามารถเชื่อถือได้-คนที่คุณรู้สึกสะดวกสบายในการ พูดคุยกับเกี่ยวกับเรื่องที่ยากลำบากและความลับที่ใกล้ชิดคนที่จะเป็นหุ้น ส่วนในการกู้คืนของคุณ
การบำบัดด้วยการไม่ได้จะมีผลจนกว่าคุณจะมีพันธบัตรนี้จึงใช้เวลาบางส่วนที่จุดเริ่มต้นที่จะหาคนที่เหมาะสม มันโอเคที่จะร้านค้ารอบ ๆ และที่จะถามคำถามเมื่อสัมภาษณ์นักบำบัดที่มีศักยภาพ

เรื่องประสบการณ์ หนึ่งในเหตุผลหลักสำหรับการที่ได้เห็นนักบำบัดโรคมากกว่าแค่การพูดคุยกับเพื่อนเป็นประสบการณ์ มองหานักบำบัดที่มีประสบการณ์ในการรักษาปัญหาที่คุณมี บ่อยครั้งที่นักบำบัดที่มีพื้นที่พิเศษที่มุ่งเน้นเช่นภาวะซึมเศร้าหรือรับประทานอาหารผิดปกติ นักบำบัดที่มีประสบการณ์ได้เห็นปัญหาที่คุณเผชิญอยู่อีกครั้งและอีกครั้งซึ่งจะขยายมุมมองของพวกเขาและให้พวกเขามีความเข้าใจมากขึ้น และสำหรับปัญหาบางอย่างเช่นการบาดเจ็บหรือ PTSD เห็นผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
เรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน นักบำบัดจำนวนมากการผสมผสานของการหมุน แต่ มันเป็นความคิดที่ดีที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับชนิดของการรักษาที่แตกต่างกัน เพราะเห็นว่าจะมีผลต่อวิธีการบำบัดโรคของคุณจากที่เกี่ยวข้องและบอกระยะเวลา ของการรักษา
ตรวจสอบการออกใบอนุญาต ข้อมูล ประจำตัวที่ไม่ได้ทุกอย่าง แต่ถ้าคุณจ่ายเงินสำหรับมืออาชีพที่ได้รับใบอนุญาตให้แน่ใจว่านักบำบัดถือใบ อนุญาตในปัจจุบันและอยู่ในสถานะที่ดีกับคณะกรรมการกำกับดูแลรัฐ แผงควบคุมแตกต่างกันไปโดยรัฐและโดยอาชีพ นอกจากนี้ยังตรวจสอบการร้องเรียนกับนักบำบัดโรค
เชื่อถือลำไส้ของคุณ แม้ ว่านักบำบัดโรคของคุณดูดีบนกระดาษหากการเชื่อมต่อไม่ได้รู้สึกขวาถ้าคุณไม่ เชื่อถือบุคคลหรือรู้สึกเหมือนพวกเขาอย่างแท้จริงการดูแลไปกับทางเลือกอื่น แพทย์ที่ดีจะเคารพในทางเลือกนี้และไม่ควรที่จะกดดันคุณหรือทำให้คุณรู้สึกว่ามีความผิด

คำถามที่ถามตัวเองเมื่อมีการเลือกนักบำบัดโรค

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการบำบัดหรือที่ปรึกษาเป็นความรู้สึกของการเชื่อมต่อความปลอดภัยและการสนับสนุน ถามตัวเองคำถามต่อไปนี้:

มันดูเหมือนบำบัดอย่างแท้จริงใส่ใจเกี่ยวกับคุณและปัญหาของคุณ?
คุณรู้สึกราวกับว่าบำบัดโรคเข้าใจคุณ?
ไม่บำบัดยอมรับคุณสำหรับคุณคือใคร?
คุณจะรู้สึกสะดวกสบายเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลนี้
คุณรู้สึกว่าคุณสามารถที่จะซื่อสัตย์และเปิดกับนักบำบัดโรคนี้? ที่คุณจะได้ไม่ต้องซ่อนหรือหลอกคุณมีใครบางคนที่คุณไม่ได้?
บำบัดเป็นผู้ฟังที่ดี? ไม่เขาหรือเธอฟังโดยไม่ขัดจังหวะการวิจารณ์หรือการตัดสิน? รับกับความรู้สึกและสิ่งที่คุณพูดจริงๆก็ของคุณ? ทำให้คุณรู้สึกเคยได้ยินหรือ

ประเภทของการรักษาและบำบัด

มีหลายประเภทเพื่อให้การบำบัดรักษาและบำบัดคือมันอาจจะรู้สึกเพียงเล็กน้อยที่ครอบงำในการเริ่มต้น เพียงจำไว้ว่าไม่มีประเภทหนึ่งของการรักษาที่ดีที่สุดคือใด ๆ มากกว่ารูปแบบของรถใด ๆ ที่ดีที่สุดคือ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตั้งค่าส่วนบุคคลของคุณและความต้องการ

มันเป็นความจริงว่าเทคนิคบางอย่างมีประโยชน์มากขึ้นกว่าคนอื่น ๆ ในการจัดการกับประเภทที่เฉพาะเจาะจงของปัญหา (phobias ตัวอย่างเช่น) แต่ โดยทั่วไปเกี่ยวกับการวิจัยประเภท “ดีที่สุด” ของการรักษามักจะมาถึงข้อสรุปเดียวกัน: ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังการรักษามีมากน้อยสำคัญกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณ และแพทย์ของคุณ

ถ้า คุณรู้สึกสะดวกสบายและไว้วางใจในความสัมพันธ์ที่รูปแบบของการรักษาเช่นเดียว กับรถของคุณเป็นเพียงยานพาหนะที่จะช่วยให้คุณย้ายไปข้างหน้าเพื่อนำไปสู่ ชีวิตการตอบสนองโดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ที่นำคุณไปยังการบำบัด
ชนิดที่พบบ่อยของการบำบัด

