การเลือกอาหารเสริม part1

 

คนส่วนใหญ่ที่เอาใจใส่การทานอาหารครบห้าหมู่หรืออาหารที่หลากหลายมักจะเป็นกลุ่มผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การวิจัยแสดงให้เห็นว่า นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก หากคุณได้ทำตามโปรแกรมการออกกำลังกายที่ถูกต้องคุณจะมีพื้นฐานในการออกกำลัง กาย และในขณะเดียวกันคุณจะสูญเสียวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น

วิตามินบีวิตามินซี โครเมียม เซเลเนียม สังกะสี แมกนีเซียม และทองแดง เพราะหลายสาเหตุ คือ ทางเหงื่อ และทางปัสสาวะ ซึ่งสูญเสียไปในขณะใช้พลังงาน แต่ก็มีการสังเคราะห์โปรตีนขึ้นมาในระหว่างการออกกำลังกายนั้น ดังนั้นคุณควรจะเริ่มต้นด้วยการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบในสิ่งที่คุณ สูญเสียไป ซึ่งหมายถึงแท้ที่จริงแล้ว วิตามินหรือแร่ธาตุนั่นเองเป็นสิ่งที่จำเป็นหมอบางคนและนักวิชาการคิดไปไกลขนาดกล่าวว่า การท่านวิตามินเสริมและแร่ธาตุเสริมเป็นอันตรายต่อร่างกายสิ่งนี้เป็นพื้นฐานที่ค่อนข้างไม่ดีและลำเอียงอย่างมากในข้อเสนอแนะการศึกษา ที่ว่า วิตามินและแร่ธาตุเสริมสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ จากการศึกษาส่วนใหญ่เร็วๆที่ปรากฏเร็วๆนี้จาก มหาวิทยาลัยMinnesota ผู้ศึกษาวิจัยได้ใช้ข้อมูลอย่างง่ายๆจากการออกแบบสอบถามเกี่ยวกับอาหารเสริม ที่ใช้ในปี 1986,1997 และปี 2004 พวกเขาสรุปว่าการใช้วิตามินรวม วิตามินb6 ,กรด folic ,iron,แมกนีเซียม,sinc และ copper ซึ่งมีความสัมพันธุ์กันเพียงเล็กน้อยมากๆต่อความเสี่ยงในการเสียชีวิต และจากการศึกษามีข้อบกพร่องหลายๆอย่างจากการศึกษาที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณเลย แม้แต่น้อย ในการศึกษานี้ไม่เพียงศึกษาในผู้หญิงที่สุงอายุ แต่ยังไม่มีการจัดหาอาหารเสริมอื่นๆเข้ามาด้วย ทำให้เชื่อได้อย่าง และนี่เป็นข้อหนี่งของข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือที่คุณสามารถนำไปใช้และมัน ห่างไกลจากหลักวิทยาศาสตร์มากๆ ส่วนปัจจัยอย่างอื่นที่เป็นความจริงและสามารถเชื่อได้คืออะไรที่เราเรียกว่า ผลกระทบจากการเจ็บป่วยของผู้ใช้เอง ซึ่งอ้างอิงมาจากความจริงที่ว่ามีหลายๆคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค ก่อนที่จะได้รับอาหารเสริมเข้าไปเพื่อเป็นทางเลือกในการรักษา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า อาการเสริมทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่ โรคภัยที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ต่างหาก และระยะของโรคที่พวกเขาเป็นอยู่ขณะได้รับอาหารเสริม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวิจัยดังกล่าวข้างต้นได้ลงตีพิมพ์ในวารสารทางการ แพทย์ ซึ่งเป็นนิตยสารของสมาคมทางการแพทย์ของอเมริกา เราทราบกันดีว่าเป็นผู้สนับสนุนในอุตสากรรมยา และต่อต้านอุตสาหกรรมอาหารเสริม ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ค่อนข้างชัดเจน
ความจริงของการศึกษาก็คือ มันได้แสดงให้เห็นว่า วิตามินและแร่ธาตุเสริมมีประโยชน์มากกว่าที่พวกเขาอ้าง

ในความเป็นจริงมีการศึกษาส่วนใหญ่ปัจจุบันที่ถูกจัดพิมพ์ในฉบับที่ 2012 ของนิตรสารEuropean Journal of Nutrition นักวิจัยทางเยอรมันได้รายงานว่ามีคนประมาณ 24000คน ที่ทานวิตามินรวมและแร่ธาตุเสริมตั้งแต่เริ่มการศึกษาพบว่าลดความเสี่ยงต่อ อัตราการเสียชีวิต 42 % เป็นเวลามากกว่า 11 ปี ของการศึกษา และ ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 48 % ส่วนในการศึกษาอื่นๆในปี 2012 ที่จัดพิมพ์จาก Canadian Journal of Physiology and Pharmacology ได้เสนอว่า การทานอาหารเสริมกับวิตามินรวมจะช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งในลำไส้ ในปี2010 จากฮาร์วาร์ดได้รายงานว่า การทานอาหารเสริมกับวิตามินรวม โดยเฉพาะ วิตามิน A,C และ E จะช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งในลำไส้ ส่วนการศึกษาอื่นๆจาก Karolinska Institute รายงานว่า 30 % ของผู้หญิงที่ทานวิตามินรวม ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย การศึกษาในปี 2009ของ American Journal of Epidemiology เสนอว่าการใช้วิตามินรวมมากกว่า 10ปี จะลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ16 % โดยเฉพาะวิตามินEเสริม จะช่วยลดความเสี่ยงได้เกือบ 30 % การศึกษาปี2009 ของ National Institute of Environment Health Science ได้รายงานว่า ผู้หญิงที่ทานวิตามินรวมเสริมจะดูอ่อนเยาว์ เมื่อเปรียบเทียบ telomere length กับผู้ที่ไม่ได้รับอาหารเสริม และการศึกษาในปี 2007 จาก American Journal of Clinical Nutrition รายงานว่า การได้รับSelenium กับ วิตามินรวม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก40 % หนึ่งในการศึกษาในปี 2003 โดยกลุ่ม Lewin ได้รายงานว่า การใช้วิตามินรวมเป็นประจำทุกวันในผู้ใหญ่ จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากการรักษาโรคจากรัฐบาลอเมริกาได้ถึง 1.6 พันล้าน มากกว่า5ปี จากปี 2004- 2008 จากการศึกษาปี 2003ได้มีรายงานใน Annals of Tnternal medicine พบว่า คนมีอายุ 130 คน ได้รับวิตามินรวมและแร่ธาตุเสริมเป็นเวลาหนึ่งปีแทบมีการติดเชื้อน้อย มากอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจและทางเดินปัสสาวะ โรคไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้อในระบบกระเพาะ ลำไส้ และทำให้ภาวการณ์เจ็บป่วยต่ำลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับยาหลอก( Placebo )

เพิ่มเติมในส่วนที่ลดความเสี่ยงต่อโรคและการเสียชีวิต การศึกษาได้พบว่า วิตามินรวมยังสามารถก่อประโยชน์อื่นๆอีก เช่น ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้นและช่วยกำจัดไขมัน

ในการศึกษาปี 2012 จากประเทศออสเตรเลียได้วิเคราะห์ว่า ข้อมูลจากการศึกษา 16 รายงานที่เกี่ยวกับกระบวนการรับรุ้ และการใช้วิตามินรวม มีมากกว่า 3000 อย่าง พวกเขารายงานว่า วิตามินรวมมีความเกี่ยวข้อง กับความทรงจำที่ดีขึ้นในเพสหญิง ส่วนการศึกษาอื่นๆในปี 2012 ได้ตีพิมพ์ว่าPsychopharmacologyได้รายงานว่า ผู้หญิงมีอายุ ที่มีกระบวนการรับรู้ที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อได้รับวิตามินรวมและแร่ธาตุอย่างครบถ้วนเป็นเวลา สี่เดือน มีสัญญาณบ่งบอกถึงการพัฒนาความจำที่ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการกินยาหลอก และ ในปี2010 การศึกษาจากนักวิจัยชาวอังกฤษ ได้พบว่า วัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน เมื่อได้รับวิตามิน หรือแร่ธาตุเสริม เป็นเวลาเก้าอาทิตย์ทำงานโดยใช้การรับรู้อย่างหนักได้ดีกว่า ผู้ที่ได้รับยาหลอก
โดยที่ไม่ได้รับการส่งเสริมสมองแต่อย่างใด ในการศึกษาปี 2011 นักวิจัยชาวออสเตรเลียได้รายงานว่า เมื่อได้รับวิตามินรวมไปแปดอาทิตย์ ในเพศชายจะเพิ่มความตื่นตัว และความรู้สึกที่ดีขึ้น วันต่อวัน และ ในปี 2010 การศึกษาจากอังกฤษเปิดเผยว่าผู้ชายที่ได้รับวิตามินรวม หรือแร่ธาตุเสริม เป็นเวลา ห้าอาทิตย์จะมีกระบวนการรับรู้ที่ดีขึ้น ท้อแท้น้อยลง และมีการพัฒนาความกระฉับกระเฉง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ใช้ยาหลอก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อจิตใจที่ได้รับการบันทึกในเด็ก นักวิจัยชาวอังกฤษได้รายงานในปี Brirish Journal of Nutrition ฉบับปี 2008 ว่า ในเด็กที่ ได้รับวิตามินรวมไปสิบสองสัปดาห์ ได้มีการอธิบายอย่างน่าสนใจและมีกระบวนการรับรู้ที่ดีขึ้น