นัก บำบัดส่วนใหญ่ไม่ได้ จำกัด ตัวเองชนิดหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงของการบำบัดรักษาแทนการผสมที่แตกต่างกันเพื่อ ให้เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ที่มือ นี้สามารถนำเสนอเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากสำหรับการบำบัดโรคที่จะใช้ แต่นักบำบัดที่มักจะมีการวางแนวทางทั่วไปที่แนะนำพวกเขา

แต่เก็บไว้ในใจที่วางปรึกษาสมาชิกของคณะสงฆ์โค้ชชีวิต ฯลฯ อาจจะไม่สามารถที่จะให้คุณได้รับการส่งเสริมการฟังหู มันไม่เสมอข้อมูลประจำตัวที่ตรวจสอบคุณภาพของการรักษา
ประเภททั่วไปของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

จิตแพทย์

จิตแพทย์เป็นแพทย์ (MD หรือ DO) ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านสุขภาพจิต เพราะพวกเขาเป็นแพทย์จิตแพทย์สามารถกำหนดยา
สิ่งที่คาดหวังในการบำบัดหรือการให้คำปรึกษา

นักบำบัดทุกคนมีแตกต่างกัน แต่มักจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับการรักษาด้วยวิธีการที่มีโครงสร้าง โดย ปกติการประชุมจะมีอายุประมาณหนึ่งชั่วโมงและมักจะเกี่ยวกับสัปดาห์ละครั้ง ถึงแม้ว่าสำหรับการบำบัดอย่างเข้มข้นมากขึ้นพวกเขาอาจจะบ่อยขึ้น บำบัดจะดำเนินการตามปกติในสำนักงานแพทย์ แต่นักบำบัดที่ยังทำงานในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลและในบางกรณีจะทำเยี่ยมที่บ้าน

คาดว่าจะมีแบบที่ดีระหว่างคุณและแพทย์ของคุณ ไม่ได้ชำระสำหรับการที่ไม่เหมาะสม คุณอาจต้องดูที่หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งนักบำบัดจนกว่าคุณจะมีประสบการณ์ความรู้สึกที่เข้าใจและเป็นที่ยอมรับ
การบำบัดด้วยการเป็นหุ้นส่วน ทั้งคุณและแพทย์ของคุณมีส่วนร่วมในกระบวนการบำบัด คุณไม่ได้คาดหวังว่าจะทำผลงานของการกู้คืนทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่นักบำบัดโรคของคุณไม่สามารถทำมันสำหรับคุณทั้งสอง บำบัดควรจะรู้สึกเหมือนการทำงานร่วมกัน
บำบัดจะไม่เคยรู้สึกที่น่าพอใจ ความทรงจำที่เจ็บปวดผิดหวังหรือความรู้สึกที่อาจพื้นผิว นี้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาและบำบัดโรคของคุณจะแนะนำคุณผ่านขั้นตอนนี้ ให้แน่ใจว่าการสื่อสารกับแพทย์ของคุณเกี่ยวกับวิธีการที่คุณมีความรู้สึก
บำบัดควรจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย ในขณะที่มีจะมีเวลาที่คุณจะรู้สึกท้าทายหรือเมื่อคุณกำลังเผชิญกับความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ที่คุณควรรู้สึกปลอดภัย ถ้าคุณเริ่มที่จะรู้สึกจมหรือคุณกำลังกลัวการบำบัดของคุณพูดคุยกับแพทย์ของคุณ

การบำบัดครั้งแรกของคุณ

เซสชั่นแรกหรือสองของการรักษาเป็นเวลาสำหรับการเชื่อมต่อร่วมกันเวลาสำหรับการบำบัดโรคที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับคุณและปัญหาของคุณ บำบัดโรคอาจขอประวัติสุขภาพทั้งกายและใจ

นอกจากนี้ยังเป็นความคิดที่ดีที่จะคุยกับนักบำบัดโรคเกี่ยวกับสิ่งที่คุณหวังที่จะบรรลุในการรักษา ร่วมกันคุณสามารถตั้งค่าเป้าหมายและเกณฑ์มาตรฐานที่คุณสามารถใช้ในการวัดความก้าวหน้าของคุณไปพร้อมกัน

นี้ยังเป็นเวลาที่สำคัญสำหรับคุณที่จะได้รับการประเมินผลการเชื่อมต่อของคุณกับนักบำบัดโรคของคุณ คุณรู้สึกเช่นเดียวกับนักบำบัดโรคของคุณใส่ใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของคุณและเป็นเงินลงทุนในการกู้คืนของคุณ? คุณรู้สึกสะดวกสบายข้อมูลที่สำคัญการถามคำถามและร่วมกัน? จำความรู้สึกเช่นเดียวกับความคิดของคุณของคุณมีความสำคัญดังนั้นถ้าคุณมีความรู้สึกอึดอัดไม่ลังเลที่จะพิจารณาบำบัดโรคอื่น
นานแค่ไหนที่การรักษาด้วยการทำครั้งสุดท้าย

การรักษาของทุกคนจะแตกต่างกัน วิธีการรักษาจะกินเวลานานขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง คุณอาจมีปัญหาที่ซับซ้อนหรือเป็นปัญหาที่ค่อนข้างตรงไปตรงที่ที่คุณต้องการไปยังที่อยู่ บางประเภทการรักษาบำบัดเป็นระยะสั้นขณะที่คนอื่นอาจจะเป็นอีกต่อไป ในทางปฏิบัติคุณอาจจะยังถูก จำกัด โดยความคุ้มครองประกันของคุณ

แต่เรื่องระยะเวลาของการรักษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำขึ้นกับนักบำบัดโรคของคุณที่จุดเริ่มต้น นี้จะให้ความคิดของเป้าหมายเริ่มต้นในการทำงานต่อและสิ่งที่คุณต้องการสำเร็จ อย่า กลัวที่จะทบทวนปัญหานี้ได้ตลอดเวลาในขณะที่ความคืบหน้าการรักษาใด ๆ ตามเป้าหมายที่มักจะมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงในระหว่างการรักษา
การทำมากที่สุดของการรักษาและการให้คำปรึกษา

ให้มากที่สุดของการรักษาคุณต้องการที่จะนำสิ่งที่คุณเรียนรู้ในช่วงเวลาของคุณไปสู่การปฏิบัติในชีวิตจริงของคุณ 50 นาทีในการบำบัดในแต่ละสัปดาห์จะไม่ไปแก้ไขคุณ; มันเป็นวิธีที่คุณใช้สิ่งที่คุณได้เรียนรู้กับส่วนที่เหลือของเวลาของคุณ นี่คือเคล็ดลับบางอย่างสำหรับการได้รับประโยชน์สูงสุดของการรักษาของคุณ:

ทำการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตที่มีสุขภาพดี มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันของคุณเพื่อรองรับอารมณ์ของคุณและปรับปรุงสุขภาพทางอารมณ์ของคุณ เอื้อมมือออกไปคนอื่น ๆ ที่ให้การสนับสนุน รับมากมายของการออกกำลังกายและนอนหลับ กินดี ทำให้เวลาสำหรับการพักผ่อนและเล่น รายการไปที่ …
อย่าคาดหวังว่านักบำบัดที่จะบอกคุณว่าจะทำอย่างไร คุณและนักบำบัดของคุณเป็นพันธมิตรในการกู้คืนของคุณ นัก บำบัดโรคของคุณสามารถช่วยแนะนำคุณและให้คำแนะนำสำหรับการรักษา แต่เพียงคุณเท่านั้นที่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องก้าวไปข้างหน้า
ทำให้ความมุ่งมั่นในการรักษาของคุณ ไม่ข้ามประชุมเว้นแต่คุณอย่างต้อง ถ้านักบำบัดโรคของคุณจะช่วยให้คุณทำการบ้านในระหว่างการประชุมให้แน่ใจว่าจะทำมัน หากคุณพบว่าตัวเองกระโดดข้ามประชุมหรือไม่เต็มใจที่จะไปให้ถามตัวเองว่าทำไม คุณหลีกเลี่ยงการอภิปรายเจ็บปวด? ไม่เซสชั่นล่าสุดประสาทสัมผัส? พูดคุยเกี่ยวกับความไม่เต็มใจของคุณด้วยนักบำบัดโรคของคุณ
แบ่งปันสิ่งที่คุณมีความรู้สึก คุณจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรักษาด้วยถ้าคุณเปิดและซื่อสัตย์กับนักบำบัดโรคของคุณเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณ ถ้าคุณรู้สึกอายหรือละอายใจหรือสิ่งที่เจ็บปวดเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องไม่ต้องกลัวที่จะบอกนักบำบัดโรคของคุณ ช้าคุณสามารถทำงานร่วมกันที่จะได้รับปัญหาที่เกิดขึ้น

การบำบัดด้วยการทำงาน?

คุณควรจะสามารถที่จะบอกภายในหรือสองเซสชั่นไม่ว่าคุณและแพทย์ของคุณเป็นแบบที่ดี แต่บางครั้งคุณอาจจะชอบนักบำบัดโรคของคุณ แต่รู้สึกว่าคุณจะไม่ได้รับความคืบหน้า มันเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความคืบหน้าของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับสิ่งที่คุณต้องการจากการรักษาด้วย

คำเตือน: ไม่มีเรียบถนนอย่างรวดเร็วเพื่อการกู้คืนเป็น มันเป็นกระบวนการที่เต็มไปบิด, ผลัดกันและเป็นครั้งคราวเปลี่ยนใจ บางครั้งสิ่งที่เดิมดูเหมือนว่าปัญหาตรงไปตรงมาจะกลายเป็นปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น มีความอดทนและไม่ท้อแท้กว่าความพ่ายแพ้ชั่วคราว มันไม่ง่ายที่จะทำลายเก่ารูปแบบการยึดที่มั่น

โปรดจำไว้ว่าการเจริญเติบโตที่เป็นเรื่องยากและคุณจะไม่ได้เป็นคนใหม่ในชั่วข้ามคืน แต่คุณควรสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกในชีวิตของคุณ อารมณ์โดยรวมของคุณอาจจะมีการปรับตัวดีขึ้นเช่น คุณอาจจะรู้สึกเชื่อมต่อกับครอบครัวและเพื่อน ๆ หรือวิกฤติที่อาจจะจมคุณในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยโยนคุณเท่าเวลานี้
เคล็ดลับสำหรับการประเมินความคืบหน้าของการบำบัดรักษา

คือการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณให้ดีขึ้น? มองไปที่ส่วนต่าง ๆ ของชีวิตของคุณ: การทำงาน, บ้าน, ชีวิตสังคมของคุณ
ยังไปพบกับเป้าหมายของคุณและบำบัดโรคของคุณมีการตั้งค่า?
การบำบัดด้วยความท้าทายที่คุณ? มันยืดคุณเกินกว่าความสะดวกสบายโซนของคุณ?
คุณรู้สึกเหมือนคุณกำลังเริ่มต้นที่จะเข้าใจตัวเองดีกว่า
คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถ?
มีการปรับปรุงความสัมพันธ์ของคุณ?

นักบำบัดโรคของคุณควรจะทำงานร่วมกับคุณ, reevaluating เป้าหมายและความคืบหน้าของคุณเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่จำไว้ว่าการรักษาด้วยยาไม่ได้แข่งขัน คุณไม่ได้เป็นความล้มเหลวถ้าคุณไม่ตอบสนองเป้าหมายของคุณในจำนวนของการประชุมเดิมที่คุณวางแผน แทนที่จะเน้นคืบหน้าโดยรวมและสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน
เมื่อหยุดการรักษาหรือให้คำปรึกษา

เมื่อหยุดการรักษาขึ้นอยู่กับคุณและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล เป็นการดีที่คุณจะหยุดการรักษาเมื่อคุณและบำบัดโรคของคุณได้ตัดสินใจว่าคุณได้พบกับเป้าหมายของคุณ แต่คุณอาจจะรู้สึกว่าในบางจุดที่คุณมีสิ่งที่คุณต้องการออกจากการรักษาด้วยแม้ว่านักบำบัดโรคของคุณรู้สึกแตกต่างกัน

ออกจากการรักษาอาจเป็นเรื่องยาก โปรดจำไว้ว่ารักษาความสัมพันธ์เป็นพันธบัตรที่แข็งแกร่งและสิ้นสุดความสัมพันธ์นี้คือการสูญเสีย – แม้ว่าการรักษาได้รับความสำเร็จ พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กับแพทย์ของคุณ ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ มันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่จะกลับไปในเวลาสั้น ๆ เพื่อบำบัดเมื่อเวลาผ่านไปในขณะที่ความต้องการที่เกิดขึ้น
ตราบใดที่คุณยังคงมีความคืบหน้าในการรักษาก็เลือก

บางคนยังคงไปที่การรักษาอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่เป็นไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่ได้มีคนอื่นจะหันไปให้การสนับสนุนในชีวิตของคุณ จะเป็นการดีที่นักบำบัดโรคของคุณจะสามารถช่วยให้คุณพัฒนาแหล่งภายนอกของการสนับสนุน แต่ที่ไปไม่ได้เสมอ ถ้าการรักษาเป็นไปตามความต้องการที่สำคัญในชีวิตของคุณและค่าใช้จ่ายไม่เป็นปัญหาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เป็นทางเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมาย
สัญญาณที่คุณอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนนักบำบัด

คุณไม่รู้สึกสะดวกสบายในการพูดคุยเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง
นักบำบัดโรคของคุณคือการปฏิเสธของปัญหาหรือความกังวลของคุณ
นักบำบัดโรคของคุณดูเหมือนว่าจะมีวาระส่วนตัว
นักบำบัดโรคของคุณไม่พูดมากขึ้นกว่าการฟัง
นักบำบัดโรคของคุณจะบอกคุณว่าจะทำอย่างไรและวิธีการที่จะใช้ชีวิตของคุณ

จ่ายสำหรับการรักษาและการให้คำปรึกษา

หลาย บริษัท ประกันภัยให้ความคุ้มครองที่ จำกัด สำหรับการจิตบำบัดมักจะเป็นเพียงช่วง 6-12 อ่านผ่านแผนของคุณอย่างระมัดระวังเพื่อดูว่าผลประโยชน์ที่คุณมี บางชนิดของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจจะไม่ได้รับการคุ้มครอง คุณอาจต้องอ้างอิงผ่านแพทย์ดูแลหลักของคุณ

นอกจากนี้ยังเก็บไว้ในใจว่าบาง therapists ไม่ยอมรับประกันเพียงยอมรับการชำระเงินโดยตรงจากผู้ป่วย บางครั้งนักบำบัดเหล่านี้จะยอมรับการเลื่อนการชำระเงินขนาดสิ่งที่คุณสามารถที่จะจ่ายต่อเซสชั่น อย่ากลัวที่จะขอให้สิ่งที่เตรียมการที่จะทำถ้าคุณรู้สึกว่าบำบัดโรคอาจจะเป็นแบบที่ดีสำหรับคุณ
การรักษาด้วยราคาไม่แพงและตัวเลือกการให้คำปรึกษา

ลองดูรอบชุมชนของคุณสำหรับหน่วยงานที่ให้บริการหรือองค์กรที่อาจมีการจิตบำบัดในราคาพิเศษ ศูนย์อาวุโสหน่วยงานบริการครอบครัวและคลินิกสุขภาพจิตเป็นสถานที่ที่ดีที่จะเริ่มต้น มีหลายตัวเลือกที่เหมาะสมรวมทั้งเลื่อนการชำระเงินตาชั่ง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฝึกงานในการฝึกอบรมยังสามารถเป็นตัวเลือกสำหรับการรักษาที่มีคุณภาพ ฝึกงานอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณถ้าฝึกงานเป็นความเห็นอกเห็นใจความกระตือรือร้นและมีการฝึกอบรมการกำกับดูแลที่มีคุณภาพ แต่เวลาของการฝึกงานที่หน่วยงานมี จำกัด ดังนั้นเมื่อฝึกอบรมเสร็จสิ้นแล้วคุณอาจจำเป็นต้องหยุดการรักษาด้วยยาหรือหาหมออีก

สุขภาพในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิดไม่เลือกปฏิบัติ มันเกิดขึ้นระหว่างคู่เพศตรงข้ามและในความเป็นหุ้นส่วนเพศเดียวกัน มันเกิดขึ้นภายในทุกช่วงอายุชาติพันธุ์และระดับเศรษฐกิจ และ ในขณะที่ผู้หญิงจะตกเป็นเหยื่อมากกว่าปกตินอกจากนี้ยังมีผู้ชายที่ถูก ทารุณกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยวาจาและอารมณ์แม้ว่าบางครั้งแม้แต่ร่างกาย เช่นกัน บรรทัด ล่างคือว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่เคยได้รับการยอมรับไม่ว่าจะมาจากชายคน หนึ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า คุณสมควรที่จะรู้สึกว่ามูลค่าที่เคารพนับถือและปลอดภัย
ตระหนักถึงการใช้เป็นขั้นตอนแรกที่จะได้รับความช่วยเหลือ

การ ละเมิดในประเทศมักจะ escalates จากภัยคุกคามและการละเมิดทางวาจาไปสู่ความรุนแรง และในขณะที่ได้รับบาดเจ็บทางกายภาพอาจจะเป็นอันตรายที่ชัดเจนที่สุดผลกระทบ ทางอารมณ์และจิตใจของการละเมิดในประเทศยังมีความรุนแรง ความ สัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมสามารถทำลายอารมณ์ของคุณตระหนักถึงคุณค่าตนเองนำไปสู่ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าและทำให้คุณรู้สึกหมดหนทางและคนเดียว ไม่มีใครควรจะต้องทนต่อชนิดของความเจ็บปวดและขั้นตอนแรกของคุณในการทำลายฟรี นี้ตระหนักว่าสถานการณ์ของคุณเป็นอันตราย เมื่อคุณยอมรับความเป็นจริงของสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมแล้วคุณสามารถได้รับ ความช่วยเหลือที่คุณต้องการ
สัญญาณของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิด
สัญญาณของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ละเมิดทางร่างกายและความรุนแรง

พิมพ์นี้! ข้อความ SizeLarger ข้อความ SizeLargest ปกติขนาดตัวอักษร
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการละเมิด
ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในความกลัว:

ในสหรัฐอเมริกา: โทรสายด่วนแห่งชาติความรุนแรงในประเทศที่ 1-800-799-7233 (SAFE)
สหราชอาณาจักร: ช่วยเหลือผู้หญิงที่โทร 0808 2000 247
แคนาดา: โทรสายด่วนแห่งชาติความรุนแรงในประเทศที่ 1-800-363-9010
ออสเตรเลีย: 1800RESPECT โทร 1800 737 732
ทั่วโลก: เยี่ยมชมไดเรกทอรีระหว่างประเทศของหน่วยงานความรุนแรงในครอบครัวสำหรับรายการทั่วโลกของ helplines และศูนย์วิกฤต
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดชายสามารถโทร:

สหรัฐฯและแคนาดา: สายด่วนการใช้ผิดวิธีภายในประเทศสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
สหราชอาณาจักร: ผู้ริเริ่มมนุษยชาติ
ออสเตรเลีย: หนึ่งในสามของการรณรงค์

การ ละเมิดในประเทศยังเป็นที่รู้จักทำผิดกฎเกี่ยวพิธีวิวาห์เกิดขึ้นเมื่อคนคน หนึ่งที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดหรือการแต่งงานพยายามที่จะครอบงำและ ควบคุมคนอื่น ๆ การละเมิดในประเทศที่มีการใช้ความรุนแรงทางกายภาพที่เรียกว่าความรุนแรงในครอบครัว

ความ รุนแรงในครอบครัวและการละเมิดที่ใช้สำหรับวัตถุประสงค์หนึ่งและเป็นหนึ่งใน วัตถุประสงค์เฉพาะที่จะได้รับและรักษาควบคุมทั้งหมดกว่าคุณ ทารุณกรรมไม่ได้ “เล่นยุติธรรม.” Abusers ใช้กลัวบาปอับอายและการข่มขู่ที่จะสวมใส่คุณลงและให้คุณภายใต้นิ้วหัวแม่มือของเขาหรือเธอ abuser ของคุณอาจคุกคามคุณทำร้ายคุณหรือทำร้ายคนรอบข้าง

มีสัญญาณหลายของความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมเป็น ป้ายบอกมากที่สุดคือความกลัวของคู่ของคุณ ถ้า คุณรู้สึกว่าคุณต้องเดินบน eggshells รอบพันธมิตรอย่างต่อเนื่องดูสิ่งที่คุณพูดและทำเพื่อหลีกเลี่ยงการระเบิด ขึ้นโอกาสของคุณเป็นความสัมพันธ์ของคุณและเป็นโรคที่ไม่เหมาะสม อาการ อื่น ๆ ที่คุณอาจจะอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมรวมถึงพันธมิตรที่ belittles คุณหรือพยายามที่จะควบคุมคุณและความรู้สึกของความเกลียดชังตัวเอง, ความสิ้นหวังและความสิ้นหวัง

เพื่อตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์ของคุณเป็นอันตรายตอบคำถามด้านล่าง มากขึ้น “ใช่” คำตอบจะขึ้นเป็นว่าคุณอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ชี้บ่งว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
ความคิดภายในของคุณและความรู้สึกพฤติกรรมการทับถมของคู่ของคุณ

เมื่อผู้คนพูดคุยเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวพวกเขามักจะหมายถึงการทำร้ายร่างกายของคู่สมรสหรือคู่สมรส ละเมิดทางร่างกายคือการใช้พละกำลังกับใครบางคนในทางที่ทำร้ายหรือเป็นอันตรายต่อคนคนนั้น การโจมตีทางกายภาพหรือการโจมตีเป็นอาชญากรรมไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกของครอบครัว ตำรวจมีอำนาจและอำนาจที่จะปกป้องคุณจากการโจมตีทางกายภาพ
ล่วงละเมิดทางเพศเป็นรูปแบบของการทำร้ายร่างกาย

ในสถานการณ์ที่คุณถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ที่ไม่ปลอดภัยหรือการย่อยสลายใด ๆ ที่เป็นล่วงละเมิดทางเพศ เพศบังคับแม้โดยคู่สมรสหรือพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับคนที่คุณยังมีเซ็กซ์, คือการกระทำของการรุกรานและความรุนแรง นอกจากนี้คนที่มีคู่ค้าของพวกเขาละเมิดทางร่างกายและทางเพศที่มีความเสี่ยงสูงของการถูกฆ่าหรือบาดเจ็บสาหัส
มันยังคงเป็นได้หาก . .

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายดูเหมือนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการที่คุณได้ อ่านเกี่ยวกับที่เห็นบนจอโทรทัศน์หรือได้ยินผู้หญิงคนอื่น ๆ พูดคุยเกี่ยวกับ ไม่มีรูปแบบ “ดี” หรือ “เลว” ทำร้ายร่างกาย; คุณสามารถได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเป็นผลจากการถูกผลักตัวอย่างเช่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นได้เพียงหนึ่งหรือสองครั้งในความสัมพันธ์ การศึกษาแสดงว่าถ้าคู่สมรส / คู่ของคุณได้รับบาดเจ็บคุณเมื่อมันเป็นไปได้ที่เขาจะยังคงโจมตีทางร่างกายคุณ
การ ถูกทำร้ายร่างกายทางกายภาพหยุดเมื่อคุณกลายเป็น passive และให้ขึ้นสิทธิของคุณเพื่อแสดงตัวเองในขณะที่คุณต้องการที่จะย้ายได้อย่าง อิสระและดูคนอื่น ๆ และในการตัดสินใจ มันไม่ได้เป็นชัยชนะถ้าคุณมีที่จะให้ขึ้นสิทธิของคุณเป็นคนและหุ้นส่วนในการแลกเปลี่ยนสำหรับการไม่ได้ถูกทำร้าย!
ไม่เคยมีการใช้ความรุนแรงทางกายภาพใด ๆ ผู้หญิงหลายคนถูกทำร้ายอารมณ์และวาจา นี้สามารถเป็นที่น่ากลัวอย่างเท่าเทียมกันและมักจะสับสนมากขึ้นเพื่อพยายามที่จะเข้าใจ

ที่มา: ทำลายความเงียบ: คู่มือสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในเนบราสก้า
ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์: มันเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด

เมื่อคนคิดของการละเมิดในประเทศพวกเขามักจะวาดภาพทารุณของสตรีที่ได้รับทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ทั้งหมดอันตรายความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความรุนแรง เพียงเพราะคุณไม่ได้โหดร้ายและทารุณไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้ถูกทำร้าย ผู้ชายหลายคนและหญิงต้องทนทุกข์ทรมานจากการละเมิดทางอารมณ์ซึ่งเป็นอันตรายไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์จะลดลงมักจะมองข้ามหรือแม้กระทั่งโดยบุคคลที่ถูกทำร้าย
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางอารมณ์

จุดมุ่งหมายของการทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์เป็นชิปไปที่ความรู้สึกของคุณในคุณค่าของตนเองและความเป็นอิสระ หาก คุณตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางอารมณ์ที่คุณอาจรู้สึกว่ามีวิธีการไม่ ออกจากความสัมพันธ์หรือว่าไม่มีคู่ที่ไม่เหมาะสมของคุณคุณไม่มีอะไร

ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์รวมถึงการละเมิดทางวาจาเช่นตะโกนชื่อโทรโทษและบัดสี แยกการข่มขู่และพฤติกรรมการควบคุมยังอยู่ภายใต้การทำผิดกฎเกี่ยวกับอารมณ์ นอก จากนี้ abusers ที่ใช้ทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์หรือจิตใจมักจะโยนในภัยคุกคามของความรุนแรงทางกาย หรือผลกระทบอื่น ๆ ถ้าคุณไม่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ

คุณ อาจคิดว่าการทำร้ายร่างกายเป็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการใช้อารมณ์ตั้งแต่ ความรุนแรงทางกายภาพที่สามารถส่งไปยังโรงพยาบาลและทำให้คุณมีรอยแผลเป็น แต่รอยแผลเป็นจากการล่วงละเมิดทางอารมณ์เป็นจริงมากและพวกเขาทำงานลึก ในความเป็นจริงทำผิดกฎเกี่ยวอารมณ์สามารถเช่นเดียวกับความเสียหายทางกายภาพลวนลามบางครั้งมากยิ่งขึ้นเพื่อ
ทางเศรษฐกิจหรือการล่วงละเมิดทางการเงินรูปแบบที่ลึกซึ้งของการล่วงละเมิดทางอารมณ์

แม้ จะมีสิ่งที่หลายคนเชื่อว่าการใช้ความรุนแรงในประเทศและการละเมิดไม่ได้เกิด จากการสูญเสียทารุณกรรมของการควบคุมของเขาหรือพฤติกรรมของเธอ ในความเป็นจริงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและความรุนแรงเป็นทางเลือกที่ทำโดยเจตนาทำร้ายเพื่อที่จะควบคุมคุณ
abusers ใช้ความหลากหลายของกลยุทธ์ในการจัดการกับคุณและออกแรงอำนาจของตน:

การปกครอง – บุคคลที่ไม่เหมาะสมต้องรู้สึกในค่าใช้จ่ายของความสัมพันธ์ พวกเขาจะทำให้การตัดสินใจสำหรับคุณและครอบครัวบอกว่าจะทำอย่างไรและคาดหวังให้คุณปฏิบัติตามโดยไม่ต้องคำถาม abuser ของคุณอาจปฏิบัติต่อคุณเหมือนคนรับใช้เด็กหรือแม้กระทั่งเป็นหรือมีไว้ในครอบครองของตน
ความอัปยศอดสู – ทารุณกรรมจะทำทุกอย่างที่เขาหรือเธอสามารถที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองหรือมีข้อบกพร่องในบางวิธี หลังจากที่ทุกคนถ้าคุณเชื่อว่าคุณไร้ค่าและที่ไม่มีใครจะต้องการคุณคุณจะมีโอกาสน้อยกว่าที่จะปล่อยให้ ด่า ชื่อ-calling บัดสีและประชาชนวางดาวน์เป็นอาวุธทั้งหมดของการละเมิดออกแบบมาเพื่อกัดกร่อน ความนับถือตนเองของคุณและทำให้คุณรู้สึกหมดหนทาง
แยก – เพื่อเพิ่มการพึ่งพาของคุณเมื่อเขาหรือเธอ, คู่ที่ไม่เหมาะสมจะตัดคุณออกจากโลกภายนอก เขาหรือเธออาจจะทำให้คุณจากการได้เห็นครอบครัวหรือเพื่อนหรือแม้กระทั่งการป้องกันคุณจากการไปทำงานหรือโรงเรียน คุณอาจจะต้องขออนุญาตทำอะไรไปได้ทุกที่หรือดูใคร
ภัยคุกคาม – Abusers ปกติใช้ภัยคุกคามที่จะทำให้พันธมิตรของพวกเขาออกจากหรือสร้างความหวาดกลัวให้เป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลง abuser ของคุณอาจขู่ว่าจะทำร้ายหรือฆ่าคุณ, เด็ก, สมาชิกในครอบครัวอื่น ๆ ของคุณหรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง เขาหรือเธออาจจะขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย, ค่าเท็จไฟล์กับคุณหรือแจ้งให้คุณบริการรับเลี้ยงเด็ก
การข่มขู่ – abuser ของคุณอาจใช้ความหลากหลายของกลยุทธ์การข่มขู่ออกแบบมาเพื่อดีฝ่อคุณในการส่ง กลยุทธ์ ดังกล่าวรวมถึงการทำลักษณะคุกคามหรือท่าทางดีที่สุดสิ่งที่อยู่ในหน้าของคุณ ทำลายทรัพย์สินทำร้ายสัตว์เลี้ยงของคุณหรือวางอาวุธบนจอแสดงผล ข้อความที่ชัดเจนก็คือว่าถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามจะมีผลกระทบรุนแรง
ปฏิเสธและตำหนิ – Abusers จะดีมากที่หาข้อแก้ตัวสำหรับการอภัย พวก เขาจะตำหนิพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและความรุนแรงของพวกเขาในวัยเด็กที่ไม่ดี วันที่ไม่ดีและแม้ในผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดของพวกเขา พันธมิตรที่ไม่เหมาะสมของคุณอาจลดการทำผิดกฎเกี่ยวหรือปฏิเสธได้ว่ามันเกิดขึ้น เขาหรือเธอมักจะเปลี่ยนความรับผิดชอบในเมื่อให้คุณ: อย่างใดพฤติกรรมความรุนแรงและความยากลำบากของเขาหรือเธอเป็นความผิดของคุณ

abusers สามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมของพวกเขาที่พวกเขาทำมันตลอดเวลา

abusers เลือกและเลือกผู้ที่ละเมิด พวกเขาไม่ได้ดูถูกคุกคามหรือทำร้ายทุกคนในชีวิตของพวกเขาที่ทำให้พวกเขามีความเศร้าโศก โดยปกติพวกเขาประหยัดการใช้ของพวกเขาสำหรับคนที่ใกล้ชิดกับพวกเขาที่พวกเขาเรียกร้องที่จะรัก
abusers ระมัดระวังเลือกเวลาและสถานที่ในการละเมิด พวกเขาควบคุมตัวเองจนไม่มีใครรอบ ๆ เพื่อดูพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขา พวกเขาอาจจะทำหน้าที่เหมือนทุกอย่างดีในที่สาธารณะ แต่ตีออกทันทีเร็วที่สุดเท่าที่คุณคนเดียว
abusers สามารถที่จะหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขาเมื่อมันเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา abusers ส่วนใหญ่จะไม่ออกจากการควบคุม ใน ความเป็นจริงพวกเขาจะสามารถหยุดทันทีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพวกเขาเมื่อ มันเพื่อประโยชน์ของพวกเขาจะทำเช่นนั้น (เช่นเมื่อตำรวจแสดงขึ้นหรือโทรเจ้านายของพวกเขา)
abusers มักจะมีความรุนแรงพัดโดยตรงของพวกเขาที่พวกเขาจะไม่แสดง แทน ที่จะทำหน้าที่ออกไปในความโกรธไม่มีเหตุผล, abusers ความรุนแรงทางร่างกายหลายอย่างมุ่งมั่นและต่อยเตะที่รอยฟกช้ำและเครื่องหมาย จะไม่แสดงของพวกเขา

วงจรของความรุนแรงในการละเมิดในประเทศ

การละเมิดในประเทศตกอยู่ในรูปแบบทั่วไปหรือวงจรของความรุนแรง:

วงจรของ violenceAbuse – คู่ที่ไม่เหมาะสมของคุณขนออกที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวดูแคลนหรือความรุนแรง ทำผิดกฎเกี่ยวคือพลังเล่นออกแบบมาเพื่อแสดงให้คุณเห็น “คนที่เป็นเจ้านาย.”
ความผิด – หลังจากดูถูกคุณคู่ของคุณรู้สึกผิด แต่ไม่เกินสิ่งที่เขาทำ เขาเป็นคนที่มากขึ้นกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการถูกจับได้และผลกระทบที่หันหน้าไปทางสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเขา
แก้ตัว – abuser ของคุณเหตุผลการสิ่งที่เขาหรือเธอได้ทำ คนที่อาจจะเกิดขึ้นกับสตริงของข้อแก้ตัวหรือโทษคุณสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใดเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
พฤติกรรม “ปกติ” – เน้นทำทุกอย่างที่เขาสามารถที่จะฟื้นการควบคุมและเก็บเหยื่อในความสัมพันธ์ เขาอาจจะทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเขาอาจจะเปิดเสน่ห์ ช่วงฮันนีมูนเงียบสงบแห่งนี้อาจจะทำให้ความหวังของเหยื่อทารุณกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจริงๆในเวลานี้
แฟนตาซีและการวางแผน – abuser ของคุณเริ่มต้นที่จะเพ้อฝันเกี่ยวกับการดูถูกคุณอีกครั้ง เขาใช้เวลามากของเวลาคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณได้ทำผิดและวิธีการที่เขาจะทำให้คุณจ่าย จากนั้นเขาก็ทำให้แผนสำหรับการเปิดจินตนาการของการละเมิดความเป็นจริง
Set-up – abuser ของคุณทำให้คุณและทำให้แผนการของเขาในการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ที่เขาสามารถแสดงให้เห็นถึงการดูถูกคุณ

ขอโทษ abuser ของคุณและท่าทางความรักในระหว่างตอนของการละเมิดสามารถทำให้มันเป็นเรื่องยากที่จะออกจาก เขาอาจจะทำให้คุณเชื่อว่าคุณเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยให้เขาว่าสิ่งที่จะแตกต่างกันในเวลานี้และบอกว่าเขารักคุณอย่างแท้จริง แต่อันตรายของการอยู่เป็นจริงมาก
แบบครบวงจรของความรุนแรงในครอบครัว: ตัวอย่าง

คนด่าทอหุ้นส่วนของเขา หลังจากที่เขาพบเธอเขามีประสบการณ์ความผิดกำกับตนเอง เขาบอกว่า “ฉันขอโทษสำหรับการทำร้ายคุณ.” สิ่งที่เขาไม่ได้บอกว่าเป็น “เพราะฉันอาจจะได้รับการติด.” จากนั้นเขาก็เหตุผลการพฤติกรรมของเขาโดยบอกว่าหุ้นส่วนของเขามีความสัมพันธ์กับใครสักคน เขาบอกว่า “ถ้าคุณไม่ได้เช่นโสเภณีไร้ค่าฉันจะไม่ได้ที่จะตีคุณ.” ของเธอ จากนั้นเขาก็ทำหน้าที่สำนึกผิด, เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธออีกครั้ง จากนั้นเขาก็ fantasizes และสะท้อนให้เห็นถึงการรุกรานในอดีตและวิธีการที่เขาจะทำร้ายเธออีกครั้ง เขามีแผนในการบอกให้เธอไปที่ร้านที่จะได้รับร้านขายของชำบาง สิ่งที่พระองค์ทรงยึดจากเธอคือการที่เธอมีจำนวนหนึ่งของเวลาที่จะทำช้อปปิ้ง เมื่อ เธอถูกจัดขึ้นในการจราจรและเพียงไม่กี่นาทีปลายเขารู้สึกอย่างสมบูรณ์ในธรรม ทำร้ายเธอเพราะ “คุณกำลังมีความสัมพันธ์กับพนักงานเก็บ.” เขาได้เพียงแค่เธอตั้งขึ้น

ที่ดัดแปลงมาจาก: สำนักงาน NYS สำหรับการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว

พูดคุยกับบุคคลที่อยู่ในภาคเอกชนและปล่อยให้เขาหรือเธอรู้ว่าคุณมีความกังวล ชี้ให้เห็นสิ่งที่คุณได้สังเกตเห็นการที่ทำให้คุณกังวล บอกว่าคนที่คุณกำลังมีเมื่อใดก็ตามที่เขาหรือเธอรู้สึกว่าพร้อมที่จะพูดคุย สร้างความมั่นใจให้บุคคลที่คุณจะเก็บสิ่งที่มีการกล่าวระหว่างคุณสองคนและปล่อยให้เขาหรือเธอรู้ว่าคุณจะช่วยในทางที่คุณสามารถกระทำได้

โปรดจำไว้ว่า abusers จะดีมากที่การควบคุมและจัดการกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของพวกเขา ผู้ที่ได้ถูกทำร้ายทารุณหรืออารมณ์หดหู่เนื้อกลัวละอายใจและสับสน พวกเขาต้องการความช่วยเหลือที่จะได้ออก แต่พวกเขาได้รับมักจะแยกจากครอบครัวและเพื่อนของพวกเขา โดยหยิบขึ้นมาเมื่อสัญญาณเตือนและให้การสนับสนุนคุณสามารถช่วยให้พวกเขาหลบหนีสถานการณ์ที่ยากลำบากและเริ่มต้นการรักษา

จัดตารางออกกำลัง

ทำงานออกที่โรงยิมหรือที่บ้าน? คุณจะรู้ว่ามีอะไรที่ดีที่สุดสถานที่และมีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับคุณได้อย่างไร

ที่ นี่มีสามหลัก pro และ con ของการทำงานออกออกกำลังกายเช่นเดียวกับเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญที่จะได้รับ การออกกำลังกายที่ดีที่สุดของคุณและข้อผิดพลาดที่จะหลีกเลี่ยง

1 Pro: การออกกำลังกายกลุ่ม

ถ้าคุณเป็นขาออกและการออกกำลังกายกลุ่มรักออกกำลังกายอาจจะเหมาะสมสำหรับคุณ โรงยิมส่วนใหญ่มีความหลากหลายของคลาสออกกำลังกายของกลุ่มคุณสามารถเลือกที่จะท้าทายให้คุณและให้กล้ามเนื้อของคุณคาดเดา! พาเพื่อนและพยายามออกจากชั้นเรียนด้วยกัน! มันเป็นความจริงที่คนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมในการออกกำลังกายกลุ่มติดออกไปนานกว่ามันคนเดียว

หลุมพรางที่จะหลีกเลี่ยง: บางครั้งเรียนสามารถเติมได้อย่างรวดเร็วและจะแออัดเกินไป ดังนั้นคุณอาจจะต้องไปก่อนที่จะให้แน่ใจว่าคุณมีจุด นอกจากนี้ยังเป็นงานหนักสำหรับครูผู้สอนที่จะอยู่บนด้านบนของฟอร์มของทุกคน / เทคนิคในชั้นเรียนขนาดใหญ่ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณฟังจริงๆดีกับสิ่งที่เขาหรือเธอจะต้องพูดเมื่อมันมาถึงการดำเนินการย้ายได้อย่างปลอดภัยและถูกต้อง

2 Pro: วาไรตี้

มีมากมายของเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการกำจัดของคุณเพื่อรวมเป็นความหลากหลายของการออกกำลังกายเป็น ให้แน่ใจว่าได้เรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องโดยสมัครเป็นผู้ช่วยของผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลมีที่สามารถแสดงให้คุณถ้าคุณรู้สึกว่า ไม่ต้องกลัวที่จะถามคำถาม พวกเขาจะมีที่จะช่วยให้!

ตบตา: อีกครั้งบางครั้งโรงยิมสามารถแออัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหรือหลังปกติ 9-5 ชั่วโมงการทำงาน มันอาจจะยากที่จะได้รับเครื่องที่คุณต้องการหรือใช้อุปกรณ์ที่คุณต้องการในทันท่วงที แทน ที่จะรอให้เครื่องเก็บย้ายและให้แน่ใจว่าคุณจะมีความยืดหยุ่นพอที่จะรับการ ออกกำลังกายอื่นแทนเพื่อให้อัตราการเต้นหัวใจของคุณขึ้นและกล้ามเนื้อของคุณ ย้าย

3 Pro: โฟกัส

จะไปออกกำลังกายมักจะมีสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวน้อยที่จะได้รับการออกกำลังกายของคุณทำ คุณจะมีเพื่อวัตถุประสงค์ของการเข้าร่วมชั้นเรียนหรือทำออกกำลังกายด้วยตัวคุณเอง

ถาม: การเดินทางไปออกกำลังกายสามารถครึ่งรบ มันง่ายที่จะมาแก้ตัวและเลือกที่จะนั่งอยู่ที่บ้านบนที่นอน! แต่นี้จะไม่ดีสำหรับเงินที่! ขณะนี้คุณกำลังจ่ายรายเดือนสำหรับบริการที่คุณไม่ได้ใช้! ร่วมกับเพื่อนสามารถช่วยเช่นที่พวกเขาอาจทำให้คุณรับผิดชอบมากขึ้น อย่างไรก็ตามในด้านพลิกถ้าคุณมีเพื่อนเยอะที่โรงยิมก็สามารถเปิดเป็นอีกหนึ่งชั่วโมงทางสังคมและคุณใช้เวลาพูดคุยกว่าจริงการทำงานออก เลือกระดับสามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหานี้